หน้าแรก

ความหมาย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หมายถึง เครื่องราชอิสริยภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ตามกฎหมาย ว่าด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎไทย แล้วแต่กรณี


กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก พ.ศ. 2484

2. พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่มีเกียรติยศมงมุฎไทย พ.ศ. 2484

3. พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลา และเหรียญจักรพรรดิมาลา พ.ศ. 2484

4. พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลา และเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2485

5. พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลา และเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507

6. พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. 2534

7. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราช
อิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536

8. พระราชกฏษฎีกา ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. 2538


สาระสำคัญของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็น ที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536

1. ลำดับชั้นตราของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ มงกฎไทยและช้างเผือกที่จะขอพระราชทานสลับกันไปตั้องแต่ชั้นตราเริ่มต้นไปจนถึงชั้นตราสูงสุด
รวม 16 ชั้นตรา คือ

ชั้นที่ 7 เหรียญเงินมงกุฎไทย อักษรย่อ ร.ง.ม.

ชั้นที่ 7 เหรียญเงินช้างเผือก อักษรย่อ ร.ง.ช.

ชั้นที่ 6 เหรียญทองมงกุฎไทย อักษรย่อ ร.ท.ม.

ชั้นที่ 6 เหรียญทองช้างเผือก อักษรย่อ ร.ท.ช.

ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย อักษรย่อ บ.ม.

ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก อักษรย่อ บ.ช.

ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย อักษรย่อ จ.ม.

ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก อักษรย่อ จ.ช.

ชั้นที่ 3 ตริตาภรณ์มงกุฎไทย อักษรย่อ ต.ม.

ชั้นที่ 3 ตริตาภรณ์ช้างเผือก อักษรย่อ ต.ช.

ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย อักษรย่อ ท.ม.

ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก อักษรย่อ ท.ช.

ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างมงกุฎไทย อักษรย่อ ป.ม.

ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก อักษรย่อ ป.ช.

ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ อักษรย่อ ม.ว.ม.

ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก อักษรย่อ ม.ป.ช.

3. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ มี 7 ชั้นตรา คือ

ขั้นที่ 1 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ อักษรย่อ ป.ภ.

ขั้นที่ 2 ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ อักษรย่อ ท.ภ.

ชั้นที่ 3 ตติยดิเรกคุณาภรณ์ อักษรย่อ ต.ภ.

ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ อักษรย่อ จ.ภ.

ชั้นที่ 5 เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ อักษรย่อ บ.ภ.

ชั้นที่ 6 เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ อักษรย่อ ร.ง.ภ.

4. เหรียญจักรพรรดิมาลา คือเหรียญสำหรับพระราชทานให้ข้าราชการฝ่ายพลเรือนที่รับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 25 ปี

5. เหรียญจักรมาลา คือเหรียญสำหรับพระราชทานให้แก่ผู้ที่มียศทหารหรือตำรวจ ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ ทั้งต้องเป็นผู้ที่รับราชการ ประจำการ
หรือในกองประจำการ รวมกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี


การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์โดยปกติรัฐบาลจะดำเนินการ เสนอ ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับบุคคลต่างๆที่ถือสัญชาติไทย ซึ่งได้ประกอบคุณงาม ความดีเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ปีละครั้ง เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปีของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นเกียรติและส่งเสริมการกระทำความดีความชอบนั้นๆให้เป็นตัวอย่างที่ดีสืบไป

การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับผู้กระทำความดีความชอบที่เป็น ชาวต่างประเทศ หรือที่วายชนม์แล้ว รัฐบาลจะเสนอขอ พระราชทานตามผลการกระทำความดีความชอบโดยไม่นำมารวมไว้ขอพระราชทานประจำปี


กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี

1. พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก พ.ศ. 2484

2. พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2484

3. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536

4. พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. 2534 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณากรณ์ พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอขอพระราชทาน ให้กับ
ผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ ศาสนา และประชาชน และการบริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์

5. พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลา และเหรียญจักรพรรดิมาลา พ.ศ. 2484 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2485 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507

6. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร 0204/ว 39 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2537 เรื่องการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ซึ่งเป็นระเบียบที่กำหนดให้จัดทำเอกสารประกอบการเสนอขอพระราชทานตามแบบบัญชี และเอกสารที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด


ขั้นตอนการเสนอขอพระราชทาน

การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ และคู่สมรสของบุคคลที่มีสิทธิได้รับพระราชทาน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการเสนอขอพระราชทานสรุปได้โดยย่อ ดังนี้

1. ส่วนราชการระดับกรม ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์ประจำปี เพื่อทำหน้าที่รวบรวม
รายชื่อ ตรวจสอบเอกสาร หลักฐานต่างๆ พิจารณาคุณสมบัติ กลั่นกรองความดีความชอบ ตามระเบียบที่กำหนด พร้อมทั้งรับรอง
ว่าเป็นบุคคลที่สมควรเสนอ ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้

2. ส่วนราชการระดับกรมจัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการและข้อมูลประกอบตามแบบบัญชีรายชื่อและเอกสารประกอบการ
ขอพระราชทาน ตามแบบที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด เสนอกระทรวงเพื่อพิจารณา

3. กระทรวงจะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากลั่นกรองและรับรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนนำเสนอปลัดกระทรวง

4. ปลัดกระทรวงเสนอรายชื่อไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

5. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบ กลั่นกรองความถูกต้องและนำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย และชั้นต่ำกว่าสายสะพาย

6. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อบุคคลพร้อมทั้งชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สมควรขอพระราชทาน ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ

7. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อให้สำนักราชเลขาธิการเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระราชทานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์

8. นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

9. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(ดูภาพที่ 1 : ขั้นตอนการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี)

ภาพที่ 1 : ขั้นตอนการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี

ที่มา : ปรับปรุงจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (2539)


หลักเกณฑ์การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี

ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี ชั้นสายสะพายและชั้น ต่ำกว่าสายสะพาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอขอพระราชทาน มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1. ปลัดกระทรวงเป็นผู้มีอำนาจเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรเสนอขอพระราชทาน ให้แก่ ข้าราชการ หรือสาธารณชนจนถึงขนาดควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มิใช่พิจารณาแต่เพียงมีตำแหน่งระดับชั้น ชั้นยศ หรือครบกำหนดระยะเวลาที่จะขอพระราชทานได้เท่านั้น

2. คุณสมบัติของผู้ที่จะเสนอขอพระราชทาน

- ต้องมีสัญชาติไทย

- ประพฤติดี ปฏิบัติงานราชการหรืองานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วยความอุตสาหะ ซื่อสัตย์ เอาใจใส่ต่อหน้าที่อย่างดียิ่ง

- ไม่เป็นผู้ที่เคยมีพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

3. เงื่อนไขในการขอพระราชทาน

- ให้เสนอขอพระราชทานโดยเรียงลำดับชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์
อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก สลับกันไปตั้งแต่ชั้นตราเริ่มต้นไปจนถึงชั้นสูงสุด รวม 16 ชั้นตรา (ตามตารางที่ 1 ลำดับชั้นตรา
ของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เสนอขอพระราชทาน)

ตารางที่ 1 ลำดับชั้นตราของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เสนอขอพระราชทาน

ลำดับที่

ชั้นที่

เครื่องราชฯที่ขอพระราชทาน

ลำดับที่

ชั้นที่

เครื่องราชฯที่ขอพระราชทาน

1

7

เหรียญเงินมงกุฎไทย (ร.ง.ม.)

9

3

ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)

2

7

เหรียญเงินช้างเผือก (ร.ง.ช.)

10

3

ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.)

3

6

เหรียญทองมงกุฎไทย (ร.ท.ม.)

11

2

ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)

4

6

เหรียญทองช้างเผือก (ร.ท.ช.)

12

2

ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)

5

5

เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.)

13

1

ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

6

5

เบญจมาภรณ์ช้างเผือก (บ.ช.)

