เอลนีโญ

 

บทนำ

 

เอลนีโญ เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นมานานนับพันปี เพียงแต่ในระยะหลังโดยเฉพาะประมาณ พ.ศ.2515เป็นต้นมาเอลนีโญได้เกิดบ่อยครั้งขึ้นและมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา จึงสมควรมาทำความเข้าใจกับปรากฎการณ์นี้ โดยจะได้กล่าวถึง

1. ความรู้เกี่ยวกับปรากฎการณ์ เอลนีโญ

2. ข่าวสารเกี่ยวกับปรากฎการณ์ เอลนีโญ ที่ เกิดในปี 2540-2541

3. ผลกระทบจากปรากฎการณ์ เอลนีโญ ปี 2540-2541 ตามภูมิภาคต่าง ๆ

ความรู้และข่าวสารต่าง ๆ ได้รวบรวมจากเอกสารขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก แหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รวมถึงศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศหลัก ๆ อีกหลายศูนย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนทั่วไป รวมถึงผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านนโยบาย ได้ทราบถึงปัญหาที่เกิดจากปรากฎการณ์เอลนีโญ

ส่วนที่ 1 ภูมิหลังเกี่ยวกับปรากฎการณ์เอลนีโญ

(1) ความหมายของเอลนีโญ เอนโซ่และลานีญา

เอลนีโญ (El Niñ o-EN) เป็นคำที่ใช้เรียกปรากฎการณ์ทางสมุทรศาสตร์ที่หมายถึงการที่ผิวน้ำทะเลทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอุ่นขึ้นและแผ่ขยายกว้างไกลออกไปเป็นเวลานานถึง3 ฤดูกาลหรือมากกว่า ในทางกลับกันถ้าผิวน้ำทะเลบริเวณนี้เย็นลง จะเรียกว่า ลานีญา ปรากฎการณ์เอลนีโญจะเชื่อมโยงกับระบบความกดอากาศที่เรียกว่า ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ (Southern Oscillation - SO) ลักษณะความผันแปรนี้เห็นได้จากความกดอากาศระหว่างบริเวณตะวันตกกับตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณแรกศูนย์กลางอยู่ใกล้กับประเทศอินโดนีเซีย และอีกบริเวณศูนย์กลางอยู่ทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ดัชนีที่ใช้วัดขนาดความรุนแรงของความผันแปรนี้เรียกว่า ดัชนีความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ (Southern Oscillation Index - SOI) ค่านี้คำนวณได้จากความแตกต่างของความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเลระหว่างที่เกาะตาฮิติ(กลางมหาสมุทรแปซิฟิก)กับเมืองดาร์วินประเทศออสเตรเลียเนื่องจากความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้และเอลนีโญมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด จึงเรียกรวมกันว่า“เอลนีโญ - ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้” หรือ “เอนโซ่ (ENSO)” ระบบอากาศนี้จะแปรผันอยู่ระหว่างสภาวะที่ร้อน (เอลนีโญ) กับสภาวะปกติ(หรือเย็น)โดยมีช่วงของการเกิดเอลนีโญตามธรรมชาติประมาณ 3-4 ปีต่อครั้งในบรรยายสรุปต่อไปนี้จะเรียกปรากฎการณ์ที่เกิดระหว่างบรรยากาศกับมหาสมุทรนี้ ว่า “เอลนีโญ” ตามที่เป็นที่รู้จักกันดีของสาธารณชนทั่วไป

(2) เอลนีโญ เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่หรือไม่

มีหลักฐานแสดงว่าเอลนีโญได้เกิดขึ้นนานนับพันปีมาแล้ว แม้แต่เอลนีโญที่เกิดขึ้นในปี 2525 -2526 ซึ่งรุนแรงมากที่สุดในศตวรรษนี้ ก็ยังไม่ได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นเอลนีโญจนกระทั่งปรากฎการณ์นี้ได้เกิดขึ้นถึงครึ่งแล้ว เนื่องจากปรากฎการณ์นี้เป็นต้นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อภูมิอากาศของโลกอย่างรุนแรง เช่นอเมริกาเหนือประสบกับสภาพอากาศที่ผิดปกติอย่างมากตลอดปี 2526 ออสเตรเลียประสบกับสภาวะความแห้งแล้งมากและเกิดไฟป่าเผาผลาญเสียหายประเทศใกล้ ๆ ทะเลทรายสะฮาราประสบกับความแห้งแล้งที่เลวร้ายมากที่สุดช่วงหนึ่ง และลมมรสุมในมหาสมุทรอินเดียอ่อนกำลังลงมาก ประมาณว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ระหว่าง8 - 13 พันล้านเหรียญสหรัฐ และสูญเสียชีวิตประมาณ2,000 คน

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงทุนจำนวนมากในการตรวจวัดอากาศและการวิจัยเพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถในการพยากรณ์ปรากฎการณ์นี้ จนกระทั่ง 10 ปีสุดท้ายจึงได้มีความเข้าใจถึงการเกิดและการคงอยู่ของเอลนีโญ อย่างไรก็ตามเพียงเมื่อไม่นานมานี้ที่สามารถใส่ความสัมพันธ์ระหว่างกันที่สลับซับซ้อนและจำนวนข้อมูลอันมหาศาลเข้าไปในแบบจำลองระหว่างบรรยากาศและมหาสมุทร เพื่อทำการพยากรณ์ปรากฎการณ์เอลนีโญ

