หน้าแรก

โดยที่ วัน เดือน ปีเกิดของข้าราชการที่ลงไว้ใน ก.พ.7 ฉบับที่เก็บรักษาไว้ ณ สำนักงาน ก.พ. เป็นหลักฐานสำคัญในการนับอายุของข้าราชการ
ว่าจะครบเกษียณอายุเมื่อใด การขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด ของข้าราชการจึงเป็นเรื่องสำคัญตามไปด้วย สำนักนายกรัฐมนตรีจึงได้ออกระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด ในทะเบียนประวัติข้าราชการ พ.ศ. 2527 ขึ้น เพื่อให้การแก้ไขวัน เดือน ปีเกิดของข้าราชการ
ทุกฝ่าย ทุกประเภท มีกำหนดเวลาและหลักเกณฑ์วิธีการที่แน่นอน ชัดเจนเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน


กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ . ศ. 2535 มาตรา 8 (14) และ มาตรา 12 (11)

2. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด ในทะเบียนประวัติข้าราชการ พ . ศ . 2527

3. หนังสือสำนักงาน ก . พ . ที่ นร 1006/ว 11 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2547 เรื่อง การแก้ไข วัน เดือน ปีเกิดในทะเบียนประวัติข้าราชการ


สาระสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติระเบียนข้าราชการพลเรือน พ . ศ. 2535

มาตรา 8 (14) บัญญัติให้ ก.พ. มีอำนาจหน้าที่พิจารณาแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวัน เดือน ปีเกิด และการควบคุม
เกษียณอายุของข้าราชการพลเรือน

มาตรา 12 (11) บัญญัติให้สำนักงาน ก.พ. มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรักษาทะเบียนประวัติ และการควบคุม
เกษียณอายุของข้าราชการพลเรือน

2. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด ในทะเบียนประวัติข้าราชการ พ.ศ. 2527

2.1 กำหนดระยะเวลาของการยื่นคำขอแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด ให้เป็นที่แน่นอน ชัดเจน และป้องกันไม่เกิดกรณีขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด
ใกล้กำหนดเวลา ที่จะเกษียณอายุ โดยได้แยกข้าราชการออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

(1) ข้าราชการที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2527 เป็นต้นไป ถ้าเห็นว่า วัน เดือน ปีเกิด ที่ลงไว้ใน ก.พ. 7
ฉบับที่เก็บรักษา ณ สำนักงาน ก . พ . ไม่ถูกต้องและประสงค์จะขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด จะต้องยื่นคำขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด
ภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ถ้าพ้นกำหนดแล้วจะขอแก้ไขไม่ได้

(2) ข้าราชการที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2527 ถ้าเห็นว่า วัน เดือน ปีเกิด ที่ลงไว้ใน ก.พ.7 ฉบับที่เก็บรักษา
ณ สำนักงาน ก.พ. ไม่ถูกต้องและประสงค์จะขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด ก็ให้ยื่นคำขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิดจนถึงก่อน วันครบเกษียณ
อายุุเป็นเวลา 5 ปี โดยยึดถือวัน เดือน ปีเกิดที่ลงไว้ใน ก.พ.7 ฉบับที่เก็บรักษาไว้ ณ สำนักงาน ก.พ. เป็นหลักฐานในการคำนวณอายุ
แต่อย่างไรก็ตามกรณีนี้ ถึงแม้จะพ้นกำหนดแล้วก็ยังเปิดโอกาสให้ขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิดได้อีกครั้งหนึ่ง

2.2 กำหนดให้มีการสำรวจและตรวจสอบวัน เดือน ปีเกิด ของข้าราชการที่บรรจุก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2527 แล้วแจ้งให้เจ้าตัวทราบ
เพราะเจ้าตัวอาจจำไม่ได้ว่าระบุวัน เดือน ปีเกิดใน ก . พ.7 ไว้อย่างไร พร้อมทั้งให้เวลายื่นคำขอแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด ไว้เป็นพิเศษ
อีกขั้นตอนหนึ่ง ดังนี้

