|
Thai | Eng |
|
| อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง |
|
|
| ทะเลใน หนึ่งเดียวในอ่าวไทย |
|
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะในอ่าวไทยท้องที่ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากเกาะสมุยและเกาะพะงันไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่างๆ ประมาณ 40 เกาะ ตามเกาะต่างๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีเนื้อที่ประมาณ 63,750 ไร่ หรือ 102 ตารางกิโลเมตร
บริเวณหมู่เกาะอ่างทองแต่เดิมเป็นพื้นที่หวงห้ามของกองทัพเรือซึ่งมีโครงการจะสร้างฐานทัพเรือเพื่อควบคุมความปลอดภัยของประเทศทางด้านอ่าวไทย แต่ด้วยมีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น นกนานาชนิด และแนวปะการัง เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ปลานานาชนิด ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2518 นายสมบูรณ์ วงศ์ภักดี นักวิชาการป่าไม้ตรี กองอุทยานแห่งชาติ ได้เขียนบทความสารคดีเรื่อง หมู่เกาะอ่างทอง อุทยานแห่งชาติทางทะเล ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 29 มิถุนายน 2518 สรุปสาระสำคัญว่า ควรจัดหมู่เกาะอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ประกอบกับกองอุทยานแห่งชาติได้มีโครงการอยู่แล้วเช่นกัน และคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 ให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดหมู่เกาะอ่างทองเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่ง
ในปี พ.ศ. 2518 กองอุทยานแห่งชาติ ได้มีบันทึกที่ กส.0708/915 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2518 เสนอกรมป่าไม้ ให้นายสมบูรณ์ วงศ์ภักดี นักวิชาการป่าไม้ตรี ไปทำการสำรวจ ปรากฏว่า หมู่เกาะอ่างทอง ประกอบด้วยเกาะประมาณ 40 เกาะ มีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น และนกนานาชนิด ปะการัง เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ปลานานาชนิด กรมป่าไม้จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่งได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2519 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2519 ให้กรมป่าไม้ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับหมู่เกาะอ่างทองกับกระทรวงกลาโหม และทำการตรวจสอบที่ดินบริเวณดังกล่าว กองอุทยานแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ กส.0708/1613 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2519 เสนอกรมป่าไม้ให้ นายสินไชย บูรณะเรข นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปดำเนินการตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และกระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือที่ กห. 0352 / 26927 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2519 ไม่ขัดข้องในการที่กรมป่าไม้จะกำหนดหมู่เกาะอ่างทองเป็นอุทยานแห่งชาติ
กรมป่าไม้จึงได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่งได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2520 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2520 เห็นชอบให้กำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติได้ ทั้งทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีหนังสือที่ สฎ.25/21994 ลงวันที่ 18 เมษายน 2520 ให้การสนับสนุนการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินบริเวณหมู่เกาะอ่างทองในท้องที่ตำบลอ่างทอง อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมเนื้อที่ 102 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 174 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2523 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 21 ของประเทศไทย
|
|
ลักษณะภูมิประเทศ |
|
|