(3) สามารถตรวจจับเอลนีโญได้อย่างไร

จากเอลนีโญขนาดรุนแรงในปี 2525-2526 ทำให้เกิดแผนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อติดตาม ตรวจวัดและวิจัยปรากฎการณ์เอลนีโญขึ้น คือแผนงานมหาสมุทรเขตร้อนและบรรยากาศโลก (Tropical Ocean and GlobalAtmosphere - TOGA) ซึ่งได้ดำเนินการระหว่างปี 2528 - 2537 ภายใต้แผนงานการวิจัยภูมิอากาศโลกจากการศึกษาและวิจัยของ TOGA พบว่า ปรากฎการณ์เอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ตรวจจับได้จากหลายวิธี รวมถึงจากดาวเทียมทุ่นลอยที่อยู่กับที่ ทุ่นลอยที่เคลื่อนที่ การวิเคราะห์ระดับน้ำทะเลเป็นต้นระบบการตรวจวัดเพื่อการวิจัยนี้ปัจจุบันได้เข้าสู่ระบบการตรวจวัดภูมิอากาศทางภาคปฎิบัติแล้วแบบจำลองระหว่างบรรยากาศและมหาสมุทรของโลกได้ใช้ข้อมูลจากระบบการตรวจวัดภูมิอากาศนี้ป้อนเข้าไปในแบบจำลองเพื่อทำการพยากรณ์เอลนีโญ ส่วนแบบจำลองอื่นๆได้ใช้ในการวิจัยเพื่อให้เข้าใจถึงเอลนีโญได้ดีและมากยิ่งขึ้น

(4) เหตุใดที่อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนส่งผลกระทบต่อรูปแบบลมฟ้าอากาศของโลก

ช่วงที่เกิดเอลนีโญ ความร้อนส่วนเกินจำนวนมหาศาลทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ทำให้ดัดแปรบรรยากาศที่อยู่เบื้องบนแม้ว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะร้อนขึ้นเพียงไม่กี่องศาแต่ด้วยบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาลที่มันปกคลุมมีผลทำให้มีปริมาณความร้อนส่วนเกินเกิดขึ้นจำนวนมากมาย ผลกระทบนี้ได้ถูกนำพาไปรอบโลกโดยการดัดแปรของการหมุนเวียนของบรรยากาศ ทำให้รูปแบบลมฟ้าอากาศที่เป็นปกติในหลายภูมิภาคเปลี่ยนแปลงไป อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดียและแอตแลนติกก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อลักษณะภูมิอากาศในมหาสมุทรอินเดียแอตแลนติกและพื้นทวีปข้างเคียงบรรยากาศที่อยู่เหนือมหาสมุทรเหล่านี้สัมพันธ์กับพื้นน้ำที่อยู่เบื้องล่างจะช่วยขยายการแปรูปรวนของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลออกไปอีกผลก็คือมีผลกระทบต่อภูมิอากาศทั่วโลก ในเขตอบอุ่นและเขตหนาวผลกระทบจากเอลนีโญที่เกิดแต่ละครั้งจะผันแปรไปมากกว่าในเขตร้อน ดังนั้นการพยากรณ์อากาศในระยะยาวนานจะเชื่อถือได้ไม่มากเท่าในเขตร้อน

(5) ความสัมพันธ์ทั่วไประหว่างพายุหมุนเขตร้อนกับเอลนีโญ

เชื่อว่าเอลนีโญเป็นตัวลดการก่อตัวของพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะที่ลานีญา (สภาวะที่ผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกแถบศูนย์สูตรเย็นลง) เอื้อต่อการก่อตัวของพายุเฮอร์ริเคน และเอลนีโญมีแนวโน้มที่จะทำให้จำนวนพายุหมุนเขตร้อนในบริเวณตอนกลางและทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มจำนวนมากขึ้น

(6) รูปแบบของผลกระทบด้านภูมิอากาศจากปรากฎการณ์เอลนีโญที่มีต่อทั่วโลก

ภายในเขตร้อนช่วงที่เกิดเอลนีโญ การขยับตัวไปของบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนองจากแถบประเทศอินโดนีเซียไปยังตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกปกติจะทำให้เกิดความแห้งแล้งผิดปกติบริเวณประเทศอินโดนีเซียฟิลิปปินส์และทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลียตลอดทุกฤดูกาลนอกจากนี้สภาวะความแห้งแล้งผิดปกติยังพบได้ในบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาและทางตอนเหนือของประเทศบราซิล ในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือฝนมรสุมบริเวณประเทศอินเดียยังมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติโดยเฉพาะทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ บริเวณที่ชื้นกว่าปกติในระหว่างที่เกิดเอลนีโญคือบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ที่อยู่ในเขตร้อน ชายฝั่งตะวันตกบริเวณกึ่งเขตร้อนในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ (ตั้งแต่ทางใต้ของประเทศบราซิลจนถึงตอนกลางของประเทศอาร์เจนตินา)

