นายจีรศักดิ์ ทิพยวงค์
เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ลำน้ำน่านฝั่งขวา จ.แพร่-จ.อุตรดิตถ์
ติดต่อเรา/การเดินทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา จ.แพร่-จ.อุตรดิตถ์

ประวัติความเป็นมา
กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ได้สำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อกำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กำหนดให้สำรวจในท้องที่จังหวัดแพร่  คือ บริเวณที่ดินป่าแม่ก๋อน ป่าแม่สาย   ป่าแม่เข็ก ป่าแม่จั๊วะ  ป่าแม่-มาน ป่าแม่จั๊วะฝั่งซ้าย  ป่าแม่พวก ในท้องที่ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ ตำบลบ้านเหล่า ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น  ตำบลแม่จั๊วะ ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ และในท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ คือ บริเวณที่ดินป่า   ลำน้ำน่านฝั่งขวา ป่าห้วยเกียงพาและป่าน้ำไคร้    ในท้องที่ตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์  ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  พบว่าเป็นป่าธรรมชาติที่มีความอุดม-สมบูรณ์มาก มีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นอยู่ปะปนกัน        มีความหลากหลายทางชีววิทยา ทั้งพืชและสัตว์เป็นแหล่งอาหาร และแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่าได้      อย่างเหมาะสม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เหมาะสมที่จะรักษาไว้เป็นป่าไม้ถาวร           ของชาติ และไม่มีปัญหากับราษฎรในพื้นที่รวมเนื้อที่ประมาณ ๑๔๖,๘๗๕ ไร่ หรือประมาณ ๒๓๕ ตารางกิโลเมตร และได้ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา จังหวัดแพร่และอุตรดิตถ์ ตามพระราชกิจจานุเบกษา

สถานที่ตั้งและอาณาเขต
ตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย ป่าแม่เข็ก ป่าแม่จั๊วะและป่าแม่มาน ป่าแม่จั๊วะ     ฝั่งซ้าย ป่าแม่พวก จังหวัดแพร่และป่าห้วยเกียงพาและป่าน้ำไคร้ ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา จังหวัดอุตรดิตถ์    จุดที่ตั้งที่ทำการและพิกัดอยู่บริเวณป่าแม่เข็ก  ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขาพญาพ่อ  ริมอ่าง-เก็บน้ำแม่มานทิศเหนือ เลขที่  ๑๓๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ พิกัด ๙๒๕๑๘N ๒๑๗๒๕E

อาณาเขต
          ทิศเหนือ          พระธาตุดอยเล็ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
          ทิศตะวันออก จรด  อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน จังหวัดแพร่-อุตรดิตถ์
          ทิศใต้             จรด  บ้านน้ำลี บ้านน้ำไคร้ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
          ทิศตะวันตก    จรด  เขาพลึง บ้านห้วยลากปืน อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา จังหวัดแพร่และอุตรดิตถ์

. น้ำออกรูที่ผาอื้อ   คำว่าผาอื้อคือบริเวณที่มีภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนกันเป็นกลุ่มใหญ่หลายสิบยอด  สูงชี้ฟ้าซึ่งคนเราไม่สามารถที่จะไต่ขึ้นยอดเขาได้เว้นแต่สัตว์บางชนิดเท่านั้น  เช่น  เลียงผา  ลิง  ชะนี  แต่ก็ขึ้นได้ไม่ถึงยอดเขา   เพราะสูงชัน  ๙๐  องศา  หลายยอด  ตีนผาจะมีรูมีน้ำไหลออกมาจากรูตลอดทั้งปี   ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลออกมามากเป็นพิเศษ รูจะมีขนาดใหญ่พอที่คน จะใจกล้าจะมุดเข้าไปถึงโพรงข้างใน น้ำออกรูผาอื้ออยู่ทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตำบลหัวฝายอยู่ห่างจาก
อ่างเก็บน้ำแม่มานประมาณ   ๗  กิโลเมตร

 