(1) ให้หัวหน้าส่วนราชการสำรวจและแจ้งรายชื่อพร้อมทั้ง วัน เดือน ปีเกิด ของข้าราชการที่จะหมดสิทธิยื่นคำขอแก้ไข กล่าวคือ จะต้องสำรวจเกษียณอายุล่วงหน้า 4 ปีเศษ แล้วแจ้งให้สำนักงาน ก . พ . ทราบเป็นรายปี ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

(2) ให้สำนักงาน ก . พ . ตรวจสอบและแจ้งให้ส่วนราชการทราบภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หลังจากนั้นหัวหน้า
ส่วนราชการจะต้องแจ้งให้ข้าราชการเหล่านั้นทราบโดยเร็ว และหากข้าราชการผู้ใดประสงค์จะยื่นคำขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด
ก็ให้ยื่นได้ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากพ้นกำหนดนี้แล้วจะยื่นคำขออีกไม่ได้ ทั้งนี้ ควรให้ข้าราชการลงลายมือชื่อ
รับทราบไว้เป็นหลักฐานด้วย

2.3 ข้าราชการที่มีสิทธิขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิด จะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ตามระยะเวลาที่กำหนดตามระเบียบดังกล่าวหากประสงค์จะแก้ไข
ก็ให้ยื่นคำขอแก้ไขตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงหัวหน้าส่วนราชการ และให้ส่งสูติบัตร หรือทะเบียน
คนเกิด แต่ถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่จะหาหลักฐานดังกล่าวได้ ให้ส่งหนังสือรับรองจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่เก็บเอกสารดังกล่าว
ซึ่งแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่อาจหาสูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิดได้พร้อมด้วยหลักฐานทุกอย่าง ดังต่อไปนี้ ไปประกอบการพิจารณาของ ก . พ . คือ

(1) ทะเบียนสำมะโนครัวหรือทะเบียนบ้าน

(2) หลักฐานการศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่งที่แสดงวัน เดือน ปีเกิด จากสถานศึกษาในประเทศทุกแห่ง ที่ผู้นั้นเคยศึกษา

(3) หลักฐานทางทหารในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นข้าราชการชาย ได้แก่ ใบสำคัญทหารกองเกิน ( แบบ สด . 9 ) หรือใบสำคัญทหารกองหนุน ( แบบ สด . 8 ) หรือทะเบียนทหารกองประจำการ ( แบบสด . 3 ) หรือสมุดประจำตัวทหารกองหนุน

(4) หลักฐานทางราชการแสดงวัน เดือน ปีเกิด ของพี่น้องร่วมมารดา ( ถ้ามี )

(5) หลักฐานอื่นของทางราชการที่ระบุ วัน เดือน ปีเกิด โดยชัดแจ้ง ( ถ้ามีหลักฐานดังกล่าว ให้ใช้ต้นฉบับ หากไม่สามารถ
ส่งต้นฉบับได้ ให้ใช้สำเนาซึ่งผู้มีอำนาจหน้าที่รับรองความถูกต้อง สำหรับกรณีที่ไม่อาจส่งหลักฐานตาม (2) หรือ (3) ให้ส่งหนังสือรับรองจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่เก็บรักษา แจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่อาจหาหลักฐาน ดังกล่าว
มาประกอบการพิจารณาด้วย

2.4 ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นที่ได้รับคำขอ ตรวจสอบคำขอและหลักฐาน หากเห็นว่า คำขอหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องหรือให้ยืนยันคำขอและหลักฐานเดิมที่ยื่นไว้ แล้วให้หัวหน้าส่วนราชการเสนอคำขอพร้อมหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมเกษียณอายุโดยให้ทำความเห็นประกอบการพิจารณาด้วย

2.5 ผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ควบคุมเกษียณอายุให้ถือเป็นที่สุด ตามข้อ 12 ของ

ระเบียบสำนักนายกฯ พ.ศ. 2527 นั้น มีเจตนารมณ์มิให้มีการขอแก้ไขหลายครั้งโดยไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ แต่ทั้งนี้ การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ควบคุมเกษียณอายุจะต้องสั่งการปรากฏเป็นข้อยุติไปในทางใดทางหนึ่งคือให้แก้ไขหรือไม่ให้แก้ไข

3. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 11 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2547 เรื่อง การแก้ไขวัน เดือน ปีเกิดในทะเบียนประวัติข้าราชการ

