พืชสมุนไพร
ก-ข| ค-ช|ด-บ|บ-ฟ|ม-ร|ล-ส|ห-อ

 

สมุนไพร คือ ผลิตผลธรรมชาติ ได้จากพืช สัตว์ และแร่ธาตุ ที่ใช้เป็นยาหรือผสมกับสารอื่นตามตำรับยา เพื่อบำบัดโรค บำรุงร่างกาย หรือใช้เป็นยาพิษการสกัดสารจากพืชสมุนไพร มี 5 วิธี

    ยาชง (infusion) เป็นวิธีการนำเอสมุนไพรที่บดอย่างหยาบ ๆ มาสกัดเอาตัวยาที่สามารถละลายน้ำได้ออกมา โดยการแช่สมุนไพรในน้ำเย็นหรือน้ำร้อนชั่วระยะเวลาหนึ่ง ยาชงที่ได้เก็บได้ไม่นานจึงต้องเตรียมใหม่ ๆ ทันที

    ยาต้ม (decoction) เป็นวิธีการต้มสมุนไพรกับน้ำเพื่อสกัดเอาตัวยาที่ละลายน้ำได้ออกมา โดยการเติมน้ำเย็นลงผสมกับพืชสมุนไพรในภาชนะที่เหมาะสม แล้วต้มเป็นเวลาประมาณ 15 นาทีทิ้งให ้เย็น การสกัดโดยวิธีนี้ทำได้เฉพาะพืชสมุนไพรที่มีตัวยาที่ละลายน้ำได้ และทนต่อความร้อน การสกัดวิธีนี้มักได้น้ำตาล โปรตีนปนมากับตัวยาที่ต้องการ

    ยาตุ๋น (digestion) ใช้เวลานานและใช้อุณหภูมิประมาณ 40-60 ํ c

    ยาหมัก (maceration) คือ การหมักพืชสมุนไพรที่บดได้ขนาดตามต้องการ ในตัวทำละลายที่เหมาะสม อาจใช้เวลา 3-7 วัน หรือตามความเหมาะสมและต้องเขย่าเป็นครั้งคราว

    Percolation คือ การสกัดโดยวิธีให้ตัวทำลายค่อย ๆ ไหลผ่น colum พิเศษ ที่บรรจุพืชสมุนไพรสำหรับสกัดด้วยวิธีนี้โดยเฉพาะ

รสยา พร้อมสรรพคุณ และสแลงโรค ของพืชสมุนไพร
รสยา
สรรพคุณ
แสลงโรค
ยารสฝาด

สรรพคุณในการสมานแผล แก้ท้องร่วง แก้บิด บำรุงธาตุ เช่น ใบฝรั่ง ใบชา เปลือก/ผลทับทิม ผลมะตูมอ่อน เปลือกมังคุด

้ไอ ท้องผูก โรคลม ทำให้กระหายน้ำ
ยารสหวาน ทำให้ชุ่มชื่น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย เช่น แก่นขนุน ดอกคำฝอย โรคเบาหวาน น้ำเหลืองเสีย อาเจียน ฟันผุ
ยารสเบื่อเมา

ใช้แก้พิษแมลงกัดต่อย ดับพิษโลหิต แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน ระงับประสาท หากรับประทานมากกอาจเกิดอาการมึนงง กดประสาท เช่น ใบกระท่อม ดอกลำโพง รากทับทิม รากมะเกลือ

หัวใจพิการ บีบหัวใจ คลื่นเหียนอาเจียน โรคไอ
ยารสขม บำรุงโลหิตและน้ำดี กระตุ้นให้เจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร แก้ไข้ต่าง ๆ เช่น เถาบอระเพ็ด ผักโขม ผลสะเดา ลม จุกเสียด หัวใจพิการ
ยารสเผ็ดร้อน แก้ลมจุดเสียด แน่นเฟ้อ ขับเหงื่อ ขับลม บรรเทาอาการบวมช้ำ เคล็ดขัดยอก เช่น พริก ขิง ข่า ไพล ไข้พิษต่าง ๆ โรคตาเจ็บ
ยารสมัน แก้เส้นเอ็นพิการ บำรุงไขข้อ เช่น งาดำ เมล็ดมะขาม ผักกระเฉด รากมะกรูด หอบ ไอ ขับเสมหะ ร้อนใน กระหายน้ำ ไข้พิษ โรคบิด โรคดีซ่าน
ยารสหอมเย็น บำรุงหัวใจ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ อ่อนเพลีย บำรุงครรภ์ เช่น ดอกมะลิ พิกุล จำปี บุนนาค ดอกขจร เตยหอม ธาตุพิการ โลหิตคลอดบุตรเป็นพิษ ลมในลำใส้และนอกลำใส้
ยารสเค็ม รักษาโรคผิวหนังเน่าเปื่อย น้ำเหลืองเสีย บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร เช่น เปลือกต้นมะเกลือ ใบกระชาย กระหายน้ำ คอแห้ง บิดมูกเลือด กระเพาะอาหารพิการ
ยารสเปรี้ยว แก้เสมหะ ฟอกโลหิต แก้ไอ แก้กระหายน้ำ บำรุงผิว เช่น กระเจี๊ยบ มะนาว มะกรูด มะดัน ไข้ต่าง ๆ ท้องเสีย
ยารสจืด ขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ถอนพิษปวดแสบปวดร้อน เช่น ใบตำลึง เถารางจืด ใบผักบุ้ง หน้ามืด

ข้อเสนอแนะในการใช้พืชสมุนไพร

ใช้ให้ถูกต้น เนื่องจากพืชสมุนไพรมีชื่อพ้องกันมาก และยังมีชื่อท้องถิ่นซึ่งเรียกแตกต่างกันออกไป ทำให้เกิดการสับสนในการใช้ได้ง่าย ดังนั้นต้องระวัง เพราะการนำมาใช้ผิดชนิดนอกจากจะไม่มีผลในการรักษาแล้ว บางชนิดยังทำให้เกิดอันตรายได้ด้วย

้ใช้ให้ถูกส่วน เพราะในต้นพืชใช่ว่าจะออกฤทธิ์เท่ากันทุกส่วน หรือสารสำคัญอาจจะอยู่ในบางส่วนของพืชเท่านั้น

ใช้ให้ถูกขนาด ถ้าผิดขนาดอาจไม่มีผลทางการการรักษา หรือ เกิดพิษได้ใช้ให้ถูกวิธี การเตรียมที่ผิดวิธีจะทำให้ไม่มีผลทางการรักษา และยังทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้ เช่น พืชบางชนิดใช้สด บางชนิดใช้ย่างไฟก่อน เป็นต้น

ใช้ให้ถูกกับโรค เช่น ถ้าท้องผูก ต้องให้ยาระบาย ถ้าใช้ยาที่มีฤทธิ์ฝาด จะทำให้ท้องผูกยิ่งขึ้น