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลอ่างทอง อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 9 องศา 31 ลิบดา-9 องศา 43 ลิบดา เหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 39 ลิบดา - 99 องศา 44 ลิบดา ตะวันออก ประกอบด้วยเกาะ 42 เกาะ ลักษณะเกาะเป็นเขาหินปูนและมีหน้าผาสูงชันเกือบทั้งหมด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 10-396 เมตรจากระดับน้ำทะเล เรียงตัวในแนวเหนือ-ใต้ เกาะที่มีขนาดใหญ่ เช่น เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ และเกาะท้ายเพลา สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเป็นพื้นน้ำ มีพื้นป่าประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ สภาพป่าโดยทั่วไปมีไม้ขนาดใหญ่น้อยมาก ทั้งนี้เนื่องจากเกาะที่เป็นเขาหินปูนมีเนื้อดินเป็นชั้นบาง |
|
ลักษณะภูมิอากาศ
|
|
|
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมที่พัดผ่าน ทำให้ฝนตกชุก คลื่นพายุรุนแรง
ฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะนี้เป็นช่วงว่างของฤดูมรสุมหลังจากสิ้นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว อากาศจะเริ่มร้อนและจะมีอากาศร้อนจัดที่สุดในเดือนเมษายน
ฤดูฝน อยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมร้อนและชื้นจากมหาสมุทรอินเดียพัดปกคลุมทำให้มีฝนตกทั่วไป ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี
ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเย็นและแห้งแล้งจากประเทศจีนพัดปกคลุม ทำให้อุณหภูมิลดลงทั่วไปและมีอากาศหนาวเย็น แต่เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากทะเลอ่าวไทย อากาศจึงไม่หนาวเย็นมากนักและจะมีฝนตกโดยทั่วไป โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน สำหรับช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 28 องศาเซลเซียส
สำหรับช่วงเวลาระพว่างเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ดังนี้
ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 -30 พฤศจิกายน ของทุกปี
เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี
|
|
พรรณไม้และสัตว์ป่า |
|
|
ลักษณะพรรณพืชตามธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง แบ่งตามลักษณะของสภาพป่าและถิ่นที่ขึ้นอยู่ได้แก่
ป่าดงดิบแล้ง ครอบคลุมพื้นที่ของเกาะขนาดใหญ่ คือ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะสามเส้า ในบริเวณไหล่เขาและตามร่องลำธาร มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น พลองใบมน จิกเขา รักเขา หัวค่าง พลองกินลูก เกด ไหม้ ไม้พุ่มชั้นล่างได้แก่ ข่อยหนาม กระจายอยู่ทั่วไป พืชพื้นล่างและพืชอิงอาศัยได้แก่ เต่าร้าง หวาย ข้าหลวงหลังลาย เปราะ บุก และกล้วยไม้นารีช่องอ่างทอง ฯลฯ
ป่าชายหาด เป็นป่าโปร่งขึ้นบริเวณแคบๆ ตามชายหาดและเชิงเขาชายทะเลทั่วไปของเกาะต่างๆ พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ หูกวาง โพทะเล กระทิง ปอทะเล จิกทะเล สนทะเล รักทะเล มะเดื่อป่า ฯลฯ พืชพื้นล่างได้แก่ เตยทะเล พลับพลึง กะทกรก และผักบุ้งทะเล เป็นต้น
ป่าเขาหินปูน พบในบริเวณเขาหินปูนที่มีชั้นดินน้อย พืชที่ขึ้นเป็นพืชขนาดเล็ก เช่น จันทน์ผา เป้ง สลัดได พลับพลึง บุก ปอทะเล เกด เชียด และยอป่า เป็นต้น
ป่าชายเลน พบอยู่น้อยมากบริเวณซอกหินที่มีหาดทรายหรือหาดเลนในวงรอบของทะเลในของเกาะแม่เกาะ และทางทิศตะวันออกของเกาะพะลวยในบางอ่าวที่เว้าเข้าไปในแผ่นดิน พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นโกงกางใบเล็ก |
|
ด้วยสภาพที่เป็นเกาะขนาดเล็กกลางทะเล มีที่ราบ และที่ลาดชันปานกลางถึงน้อย ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเกาะที่เป็นเขาหินปูนสูงชัน จึงทำให้เป็นข้อจำกัดในเรื่องของการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ขนาดใหญ่ สัตว์ที่พบเห็นโดยทั่วไปสามารถจำแนกออกได้เป็น
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบ 16 ชนิด ได้แก่ นากใหญ่หัวปลาดุก ค่างแว่นถิ่นใต้ ลิงแสม หมูป่า พญากระรอกดำ หนูเกาะ ค้างคาวแม่ไก่เกาะ โลมา และวาฬ เป็นต้น