๒. น้ำตกซาววา 
เป็นน้ำตกที่สวยงามมากในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์
สัตว์ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา จังหวัดแพร่และอุตรดิตถ์  อยู่
ในท้องที่ตำบลบ้านเหล่า   อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่
๓.น้ำตกห้วยไคร้  และน้ำตกแม่เฉย
อยู่ในท้องที่ตำบลบ้านด่านนาขาม   อำเภอเมือง  จังหวัดอุตรดิตถ์  เส้นทางคมนาคมสะดวกสามารถเดินทางเข้าไปถึงน้ำตกได้
๔. ถ้ำน้ำเกิ๋นและถ้ำน้ำพาน
ตั้งอยู่ท้องที่ตำบลบ้านกวาง  อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่  เส้นทางคมนาคมสะดวกสามารถเดินทางเข้าถึงได้  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ค้นพบใหม่ อยู่ห่างจากที่ทำการเขตฯระยะทาง  ๑๐ กิโลเมตร

 

 

๕. อ่างเก็บน้ำแม่มาน 
ในท้องที่ตำบลหัวฝาย  อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่  อยู่ติดกับสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลำ น้ำน่านฝั่งขวา  ฯ  มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากสามารถไปเที่ยวชมได้  ล่องเรือตกปลา  มีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน  ระยะทางจากอำเภอเมืองแพร่  ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร

 

 

 

