|
ข้อมูลที่นำเสนอนี้ไม่ใช้คำว่า "สัตว์ทะเลมีพิษ" เพราะฉลามหรือเม่นทะเลไม่มีพิษ แต่อาจมีอันตรายได้ เราจึงรวมเรื่องของสัตว์ทะเลที่มีอันตรายไว้ทั้งหมด ทั้งมีพิษและไม่มีพิษ แต่ทั้งนี้ไม่รวมสัตว์ทะเลที่กินแล้วมีพิษ เช่น แมงดา ปลาปักเป้า ฯลฯ แต่อยากแนะนำว่าอย่ากินอะไรแปลกๆ ไม่น่าไว้ใจ อนึ่ง สรรพชีวิตทั้งหลายในทะเล มิได้ต้องการจู่โจมทำร้ายมนุษย์ อันตรายที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นเพราะเขาป้องกันตัว มีน้อยมากที่ทำร้ายเราเพราะต้องการอาหาร และในจำนวนนั้นทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด สิ่งมีชีวิตหลายแสนชนิดของท้องทะเล ไม่มีชนิดใดที่ล่ามนุษย์เป็นอาหารโดยตรง คนที่ทำร้ายสัตว์ทะเลก่อน เพราะกลัวเขาจะทำร้ายเรา คนพวกนี้มักได้รับอันตรายจากสัตว์ทะเล สัตว์ทะเลมีพิษ
ปลา : ปลาหลายชนิดมีพิษอยู่ที่เงี่ยง พิษเหล่านี้ใช้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เช่น ปลากระเบน ปลาหิน ปลาสิงโต ปลาดุกทะเล ปลาสลิดทะเล ฯลฯ โอกาสที่เราจะโดนพวกเขาทำร้ายมีน้อยมาก ทุกกรณีเกิดจากเราไปทำร้ายเขาก่อน ตัวอย่างต่อไปนี้คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาแล้ว
- นักท่องเที่ยวไปเดินในน้ำตื้นแล้วเหยียบปลากระเบน
- นักท่องเที่ยวไปจับปลาดุกทะเลหรือสลิดทะเลที่ตายแล้ว แต่เงี่ยงยังมีพิษอยู่
- นักดำน้ำไปจับหรือโดนปลาหินหรือปลาสิงโตเพราะไม่ระวังตัว
- นักดำน้ำไปขี่หรือเกาะปลากระเบน บางตัวใหญ่มาก เงี่ยงอาจทะลุตัวเหมือนโดนแทงได้
อาการ - เมื่อโดนจะปวดแผลฉับพลัน อาจตกใจหรือเกิดตะคริวจนจมน้ำได้
รักษา - ดึงเงี่ยงที่อาจหักค้างอยู่ออกจากแผล ใช้ของร้อนประคบ เช่น น้ำอุ่น ที่เป่าผม หินเผาไฟดูอาการว่าถ้ารุนแรงให้นำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที
งูทะเล : ในทะเลมีงูประมาณ 50 ชนิด พบบ่อยที่สุดในแนวปะการังเมืองไทยคืองูทะเลปล้องดำมีพิษร้ายแรง แต่โดยธรรมชาติงูทะเลจะไม่ทำร้ายมนุษย์โดยเจตนา (ยกเว้นในช่วงผสมพันธุ์และเป็นเพียงบางครั้ง) ตามปรกติงูทะเลจะไม่สนใจเราเลย เขาจะว่ายน้ำหาอาหารโดยมุดหัวไปตามซอกแล้วใช้จมูกดมเพื่อกินไข่ปลาหรือกุ้ง บางครั้งเขาอาจเข้ามาใกล้เรามาก ไม่จำเป็นต้องตกใจจนว่ายหนีฉุกละหุกเมื่อเจองูทะเลให้ว่ายหนีออกมาช้าๆ หากโดนงูทะเลกัดพิษงูจะส่งผลต่อกล้ามเนื้อ (พิษงูทะเลเป็น Myotoxic มีผลต่อกล้ามเนื้อ) ปัสสาวะมักเปลี่ยนสี สามารถปฐมพยาบาลเหมือนโดนงูกัด แล้วหาแพทย์ทันที อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนไม่เคยได้ยินว่ามีนักท่องเที่ยวหรือนักดำน้ำโดนงูทะเลกัด ทั้งหมดที่ทราบคือชาวประมงที่าปลาในป่าชายเลน