นก พบไม่น้อยกว่า 54 ชนิด ได้แก่ นกยางเขียว เหยี่ยวแดง นกออก นกเด้าดิน นกแอ่นกินรัง นกแก๊ก นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ และนกขุนทอง ฯลฯ
สัตว์เลื้อยคลาน พบ 14 ชนิด ได้แก่ แย้ เหี้ย เต่าตนุ เต่ากระ งูเหลือม และงูจงอาง เป็นต้น
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พบน้อยมากเพียง 5 ชนิด ได้แก่ คางคกบ้าน กบบัว กบนา กบหนอง และปาด
นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ที่สำคัญคือ ปลาทู และยังอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้ำ เช่น ปลาผีเสื้อลายแปดเส้น ปลาสินสมุทร ปลานกแก้ว ปลากระเบนทอง ปลาฉลามหูดำ ปลาเม่นลายเสือ ปลากะพง ปลาเก๋า ปลิงทะเล ปูม้า กัลปังหา แส้ทะเล หอยมือเสือ หอยนางรม และปะการังที่สวยงามซึ่งได้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่จำนวนมาก
|
|
|
ที่ตั้งและการเดินทาง |
|
|
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง 145/1 ถ.ตลาดล่าง ต.ตลาด อ. เมืองสุราษฎร์ธานี จ. สุราษฏร์ธานี 84000 โทรศัพท์ : 0 7728 6025, 0 7728 0222,07 7286025 โทรสาร : 0 7728 6588 ผู้บริหาร : ดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ตำแหน่ง : นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ |
|
| รถยนต์ |
กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสายธนบุรีปากท่อ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 แล้วใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ถึงสุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 644 กิโลเมตร และรถยนต์โดยสารปรับอากาศ (กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ป.1 ) ราคา 745 บาท ถึงท่าเรือเฟอร์รี่หน้าทอน อ.เกาะสมุย |
|
| เครื่องบิน |
โดยสายการบินของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จากกรุงเทพฯสุราษฎร์ธานี ราคา 2,055 บาท และของบริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯเกาะสมุย ราคา 3,180 บาทไปกลับทุกวันใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที |
|
| เรือ |
ขึ้นเรือจากอำเภอดอนสัก เช่น ท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ , ท่าเรือสมุยทัวร์ และซื้อตั๋วข้ามฝั่งไปยังท่าเรือหน้าทอน อ.เกาะ สมุย เรือโดยสารออกเดินทางเวลาประมาณ 8.30 น. เพียงวันละ 1 เที่ยว การนั่งเรือไปยังอุทยานแห่งชาติ มีท่าเรือหน้าทอน จะเป็นเรือทัวร์ขนาดใหญ่ 70-100 คน ราคาค่าโดยสารประมาณ 950-1,100 บาท (เป็นแพ็คเก็จรวมอาหารกลางวัน) ใช้เวลา 2 ชม 30 นาที และท่าเรือบางรักษ์ เเป็นเรือสปีคราคาค่าโดยสารประมาณ 1,400 บาท (เป็นแพ็คเก็จรวมอาหารกลางวัน) ใช้เวลา 45 นาที ระยะทางจากอ.เกาะสมุยไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ประมาณ 35 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยทางเรือโดยสาร (เรือทัวร์) ราคา 1,100 บาท (เป็นราคาแพ็กเก็จไปกลับ รวมอาหารกลางวัน)เรือโดยสารออกเดินทางเวลาประมาณ 8.30 น. เพียงวันละ 1 เที่ยว |
|
| รถไฟ |
จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) มีบริการเดินรถทุกวัน ผู้โดยสารต้องเดินทางไปลงที่สถานีรถไฟพุนพิน แล้วต่อรถยนต์หรือรถโดยสารเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วเดินทางต่อโดยรถโดยสารประจำทางสายสุราษฎร์ธานี - เกาะสมุย |
|
| รถโดยสารประจำทาง |
การเดินทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าสู่อำเภอเกาะสมุย ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารสำหรับรถโดยสารปรับอากาศ ราคา 210 บ าท งและเรือธรรมดา (เรือนอน) ออกจากท่าเรือบ้านดอน สุราษฎร์ธานี เวลา 23.00 น. ถึงเกาะสมุยเวลา 05.00 น. เที่ยวกลับออกจากเกาะสมุยเวลา 21.00 น. ถึงสุราษฎร์ธานี เวลา 04.00 น. |
| |
| โซน |
ชื่อที่พัก-บริหาร |
ห้องนอน |
ห้องน้ำ |
คน/หลัง |
ราคา/คืน |
สิ่งอำนวยความสะดวก |
การจอง |
| โซนที่ 1 |
1. อ่างทอง 101 (ลมหวน) |
3 |
3 |
8 |
1,400 |
เครื่องนอน (เตียง 3.5 ฟุต), พัดลม, ผ้าเช็ดตัว
|
 |
| โซนที่ 1 |
2. อ่างทอง 102 (กัลปังหา) |
2 |
2 |
6 |
800 |
