ชีววิทยาของเสือโคร่ง

 

 

     เสือโคร่งมักจะอาศัยอยู่อย่างโดเดี่ยวและออกหากินตามลำพังตอนกลางคืนหรือเช้ามืด เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ๆอุดมสมบูรณ์ เช่น มีแหล่งน้ำและมีเหยื่อให้จับกินตลอดปี
เสือโคร่งต้องการอาหาร 45 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณ 6-7 กิโลกรัมต่อวัน และเสือโคร่งเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำเก่งมากเคยมีรายงาน ใน ปี พ.ศ. 2419 บอกให้ทราบถึงเสือโคร่งที่อาศัยอยู่ในเกาะช้างซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดตราดประมาณ 17 กิโลเมตรว่ายน้ำข้ามไปมาเป็นประจำ
     เสือโคร่งมักผสมพันธุ์กันตอนฤดูหนาวโดยช่วงนั้นเสือโคร่งเพศผู้และเมียจะใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 4-5 วันและอาจจะผสมพันธุ์กันทุกๆ 15 หรือ 20 นาที ซึ่งเมื่อการผสมพันธ์สิ้นสุดลงแล้วเสือเพศผู้ก็จะออกไปหาเสือเพศเมียตัวใหม่เพื่อผสมพันธุ์อีก หลังจากการผสมพันธุ์เสร็จเสือเพศเมียก็จะใช้เวลาประมาณ 102-103 วันจึงให้กำเนิดลูกออกมา ในการออกลูกครั้งหนึ่งนั้นจะออกได้ประมาณ 2-7 ตัว

 


     ลูกเสือโคร่งในธรรมชาติมีอัตรารอดต่ำกว่าในสถานเพาะเลี้ยง ตามธรรมชาตินั้นพออายุได้ 6-7 เดือนก็จะเริ่มตามแม่ออกไปหาอาหารและเมื่ออายุครบ 1 ปีลูกเสือก็ยังตามแม่อยู่อีกซักระยะหนึ่งโดยลูกเสือเพศผู้จะแยกออกมาก่อน ซึ่งในช่วงเวลานี้แม่เสือก็พร้อมจะผสมพันธุ์อีกครั้งและมีลูกครอกใหม่ได้

     สำหรับลูกเสือที่แยกออกมานั้นช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ตรึงเครียดที่สุดสำหรับชีวิต เนื่องจากลูกเสือต้องออกหาอาหารเองและเสาะหาอาณาเขตครอบครองเป็นของตนเอง ซึ่งอาจจะต้องเสี่ยงจากการคุกคามของเสือจ้าวถิ่นด้วย ดังนั้นช่วงนี้จึงส่งผลต่อการอยู่รอดของเสือวัยรุ่นเป็นอย่างมากสัญชาตญาณในการเอาชีวิตอยู่รอดทำให้เสือพวกนี้ต้องกินแม้ซากสัตว์ป่า แมลงปีกแข็ง หรือแม้สัตว์เลี้ยงของมนุษย์ที่พบตามชายป่า

 

 


     เคยมีเหตุการณ์ที่เสือโคร่งเข้ามาทำร้ายมนุษย์เหมือนกันแต่ไม่บ่อยนัก ในปี พ.ศ. 2541 เมื่อเสือโคร่งเพศผู้ตัวหนึ่งเข้ามาทำร้าย

เจ้าหน้าที่ของอุทยานเขาใหญ่ และในปี พ.ศ. 2519 เป็นเสือโคร่งตัวใหญ่อายุมากเขี้ยวหัก มีบาดแผล และไม่สามารถล่าเหยื่อตาม

ธรรมชาติได้จึงมาล่ามนุษย์แทน โดยสุดท้ายทั้ง 2 ตัวต่างมีจุดจบเหมือนกัน คือ โดนสังหารโดยอาวุธของเจ้าหน้าที่