เม่นดอกไม้ : เม่นดอกไม้และเม่นขนสั้นบางชนิด พบตามพื้นทรายนอกแนวปะการัง มีพิษร้ายแรง อย่าจับโดยเด็ดขาด แต่หากโดนให้ไปพบแพทย์โดยด่วน
ดาวหนาม : ดาวหนามเป็นสัตว์กินปะการัง พบได้ทั่วไป หนามตามตัวแข็งและแหลมมาก หากโดยเข้าไปจะรู้สึกเจ็บแปลบ แผลจะหายยากมาก บางครั้ง 6 เดือนแล้วยังไม่หาย (โดนมาแล้ว)
หมึกทะเล : หมึกทะเลเป็นสัตว์เป็นสัตว์กลุ่มหอย ทุกชนิดสามารถกัดเราด้วยฟันแหลมคล้ายปากนกแก้ว บางชนิดมีพิษ เช่น หมึกกระดอง แต่ส่วนใหญ่พิษมักไม่มีผลต่อมนุษย์ ยกเว้นหมึกสายวงฟ้า มีพิษร้ายแรงมากจนถึงตาย แต่เท่าที่ทราบ ไม่มีรายงานหมึกสายกลุ่มนี้ในเมืองไทย
หอยเต้าปูนะ : หนึ่งในสัตว์มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก (ใช้ยิงไดโนเสาร์ในเรื่อง The Lost World) ฟันหอยเปลี่ยนรูปเป็นฉมวก เมื่อหอยเจอเหยื่อหรือป้องกันตัว จะยื่นงวงออกมาก่อนยิงฉมวกใส่ หลายชนิดมีพิษถึงตาย เช่น หอยเต้าปูนลายแผนที่ การหลีกเลี่ยงทำได้ง่ายมาก คือไม่พยายามไปจับหอยเหล่านั้นหรือเก็บหอยมาไว้ในกระเป๋าเพื่อเอากลับบ้านเป็นของที่ระลึก
แมงกะพรุน : พิษเกิดจากเข็มพิษเรียกว่า Nematocyst (นีมาโตซิส) ความรุนแรงของพิษแตกต่างกันออกไปตามแต่ชนิดและขนาดตัว พิษเหล่านี้อยู่ที่หนวดและยังมีพิษอยู่แม้แมงกะพรุนตายแล้ว หนวดบางเส้นยาวแต่ใส ทำให้พวกเรามองไม่เห็น วิธีการว่ายหลบแมงกะพรุนจึงควรหลบทางหัว อย่างหลบทางหนวดโดยเด็ดขาด แมงกะพรุนบางชนิดมีพิษรุนแรงถึงตาย เช่น แตนทะเล แต่มีอยู่น้อยมากไม่ค่อยพบในน่านน้ำไทย
ปะการัง ดอกไม้ทะเล ไฮดรอยด์ : มีเข็มพิษที่หนวดเช่นเดียวกับแมงกะพรุน หากสัมผัสโดยผิวหนังจะมีอาการ เป็นผื่นแดง คันมาก บางชนิดมีพิษแรงอาจถึงขั้นแผลไหม้ สามารถปฐมพยาบาลไดโดย อย่าใช้น้ำราดแผลเพราะจะทำให้เข็มพิษยิงต่อไป ให้รีบหยิบหนวดที่อาจติดอยู่ทิ้งไป (คนหยิบต้องใส่ถึงมือด้วยนะครับ) ใช้น้ำส้มสายชูจำนวนมากราดแผล ฤทธิ์ของน้ำสมสายชูจะหยุดการทำงานของเข็มพิษ หากเป็นมากให้ส่งแพทย์โดยด่วน