เครื่องนอน (เตียง 3.5 ฟุต), พัดลม, ผ้าเช็ดตัว
|
 |
| โซนที่ 1 |
3. อ่างทอง 103 (บินหลาดง) |
2 |
2 |
8 |
1,200 |
เครื่องนอน (เตียง 3.5 ฟุต), พัดลม, ผ้าเช็ดตัว
|
 |
| โซนที่ 1 |
4. อ่างทอง 104 (ปะการัง 1) |
1 |
1 |
2 |
500 |
เครื่องนอน (เตียง 3.5 ฟุต), พัดลม, ผ้าเช็ดตัว
|
 |
| โซนที่ 1 |
5. อ่างทอง 105 (ปะการัง 2) |
1 |
1 |
2 |
500 |
เครื่องนอน (เตียง 3.5 ฟุต), พัดลม, ผ้าเช็ดตัว
|
 |
| ด้านธรรมชาติที่สวยงาม |
|
เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด |
|
| กิจกรรม :
กิจกรรมชายหาด
ดำน้ำตื้น
พายเรือแคนู/คยัค
|
|
เกาะวัวตาหลับ เกาะวัวตาหลับอยู่บริเวณอ่าวคาเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ด้านหน้าของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา ระยะทางประมาณ 500 เมตร จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่างๆ แปลกตา นอกจากนี้ยังมี ถ้ำบัวโบก ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่มีความแปลกและเด่นทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะหินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงามดูคล้ายดอกบัวบาน |
|
| กิจกรรม :
กิจกรรมชายหาด
เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา
ดำน้ำตื้น
พายเรือแคนู/คยัค
ชมทิวทัศน์
แค้มป์ปิ้ง
|
|
เกาะสามเส้า เกาะสามเส้า ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะแม่เกาะ เป็นแหล่งปะการังที่สวยงาม และมีสะพานหินธรรมชาติที่ยื่นโค้งออกไปในทะเล มีหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การตั้งแค็มป์พักแรมและว่ายน้ำชมปะการัง
|
|
| กิจกรรม :
กิจกรรมชายหาด
ดำน้ำตื้น
พายเรือแคนู/คยัค
แค้มป์ปิ้ง
|
|
เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม |
|
| กิจกรรม :
กิจกรรมชายหาด
ชมทิวทัศน์
|
|
ทะเลใน ทะเลใน หรือทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บนเกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ
|
|
| กิจกรรม :
เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา
ชมทิวทัศน์
|
|
อ่าวหน้าทับ-ถ้ำร้าง มีหาดทรายสวยขาวสะอาด มีชายหาดยาว บรรยากาศเงียบสงบ |
|
| กิจกรรม :
กิจกรรมชายหาด
พายเรือแคนู/คยัค
ชมทิวทัศน์
|
|
| ด้านศึกษาธรรมชาติ |
|
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทางเดินศึกษาธรรมชาติทางเรือ จำนวน 2 เส้น ชื่อ เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางน้ำ โดยเรือแคนู บริเวณรอบเกาะผี ระยะทางประมาณ 600 เมตร และบริเวณระหว่างชายหาดอ่าวคาชายหาดหน้าทับ ระยะทางประมาณ 2,200 เมตร |
|
| กิจกรรม :
เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
ดำน้ำตื้น
พายเรือแคนู/คยัค
ชมทิวทัศน์
|
|
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ "ดำน้ำ" เส้นทางดำน้ำแบบดำผิวน้ำ จำนวน 3 เส้นชื่อ เส้นทางศึกษาธรรมชาติสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ บริเวณเกาะท้ายเพลา ระยะทางประมาณ 200 เมตร บริเวณเกาะสามเส้า ระยะทางประมาณ 150 เมตร บริเวณอ่าวคา เกาะวัวตาหลับ ระยะทางประมาณ 150 เมตร |
|
| กิจกรรม :
กิจกรรมชายหาด
ดำน้ำตื้น
|
|
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ "ถ้ำบัวโบก" ถ้ำบัวโบก เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นทางสองของเกาะวัวตาหลับ เดินทางจากหน้าหาดอ่าวคา มีระยะทางประมาณ 300 เมตร เดินไป-กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง
จุดแรก ระยะทางประมาณ 80 เมตร สามารถมองเห็นชายหาดอ่าวคาที่มีหาดทรายขาวสะอาด และมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองโดยรอบ
จุดที่สอง ระยะทางประมาณ 200 เมตร ถึงปากถ้ำบัวโบก
จุดที่สาม ระยะทางประมาณ 220 เมตร ภายในถ้ำบัวโบก
จุดที่สี่ |
|
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดชมวิวผาจันทร์จรัส เกาะวัวตาหลับ จุดชมวิวผาจันทร์จรัส มีจุดวิวชม จุดแรก จุดชมวิวสลัดได 100 เมตร สามารถมองเห็นชายหาดทรายขาวสะอาด มองเห็นเกาะผีได้อย่างชัดเจน