ทรัพยากรชีวภาพ
ทรัพยากรป่าไม้
สภาพป่าเป็นป่าหลากหลายชนิดผสมกัน มีความต่างระดับความสูงของพื้นที่มาก จากการสำรวจพบว่าในพื้นที่นี้ประกอบด้วยป่าประเภทต่างๆคือ
. ป่าดิบเขา ลักษณะเป็นป่าไม้ผลัดใบมีไม่มากนักอยู่ตามสันเขาสูงสภาพอากาศหนาวเย็น เช่น สันเขาด้านรอยต่อจังหวัดแพร่ และอุตรดิตถ์ ตามเทือกเขาพญาพ่อ พรรณไม้ที่พบในป่านี้ ได้แก่ ก่อต่างๆ จำปี จำปาป่า ทะโล้ ฯลฯ เป็นต้น
. ป่าดิบแล้ง เป็นจำพวกไม้พลัดใบส่วนมากขึ้นอยู่ในพื้นที่มีความสมบูรณ์ดี
ดินมีการอุ้มน้ำได้ดีมีความชุ่มชื้นอยู่ตามบริเวณที่ราบแคบๆริมห้วยตามเชิงเขาที่มีความลาดชันไม่มากนักพรรณไม้ที่พบในป่าชนิดนี้ได้แก่กะบก ตะเคียน มะค่าโมง ประดู่ มะม่วงป่าไม้ยางชนิดต่างๆ ตามเสนอ ฯลฯ และไผ่ชนิดต่าง ๆ อาทิ ไผ่หก ไผ่ซาง ไผ่เฮี๊ยะ รวมทั้งพืชตระกูลปาล์ม เช่น ตาวหวายชนิดต่างๆ ส่วนไม้    พื้นล่างจะขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นจำพวก ข่า กล้วยป่า ผักกูดชนิดต่างๆ
. ป่าเบญจพรรณ ลักษณะเป็นป่าซึ่งผลัดใบในฤดูแล้งส่วนใหญ่พบในระดับความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลประมาณ ๒๐๐-๑๐.๐๐๐ เมตร เป็นป่าที่ครอบคลุมเนื้อที่ส่วนใหญ่ของป่าที่ทำการสำรวจป่าชนิดนี้มีพรรณไม้มีค่าอยู่มากชนิด เช่น กะบก สัก ประดู่ มะค่าโมง แดง ตะแบก    ยาง ชิงชัน เป็นต้น ส่วนไม้พื้นล่างอยู่กระจายตามพื้นที่มองเห็นได้ทั่วไป คือ ไผ่ชนิดต่างๆ เช่นไผ่ซาง ไผ่บง เป็นต้น
. ป่าเต็งรัง พบในพื้นที่บริเวณดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ หน้าดินตื้น ดินเป็นกรวดผสมทราย และลูกรังในพื้นที่สำรวจพบป่าชนิดนี้ตามเนินเขาเป็นย่อมๆ พรรณไม้ที่พบ ได้แก่ เต็ง รัง พลวง ตองตึง เหียง รกฟ้า ฯลฯ สำหรับไม้พื้นล่างมีพวกลูกไม้ชนิดต่างๆ ผักหวาน และหญ้าต่างๆ    อยู่กระจายห่างๆ
. ป่าหญ้าหรือป่ารุ่น ป่าชนิดนี้พบในสภาพพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายมาแล้ว เพื่อการเกษตรจนดินหมดความสมบูรณ์ และเกิดการพังทลายของหน้าดิน เนื่องจากสภาพทั่วไปเป็นเนินเขาและปล่อยทิ้งรกร้างจึงมีหญ้าชนิดต่างๆขึ้นปกคลุ่มเช่น หญ้าคา สาปเสือกอเลา กอพงหญ้าขจรอบ หญ้าก๋ง    ซึ่งทางภาคเหนือใช้ทำไม้กวาด บางแห่งก็มีลูกไม้ขึ้นผสมกันทำให้ป่าซึ่งได้ถูกทำลายไปแล้วส่วนนี้กลับฟื้นคืนสภาพป่าได้อีกครั้ง พรรณไม้บุกเบิกชนิดต่างๆ ได้เกิดขึ้น พบปะปนกันป่าหญ้า เช่น   ประดู่ สัก แดง เสลาย เป็นต้น
ทรัพยากรสัตว์ป่า
การสำรวจได้กระทำหลายวิธี คือ
๑. การสำรวจโดยตรง โดยการสำรวจในพื้นที่แล้วบันทึกชนิดของสัตว์ป่าที่พบเห็น หรือจากร่องรอยที่สามารถระบุชนิดของสัตว์ได้ เช่น จากมูล ขน โพรง รัง การฟังเสียงร้อง และรอยเท้า
๒. การสำรวจทางอ้อม โดยการสอบถามจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ ป่า พรานป่า รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่า และการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่าของชาวบ้าน ผลการสำรวจประเมินว่า มีสัตว์ป่าไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ชนิด บางชนิดมีปริมาณน้อย บางชนิดใกล้หมดไปจากพื้นที่ บางชนิดใกล้หมดไปจากพื้นที่ บางชนิดก็หมดไปจากพื้นที่แห่งนี้แล้ว เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เป็นต้น
ซึ่งระยะ ๕ ปีมานี้ ไม่มีใครพบเห็นหรือพบร่องรอยเลย ซึ่งสัตว์ป่าเหล่านี้มีคุณค่า และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ แต่ยังมีผู้พบเห็นสัตว์ทั้งสามชนิดนี้ ในบริเวณป่าข้างเคียงที่ติดต่อกันในเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน จึงนับได้ว่าป่าแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่หลบภัย และขยายพันธุ์ได้ ถ้าเร่งรีบการคุ้มครองดูแลป้องกันอย่าง เข้มงวด และประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยเร็ว สำหรับสัตว์ที่สำรวจพบแยกเป็นประเภทได้แก่ 
(ตารางฐานข้อมูลสัตว์ป่า)
ทรัพยากรสัตว์ป่าจำแนกได้ดังนี้ 
                             -  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม               จำนวน  ๑๑      ชนิด
                             -  สัตว์เลื้อยคลาน                      จำนวน  ๘       ชนิด
                             -  สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก          จำนวน  ๖       ชนิด
                             -  นก                                 จำนวน  ๖๕      ชนิด
                             -  ปลา                               จำนวน  -        ชนิด
                             -  แมลง                              จำนวน  ๑๐      ชนิด    
๑. สัตว์ป่าเลี้ยงลูกด้วยนม
พบสัตว์ป่าที่เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวน  ๑๑  ชนิด  เป็นสัตว์ป่าสงวนที่สำคัญของประเทศจำนวน  ๑  ชนิด คือ  เลียงผา  ซึ่งมีการสำรวจเจอโดยการพบร่องรอย และกองมูล  นอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่าเลี้ยงลูกด้วยนม  อีกหลายชนิด  เช่น  หมีควายหรือหมีดำ 
(Ursus  thibetanus) เสือปลา(Felis  viverrina)   อีเห็น เม่นหางพลวง (Atherurus macrourus)ลิงลมหรือนางอาย (Nycticebus coucang) นิ่มหรือลิ่น (Manis pentadactyla)  ลิง เลียงผา (Capricornis  sumatraensis) กระจงเล็ก (Tragulus javanicus)   อีเก้งหรือฟาน  
(Muntiacus  muntjak) หมูป่า (Sus scrofa Linnaeus) หมูหริ่ง (Arctonyx  collaris)  สำรวจพบ  เป็นต้น