14

1

ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)

7

4

จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.)

15

สูงสุด

มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

8

4

จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.)

16

สูงสุด

มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

- มิให้มีการขอพระราชทานปีติดกัน ยกเว้น การขอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบต่างบัญชีกัน การขอที่มีระเบียบ
กำหนดไว้เป็นการเฉพาะว่า ให้ขอพระราชทานได้ทุกปีหรือมีกรณีกระทำความดีความชอบดีเด่น

- ไม่ให้ขอข้ามชั้นตราจากที่ระเบียบกำหนดไว้ ยกเว้นการขอพระราชทานเป็นกรณีพิเศษที่มีความดีความชอบดีเด่น

4. กำหนดระยะเวลาการขอพระราชทาน

- ข้าราชการ ต้องมีระยะเวลารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้ารับราชการ จนถึงวันก่อนวัน
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน

- ลูกจ้างประจำ ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์นับแต่วันเริ่มจ้างจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิม
พระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน

- ข้าราชการและลูกจ้างประจำ หากถูกลงโทษทางวินัยในปีใด ให้เพิ่มกำหนดระยะเวลาการขอพระราชทานอีก 1 ปี
ยกเว้นโทษภาคทัณฑ์

- ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เพราะเกษียณอายุในปีใด มีสิทธิได้รับการพิจารณาเสนอขอ
พระราชทานในปีที่พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น

- เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ขอพระราชทาน เงื่อนไขและระยะเวลาการเลื่อนชั้นตราให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ตามบัญชีแนบท้ายระเบียบ บัญชีการขอพระราชทานให้แก่บุคคลประเภทต่างๆ รวม 24 บัญชี สำหรับการเสนอขอ
พระราชทานให้แก่ข้าราชการให้ใช้ บัญชี 7 การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ
ของส่วนราชการให้ใช้ บัญชี 15 การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณให้แก่ลูกจ้างประจำ์ และคู่สมรสของ
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ (ระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง และอธิบดี) ให้ใช้บัญชี 24 การขอพระราชทานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ให้แก่คู่สมรสผู้ดำรงตำแหน่ง


หลักเกณฑ์การคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก พ.ศ. 2484 มาตรา 11 กำหนดว่า เมื่อผู้ได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงขึ้น ผู้รับพระราชทานต้องส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ชั้นรอง ถ้าผู้รับพระราชทานส่งคืนไม่ได้ด้วยประการใดๆ ผู้รับพระราชทานจะต้องใช้ราคาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่ทาง
ราชการกำหนด สรุปคือ กรณีที่จะต้องคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์มี 3 กรณี ดังนี้

1. เมื่อผู้ได้รับพระราชทานฯ ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นสูงขึ้น(ช้างเผือก,มงกุฎไทย) จะต้องส่งคืนเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ชั้นรอง ส่วนประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชฯ ไม่ต้องคืน

2. เมื่อผู้ได้รับพระราชทานฯ ถึงแก่กรรม จะต้องส่งคืน ยกเว้นเหรียญจักพรรดิมาลาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทุกชั้นที่ได้รับ
(ช้างเผือก,มงกุฎไทย) โดยให้ทายาทเป็นผู้ส่งคืน ส่วนประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชฯไม่ต้องคืน

3. เมื่อทรงพระกรุณาให้เรียกคืน ต้องคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์และประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วย

การคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในกรณีใดๆดังกล่าว หากผู้ได้รับพระราชทานไม่สามารถส่งคืนได้ ก็สามารถชดใช้เงินแทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ตามราคาที่ระเบียบกำหนด ซึ่งจะมีการปรับราคาตามมติคณะรัฐมนตรีทุก 3 ปี (ตาม ตารางที่ 5 บัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชฯ)


ขั้นตอนและวิธีการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

1. แจ้งเวียนหนังสือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ในเดือนมกราคมของทุกปี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเวียนแจ้งหนังสือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา
การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดังนี้

1.1 รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

1.2 นักวิชาการป่าไม้ 10 ชช.