จุดที่สอง จุดชมวิว 200 เมตร มองเห็นเกาะโดยรอบได้เกือบทั้งหมด
จุดทีสาม จุดชมวิว 350 เมตร สามารถสัมพันธ์ทัศนียภาพของหมู่เกาะอ่างทองได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
จุดที่สี่ ขุดชมวิว 500 เมตร ถึงจุดนี้ เมื่อมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบก็หายเหนื่อยเลยที่เดียว เป็นจุดที่สูงที่สุด |
|
| กิจกรรม :
เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
ไต่หน้าผา
เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา
ชมพรรณไม้
ชมทิวทัศน์
เดินป่าระยะไกล
|
|
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
|
|
ห้องน้ำ-ห้องสุขาชาย
มีห้องสุขาชายให้บริการ |
|
ห้องน้ำ-ห้องสุขาหญิง
มีห้องสุขาหญิงให้บริการ |
|
ที่พักแรม/บ้านพัก
มีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
|
|
ลานกางเต็นท์
อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง
หากต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับคำแนะนำ อัตราค่าบริการสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์เพิ่มเติ่ม คลิกที่นี่    |
|
ลานกางเต็นท์
อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง หากต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับคำแนะนำ อัตราค่าบริการสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์เพิ่มเติ่ม |
|
บริการอาหาร
มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ บนเกาะวัวตาหลับ
|
|
ร้านขายเครื่องดื่ม
มีร้านขายเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกฮอล์กไว้บริการนักท่องเที่ยว |
|
ร้านขายของที่ระลึก
ร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้า กางเกง ของที่ระลึกต่างๆ |
|
ท่าเรือ/ท่าเทียบเรือ
ทุ่นจอดเรือ แบบทุ่นลอยน้ำ Floating pier เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวขึ้นลงเรือ |
|
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 1 แห่ง อยู่บริเวณ อ่าวคา เกาะวัวตาหลับ มีการจัดนิทรรศการ เพื่อให้ความรู้และให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว |
|
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ท่าเรือหน้าทอน เกาะสมุย |
|
จุดชมทิวทัศน์
มีลักษณะเป็นแอ่งค่อนข้างกลมคล้ายทะเลสาบขนาดย่อมๆ โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนเรียงรายเป็นวงรอบจนเกิดเป็นแอ่งและมีน้ำขังอยู่ภายใน ขนาดความกว้าง โดยเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 250 เมตร เมื่อมองดูผิวเผินแล้วคล้ายทะเลสาบ แต่ไม่ถูกปิดเสียทีเดียว เพราะมีช่องทางที่สามารถติดต่อกับทะเลภายนอก (ด้านอ่าวไทย) ที่ล้อมรอบเขาหินปูนอยู่อีกชั้นหนึ่ง มีบางแห่งเห็นได้ชัดว่าเป็นช่องโพรง (Cavern) ซึ่งเกิดจากหินปูนบางส่วนถูกชะล้างละลายโดยน้ำ จึงเกิดเป็นถ้ำ และช่องโพรงให้น้ำทะเลไหลลอดเข้ามาและออกไปจากแอ่งได้ ลักษณะภูมิสัณฐานดังกล่าวจึงดูเปรียบเสมือนมีทะเลอยู่ภายในแนวเขาที่ล้อมอยู่โดยรอบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสถานที่นี้ว่า ทะเลใน |
|
ทุ่นผูกเรือ
ทุ่นจอดเรือบริเวณเกาะวัวตาหลับ เกาะสามเส้า เกาะแม่เกาะ(ทะเลใน) |
|
เรือคยัค-แคนู
จุดพายเรือคยัค-แคนู มีหลายจุด
1. พายเรือคยัคจากเกาะวัวตาหลับไปยังเกาะผี
2. พายเรือคยัคจากเกาะถ้ำร้างไปยังเกาะแม่เกาะ ทะเลใน
3. พายเรือคยัคจากเกาะสามเส้าไปยังเกาะนอแรด |
|
อุปกรณ์ดำน้ำตื้น
เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สามารถดำน้ำดูปะการัง เพราะมีแนวทุ่นไว้ให้นักท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง
เกาะท้ายเพลา เป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่มีความสวยที่สุดของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง |
|
จุดเก็บค่าบริการ
จุดเก็บค่าบริการค่าธรรมเนียมเข้าในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง |
|
จุดเก็บค่าบริการ
จุดเก็บค่าบริการค่าธรรมเนียมเข้าในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง |
|