ก.พ. มอบหมายให้ อ.ก.พ.สำนักนายกรัฐมนตรี อ.ก.พ. กระทรวง หรือ อ.ก.พ.ทำหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวง ทำการแทน ก.พ.ในการพิจารณา
การขอแก้ไขวัน เดือน ปีเกิดในทะเบียนประวัติของข้าราชการในสังกัด เฉพาะกรณีที่ไม่มีผลกระทบต่อการเกษียณอายุของข้าราชการ
ตามแนวทาง ดังนี้

1 . กรณีมีต้นฉบับสูติบัตร หรือสำเนาซึ่งรับอรงความถูกต้องจากผู้มีอำนาจหน้าที่ ให้พิจารณาความน่าเชื่อถือของสูติบัตร ดังนี้

1.1 ชื่อและชื่อสกุลที่ปรากฏในสูติบัตรต้องตรงกับชื่อ และชื่อสกุลของผู้ขอแก้ไข หากไม่ตรงกัน หรือไม่ปรากฏชื่อผู้ขอแก้ไข
ในสูติบัตร จะต้องมีหลักฐานอื่นมาประกอบการพิจารณาว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เช่น ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล หรือรับรอง
จากนายทะเบียนราษฎร เป็นต้น

1.2 ชื่อบิดาและมารดาในสูติบัตรต้องตรงกับชื่อที่ปรากฏใน ก.พ.7 หรือไม่ หากไม่ ตรงกันจะต้องมีหลักฐานอื่นมาประกอบ
การพิจารณาว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เช่น ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล หรือรับรองจากนายทะเบียนราษฎร เป็นต้น

1.3 ตัวเลขหรือตัวอักษรที่ระบุวัน เดือน ปีเกิด ต้องชัดเจน

1.4 หลักฐานตามข้อ 1.1 และ 1.2 ต้องไม่มีรอยขูด ลบ ขีด ฆ่า จนทำให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย

2. กรณีไม่มีสูติบัตร ต้องมีหนังสือรับรองจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่เก็บรักษาสูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิด ซึ่งแจ้งเหตุขัดข้อง
ที่ไม่อาจหาสูติบัตรหรือทะเบียนคนเกิดได้และต้องมีหลักฐานอื่นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิดในทะเบียน
ประวัติข้าราชการ พ.ศ.2527 ทุกรายการ ดังต่อไปนี้

2.1 ทะเบียนสำมะโนครัวหรือทะเบียนบ้าน

2.2 หลักฐานการศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่งที่แสดงวัน เดือน ปีเกิด จากสถานศึกษาในประเทศทุกแห่งที่ผู้ยื่นคำขอเคยศึกษา

2.3 หลักฐานทางทหารในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นข้าราชการชาย ได้แก่ ในสำคัญทหารกองเกิน (แบบ สด.9) หรือใบสำคัญ
ทหารกองหนุน (แบบ สด.8) หรือทะเบียนทหารกองประจำการ (แบบ สด.) หรือสมุดประจำตัวทหารกองหนุน

2.4 หลักฐานทางราชการแสดง วัน เดือน ปีเกิดของพี่น้องมารดา (ถ้ามี)

2.5 หลักฐานอื่นของทางราชการที่ระบุวัน เดือน ปีเกิด โดยชัดแจ้ง (ถ้ามี)

ทั้งนี้ หลักฐานทุกฉบับต้องระบุวัน เดือน ปีเกิดตรงกันและตรงกับที่ขอแก้ไข โดยไม่มีรอยขูด ลบ ขีด ฆ่า จนทำให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย

3. เมื่อ อ.ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี อ.ก.พ. กระทรวง หรือ อ.ก.พ.ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง มีมติให้แก้ไขวัน เดือน ปีเกิดในทะเบียนประวัติ
ของข้าราชการแล้ว ให้กระทรวงหรือส่วนราชการที่มี อ.ก.พ.ทำหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวง แจ้งสำนักงาน ก.พ. ภายใน 15 วัน ทั้งนี้ เมื่อสำนักงาน
ก.พ.ได้แก้ไขใน ก.พ.7 (ต้นฉบับ) แล้ว ให้ถือว่าเป็นวัน เดือน ปีเกิดที่ถูกต้อง

กลับหน้าแรก