1.3 นักวิชาการป่าไม้ 9 ชช.

1.4 เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ชช.

1.5 ผู้อำนวยการสำนักทุกสำนัก

1.6 ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1 – 21

1.7 ผู้อำนวยการกองทุกกอง

1.8 หัวหน้ากลุ่มตรวจสอบภายใน

1.9 เลขานุการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดตรวจสอบรายชื่อข้าราชการและลูกจ้างประจำ ที่มีคุณสมบัติเสนอขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ชั้นสายสะพาย ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และเหรียญจักรพรรดิมาลา ที่ นร 0204 / ว 235 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2536 ที่ นร 0217 /
ว 187 ลงวันที่ 6 กันยายน 2538 และที่ นร 0207 / ว 118 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2540 แล้วรวบรวมรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติ
ครบตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเพื่อดำเนินการต่อไป

2. ตรวจสอบคุณสมบัติของข้าราชการและลูกจ้างประจำจากบัตรควบคุมเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เมื่อส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งรายชื่อข้าราชการและลูกจ้างประจำที่มีคุณสมบัติ
ครบตามหลักเกณฑ์ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วกรมฯ จะตรวจสอบรายชื่อของข้าราชการและลูกจ้าง ประจำ
ที่ส่งมากับ บัตรควบคุมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยบัตรควบคุมเครื่องราชฯ ด้านหน้าจะระบุรายละเอียดดังนี้

2.1 ชื่อ - สกุล

2.2 วัน เดือน ปีเกิด และ วัน เดือน ปีที่เกษียณ

2.3 เริ่มรับราชการเมื่อ.......วัน เดือน ปี ชั้น และเงินเดือน

2.4 ระบุตำแหน่ง กอง กรม กระทรวง

2.5 เลื่อนระดับ..........ตำแหน่ง..........เมื่อวันที่..........เดือน..........พ.ศ...........

ด้านหลังจะระบุรายการรับและส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้

1. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

2. วัน เดือน ปี ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

3. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ส่งคืน

4. ส่งคืนตามหนังสือ

5. หมายเหตุ

(ตัวอย่างบัตรควบคุมเครื่องราชอิสริยาภรณ์)

การตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการจากบัตรควบคุมเครื่องราชย์
จะตรวจว่าข้าราชการผู้นั้นดำรงตำแหน่งระดับใด แล้วพิจารณาหลักเกณฑ์ ดังนี้

ลำดับ 1 ระดับ 1 - เริ่มขอได้เหรียญ ร.ง.ม. (เหรียญเงินมงกุฎไทย) ขอได้จนถึง เหรียญ ร.ท.ช. (เหรียญทองช้างเผือก
ต้องมีระยะเวลารับ ราชการ ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับแต่วันเริ่ม รับราชการ จนถึงก่อนวันพระราชพิธี
60 วัน จะเป็นการขอพระราชทานในกรณีพิเศษเท่านั้น

ลำดับ 2 ระดับ 2 - เริ่มขอพระราชทาน บ.ม. (เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย)
- ดำรงตำแหน่งระดับ 2 ครบ 5 ปี ขอ บ.ช. (เบญจมาภรณ์ช้างเผือก)

ลำดับ 3 ระดับ 3 - เริ่มขอพระราชทาน จ.ม. (จัตุรถาภรณ์มงกุฏไทย)
- ระดับ 3 และหรือ 4 ครบ 5 ปี ขอ จ.ช. (จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก)

ลำดับ 4 ระดับ 5 - เริ่มขอพระราชทาน ต.ม. (ตริตาภรณ์มงกุฎไทย)
- ระดับ 5 และหรือ 6 ครบ 5 ปี ขอ ต.ช. (ตริตาภรณ์ช้างเผือก)

ลำดับ 5 ระดับ 7 - เริ่มขอพระราชทาน ท.ม. (ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย)
- ระดับ 7 และหรือ 8 ครบ 5 ปี ขอ ท.ช. (ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก)
(ลำดับ 2 – 5 ซึ่งกำหนดระยะเวลาเลื่อนชั้นตรา 5 ปี หมายถึงต้องดำรงตำแหน่งในระดับนั้น รวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
5 ปีบริบูรณ์ก่อนวันเฉลิมพระชนพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน)