ฉลาม : สัตว์ชอบงับมนุษย์ตามสายตาของคนทั่วไป แต่เป็นปลาที่สง่างามและยิ่งใหญ่ที่สุดของท้องทะเลในสายตาบางคน สำหรับเรา หลายสิบครั้งที่เจอ เราไม่เคยว่ายหนีฉลาม เพราะทราบดีว่าเขาไม่ใช่สัตว์ดุร้ายฉลามบางชนิดอาจเป็นอันตราย เช่น ฉลามเสือ แต่หลายชนิดไม่ได้เป็นเช่นนั้น เช่น ฉลามครีบเงินฉลามหัวค้อน มีรายงานว่าจู่โจมมนุษย์น้อยยิ่งกว่า ส่วนใหญ่เป็นคำร่ำลือในท้ายที่ผิดมากกว่า ไม่มีรายงานว่าฉลามจู่โจมมนุษย์ในเมืองไทย มากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ถ้าคุณเจอฉลาม จงใช้ความระมัดระวังทุกครั้ง อย่าประมาท อาจค่อยๆ ว่ายน้ำหนีห่างออกมา แต่ไม่จำเป็นต้องตกใจ โอกาสฉลามกินคนในเมืองไทย น้อยกว่าโอกาสที่รถจะวิ่งเข้าไปชนคุณถึงเตียงนอนในบ้านเสียอีก
ปลาสาก : รูปร่างที่น่ากลัว ทำให้หลายคนกลัวปลาสาก แต่ความเป็นจริงแล้วเราไม่เคยได้ยินว่าปลาสากจู่โจมมนุษย์ในเมืองไทย แม้แต่ในเมืองนอกก็น้อยเต็มที ปรกติปลาสากจะรวมฝูงเพื่อพักผ่อนในตอนกลางวัน บางครั้งอาจว่ายมาดูเราจนใกล้หรือติดตามเราตลอดดำน้ำ ถือเป้นเรื่องปรกติ ในตอนกลางคืนปลาสากจะล่าเหยื่อ คนที่ไป Night Dive อาจจะเป็นปลาสากพุ่งเข้าใส่ แต่ไม่ต้องกลัว เพียงหลบออกจากบริเวณนั้นหรือดับไฟหลอกล่อ ปลาสากจะหนีไปในที่สุด
ปลาไหลมอเรย์ : แม้รูปร่างจะน่ากลัว แต่ปลากลุ่มนี้ไม่ดุร้าย โอกาสที่เราโดยเขากัด มักเป็นช่วงผสมพันธุ์หรือเขาอยู่ในโพรง เรามองไม่เห็นไปจับข้างโพรง จึงโดนกัด
เม่นทะเล : เม่นดำหนามยาวเป็นสัตว์ที่ทุกคนรู้จักดี หลายคนเคยโดนหนามเม่นทิ่มมาก่อน วิธีการแก้ไขไม่ยาก ใช้ขวดนวดแผลไปมา หนามข้างในจะแตกและหายไปในเวลา 24 ชั่วโมง อย่าบ่งหรือทุบแผลรุนแรง อาจอักเสบให้กินยาแก้ปวดช่วย การป้องกันให้ระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะนักดำน้ำแบบ Snorkelling อย่ายืนบนก้อนปะการัง อย่าเข้าไปในบริเวณที่ตื้นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีคลื่นลม คลื่นอาจซัดเราไปโดนเม่นทะเลได้
สัตว์อื่น : มีสัตว์อีกหลายชนิดที่อาจเป็นอันตราย เช่น บุ้งทะเล ปะการังไฟ ฟองน้ำไฟ กั้งตั๊กแตน ปลาปักเป้า เพรียง หอยนางรม ฯลฯ แต่ทุกอย่างมีทางป้องกันโดยไม่ประมาท และระวังตัวอยู่เสมอ ข้อแนะนำที่ได้ผลดีที่สุดคือ "อย่าจับสัตว์ทะเลทุกชนิด ไม่ว่าคุณจะรู้จัก คิดว่ารู้จัก หรือไม่รู้จัก" เราจะไม่ทำร้ายสัตว์ทะเลและไม่ทำร้ายตัวเราเอ สำหรับแผลที่เกิดขึ้นจากปะการังหรือสัตว์ใต้ทะเลทำร้าย บางครั้งอาจติดเชื้อจากน้ำทะเล ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อและรักษาความสะอาดแผลอย่างดี |