ลำดับ 6 ระดับ 8 เลื่อนได้จนถึงชั้นสายสะพาย ป.ม. (ประถมาภรณ์มงกุฎไทย) โดยมีคุณสมบัติดังนี้

1. ได้รับเงินเดือนเต็มขั้นของระดับ 8
2. ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชา
3. ได้ ท.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี บริบูรณ์ ขอ ป.ม.
4. ขอได้ในปีก่อนปีที่จะเกษียณอายุราชการหรือในปีที่เกษียณอายุราชการเท่านั้น

ลำดับ 7 ระดับ 9 เลื่อนได้จนถึง ม.ว.ม. (มหาวชิรมงกุฎ) มีคุณสมบัติดังนี้

1. ได้ ท.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ป.ม.
2. ได้ ป.ม. มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ป.ช.
3. ได้ ป.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม.
4. ในปีที่เกษียณอายุราชการให้ขอสูงขึ้นอีก 1 ชั้นตรา แต่ไม่เกิน ป.ช. ยกเว้นกรณีลาออก

ลำดับ 8 ระดับ 10 เลื่อนได้จนถึง ม.ป.ช. (มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก) มีคุณสมบัติดังนี้

1.ให้เลื่อนชั้นตราได้ตามลำดับทุกปีจนถึงชั้น ป.ม.
2. ได้ ป.ม. มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ป.ช.
3. ได้ ป.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม.
4. ได้ ม.ว.ม. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ป.ช.
5. ในปีที่เกษียณอายุราชการให้ขอสูงชั้นอีก 1 ชั้นตรา แต่ไม่เกิน ม.ว.ม. เว้นกรณีลาออก
(ลำดับ 7 – 8 การขอกรณีปีที่เกษียณอายุราชการตามข้อ 4 หรือข้อ 5 แล้วแต่กรณีให้ขอปีติดกันได้)

การตรวจสอบคุณสมบัติลูกจ้างประจำจากบัตรควบคุมเครื่องราช ดังนี้

ลำดับ 1 ลูกจ้างประจำ ซึ่งได้รับเงินค่าจ้างตั้งแต่อัตราเงินเดือนขั้นต่ำของข้าราชการ พลเรือน ระดับ 3
แต่ไม่ถึงขั้นต่ำของอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ระดับ 6
- เริ่มขอพระราชทาน บ.ม. (เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย)
- ได้ บ.ม. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ บ.ช. (เบญจมาภรณ์ช้างเผือก)
- ได้ บ.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ จ.ม. (จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย)

ลำดับ 2 ลูกจ้างประจำ ซึ่งได้รับค่าจ้างตั้งแต่อัตราเงินเดือนขั้นต่ำของข้าราชการ พลเรือนระดับ 6 ขึ้นไป
มีเงื่อนไขและระยะเวลาการเลื่อนชั้นตรา ดังนี้
- เริ่มขอพระราชทาน บ.ช. (เบญจมาภรณ์ช้างเผือก)
- ได้ บ.ช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ จ.ม. (จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย)
- ได้ จ.ม. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี บริบูรณ์ ขอ จ.ช. (จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก)

หมายเหตุ

1. ลูกจ้างประจำต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์ นับแต่วันเริ่มจ้างจนถึงวัน
ก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน

2. ต้องเป็นลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้าง ประจำของส่วนราชการ

3. ต้องเป็นลูกจ้างประจำที่มีชื่อและลักษณะงานเป็นลูกจ้างโดยตรง หมวดฝีมือหรือลูกจ้าง ประจำที่มีชื่อและ
ลักษณะเหมือนข้าราชการ

เมื่อได้รายชื่อของข้าราชการและลูกจ้างประจำที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ การขอพระราชทานแล้ว จะรวบรวม
รายชื่อทั้งหมด มีหนังสือแจ้งให้ฝ่ายวินัยและกองนิติการ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจสอบวินัย
และอาญาก่อนประชุมคณะกรรมการ พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปีต่อไป

3. ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราช- อิสริยาภรณ์

3.1 เมื่อฝ่ายวินัยและกองนิติการ ตรวจสอบวินัยและอาญาแล้ว จะดำเนินการขออนุมัติอธิบดีแต่งตั้งคณะกรรมการ
พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี

3.2 ทำหนังสือเชิญประชุม เพื่อเชิญประธานกรรมการและคณะกรรมการ

3.3 คณะกรรมการจะร่วมพิจารณาคุณสมบัติ ตรวจสอบรายชื่อ เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ ประวัติการกระทำ
ความดีความชอบ ความเหมาะสมของข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัด ผู้ได้รับการเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบ แล้วรายงานผลการพิจารณาให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธุ์พืช ทราบ

4. รวบรวมรายชื่อของข้าราชการและลูกจ้างประจำที่มีสิทธิเสนอขอพระราชทานให้กระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาก่อนส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 

เอกสารประกอบการเสนอขอพระราชทานที่ส่งกระทรวงฯ

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้กำหนดแบบบัญชีและเอกสารที่ใช้ประกอบการเสนอขอพระราชทานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0204/ว 39 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2537 ซึ่งแบบ
บัญชีและเอกสารประกอบการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และ
คู่สมรสของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มสายสะพาย กลุ่มชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และกลุ่มเหรียญ
จักรพรรดิมาลา ตามระเบียบ กำหนดให้แต่ละกลุ่มจะต้องจัดส่งเอกสารโดยมีรายละเอียดดังนี้

ชั้นสายสะพาย

ประกอบด้วยแบบรายงาน 3 แบบ ได้แก่

1. แบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ซึ่งขอพระราชทานให้แก่ข้าราชการ เรียกย่อว่า
แบบขร 1/37 คู่สมรส เรียกย่อว่า แบบ คร 1/37 ซึ่งเป็นแบบสรุปจำนวนชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของกรม
แยกเป็นเพศบุรุษและสตรีในแต่ละชั้นตรา ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่หัวหน้างานหรือเทียบเท่าขึ้นไป
ลงชื่อรับรองความถูกต้องกำกับไว้ที่มุมขวาล่างของบัญชีชั้นตราทุกหน้า ให้จัดส่งจำนวน 2 ชุด (ตามแบบใน
ภาคผนวก)

2. บัญชีรายชื่อข้าราชการผู้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เรียกย่อว่าแบบ ขร 3/37 บัญชีรายชื่อคู่สมรส
ผู้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เรียกย่อว่าแบบ คร 3/37 ซึ่งทั้งสองแบบเป็นแบบแสดงรายชื่อข้าราชการ
และคู่สมรส ที่ได้รับการเสนอขอพระราชทานฯ ให้จัดส่งแบบละ 3 ชุด ซึ่งมีรายละเอียดต้องรายงานคือ (ตามแบบ
ในภาคผนวก)

- จะต้องพิมพ์รายชื่อข้าราชการเรียงตามลำดับตัวอักษร ก – ฮ ในแต่ละ ชั้น เครื่องราชฯ พิมพ์ชื่อบุรุษก่อนแล้ว
ตามด้วยสตรี
- การพิมพ์ต้องใช้อักษรพิมพ์ใหญ่ และใช้กระดาษ A4
- พิมพ์ตามชั้นตราหน้าละไม่เกิน 50 ชื่อพิมพ์รายชื่อเป็น 2 แถวๆ ละ 25 ชื่อ เรียงลำดับจาก 1 – 25 ลงทางซ้าย
และเริ่มเลขที่ 26 ด้านขวา กรณีที่ไม่ครบ 50 ชื่อ ให้แบ่งจำนวนซ้าย – ขวา ให้เท่ากัน ถ้าเป็นจำนวนคี่ ให้พิมพ์ชื่อสุดท้ายไว้เป็นแนวสุดท้ายระหว่างแถวทั้งสอง
- พิมพ์อักษรย่อชั้นตรา ลำดับของหน้านั้นๆ แยกจำนวนบุรุษ – สตรี ทุกหน้า
- หัวหน้างานหรือเทียบเท่าขึ้นไปลงชื่อรับรองความถูกต้องกำกับไว้ที่มุมขวาทุกหน้า

ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย

สำหรับข้าราชการ และคู่สมรส ประกอบด้วย แบบรายงาน 3 แบบ เช่นกันโดย 2 แบบท้าย เหมือนกับชั้นสายสะพาย ดังนี้

1. แบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ซึ่งขอพระราชทานให้แก่ข้าราชการ เรียกย่อว่าแบบ
ขร 2/37 คู่สมรส เรียกย่อว่าแบบ คร 2/37 เป็นแบบสรุปจำนวนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของกรม แยกเป็นเพศ
บุรุษและสตรีในแต่ละชั้นตรา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่ระดับหัวหน้างานหรือเทียบเท่า ลงชื่อรับรอง
ความถูกต้องที่มุมขวาล่างทุกหน้า ให้จัดส่งแบบละ 2 ชุด (ตามแบบภาคผนวก)

2. บัญชีรายชื่อข้าราชการใช้แบบ ขร 3/37 บัญชีแสดงคุณสมบัติของข้าราชการใช้ แบบ ขร 4/37 บัญชีรายชื่อ
คู่สมรส ใช้แบบ คร 3/37 และบัญชีแสดงคุณสมบัติของคู่สมรส ใช้แบบ คร 4/37 ซึ่งวิธีการปฏิบัติเหมือนกับชั้น
สายสะพายทุกประการ แต่ให้จัดส่งแบบ ขร 3/37 และ คร 3/37 แบบละ จำนวน 8 ชุด และแบบ ขร 4/37 แบบ
คร 4/37 แบบละจำนวน 2 ชุด

สำหรับลูกจ้างประจำ เอกสารที่ใช้ประกอบการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย มีจำนวน 3 แบบ คือ

1. แบบ ลจ 1/37 เป็นแบบบัญชีแสดงจำนวนชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สรุปจำนวนชั้นตราแยกเป็นบุรุษและสตรี
ในแต่ละชั้นตรา และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตั้งแต่หัวหน้างานหรือเทียบเท่าขึ้นไปลงชื่อรับรองความถูกต้องกำกับไว้ที่
มุมขวาล่างของบัญชีชั้นตราทุกหน้า ให้จัดส่งแบบจำนวน 2 ชุด

2. แบบ ลจ 2/37 เป็นแบบบัญชีรายชื่อลูกจ้างประจำ ผู้ขอพระราชทานเครื่องราช- อิสริยาภรณ์วิธีการปฏิบัติ และการพิมพ์เหมือนกันกับของข้าราชการทุกประการ ให้จัดส่งจำนวน 8 ชุด

3. แบบ ลจ 3/37 เป็นแบบบัญชีแสดงคุณสมบัติของลูกจ้างประจำ ซึ่งเสนอขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี โดยการจัดทำให้เรียงลำดับชื่อให้ตรงตามบัญชีรายชื่อ ผู้ขอพระราชทานตั้งแต่ต้นจนสุดท้าย ให้จัดส่งจำนวน 1 ชุด

เหรียญจักรพรรดิมาลา

ระเบียบกำหนดให้จัดทำเป็นแบบแสดงประวัติของผู้ได้รับการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา เป็นรายบุคคล
แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ วัน เดือน ปี ที่รับราชการ ตำแหน่ง สังกัด อายุ เงินเดือน นับตั้งแต่ปีเข้ารับราชการจนครบ 25 ปี
หากเว้นหายไปจะต้องระบุในหมายเหตุว่าเพราะเหตุใด ถ้าไม่ได้ระบุอาจจะไม่ได้รับการพิจารณารวมทั้งให้ลงลายมือ
เจ้าของประวัติด้วย

กลับหน้าแรก