ส่วนที่ 2 ข่าวสารเกี่ยวกับปรากฎการณ์เอลนีโญ ที่ เกิดในปี 2540-2541

เอลนีโญ 2540-2541 นับว่าเป็นปรากฎการณ์ครั้งที่รุนแรงที่สุดที่เคยมีการตรวจวัดมา มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีอุณหภูมิที่สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเอลนีโญปัจจุบันพัฒนาอย่างรวดเร็วมากทั่วทั้งตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2540 และได้มีกำลังแรงสูงที่สุดในเดือนมิถุนายน 2540 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2540เอลนีโญนี้มีกำลังแรงยิ่งกว่าเอลนีโญที่เกิดปี 2525-2526 โดยมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงกว่าปกติทั่วทั้งตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิก 2-5 องศาเซลเซียส ( ํซ.) อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงเกินกว่า 28 ํซ.ทั่วทั้งตอนกลางของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรโดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2540ประมาณวันที่ 8 มกราคม 2541 ปริมาตรของบริเวณแอ่งน้ำอุ่นของเอลนีโญนี้ได้ลดลงไปประมาณ40เปอร์เซนต์นับตั้งแต่ได้มีปริมาตรสูงสุดในต้นเดือนพฤศจิกายน 2540 แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ผิวหน้าของแอ่งน้ำอุ่นในแปซิฟิกนี้ก็ยังมีขนาดเป็น 1.5เท่าของประเทศสหรัฐอเมริกาแอ่งน้ำอุ่นนี้มีพลังงานมหาศาลจนกระทั่งผลกระทบของมันจะยังคงมีผลต่อรูปแบบของภูมิอากาศโลกไปจนถึงกลางปี 2541 ผลกระทบด้านความร้อนของเอลนีโญนี้เป็นตัวการหลักที่ทำให้อุณหภูมิทั่วโลกสูงทำสถิติในปี2540โดยประมาณว่าอุณหภูมิอากาศผิวพื้นเฉลี่ยเหนือพื้นดินและมหาสมุทรมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 30 ปี(พ.ศ.2503-2533)ประมาณ0.44 ํซปีที่ร้อนที่สุดที่ผ่านมาคือปี 2538 ซึ่งมีค่าอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 30 ปีเดียวกัน 0.38 ํซ.

ได้มีการกล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดในอินโดนีเซียซึ่งก่อให้เกิดหมอกควันไฟปกคลุมบางบริเวณของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2540 นั้น เป็นส่วนหนึ่งจากผลกระทบของเอลนีโญที่มีต่อบริเวณนี้แต่จากการประเมินภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดและจากรายงานลักษณะอากาศบ่งชี้ว่าบริเวณนี้ได้ปราศจากหมอกควันไฟโดยทั่วไปแล้ว

(7) เอลนีโญ 2540-2541 มีความรุนแรงเพียงใด

อุณหภูมิที่สูงผิดปกติบริเวณตอนกลางของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรของปรากฎการณ์เอลนีโญนี้มีค่าสูงกว่าเอลนีโญปี2525-2526และตามจริงแล้ว นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2540 อุณหภูมิที่สูงผิดปกติของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรเป็นค่าที่สูงอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในช่วงเวลาเดียวกันในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเอลนีโญนี้จะเริ่มพัฒนาในช่วงเวลาของปีช่นเดียวกับเอลนีโญปีก่อน ๆ แต่มันพัฒนาได้รวดเร็วกว่า และมีกำลังแรงสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2540 จากการวิเคราะห์ตัวแปรทั้งหลายคือ ความกดอากาศ ลมอุณหภูมิและปริมาณเมฆในท้องฟ้าแล้ว ปรากฎว่าความรุนแรงของเอลนีโญ2540-2541 ท่ามกลางเอลนีโญกำลังแรงสูงสุด 6 ปรากฎการณ์ในอดีตที่ผ่านมาเปรียบเทียบความรุนแรงได้กับเอลนีโญขนาดใหญ่ ปี 2525-2526

(8) การพยากรณ์เอลนีโญ ปี 2540-2541

ผลการพยากรณ์จากศูนย์พยากรณ์หลัก ๆ ทั่วโลก ส่วนใหญ่ระบุว่าเอลนีโญจะยังคงต่อเนื่องถึงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2541และจะตามติดด้วยการอ่อนกำลังลงหลังจากนั้น แต่ก็มีบางแบบจำลองที่ได้พยากรณ์ว่า จะเกิดปรากฎการณ์ลานีญาตามมาโดยเริ่มประมาณ ก.ค.-ส.ค.-ก.ย. 2541 ซึ่ง ปรากฎว่าได้เกิดปรากฎการณ์ลานีญากำลังอ่อนเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2541พร้อม ๆกับที่เอลนีโญเริ่มสลายตัวไป และลานีญานี้ได้มีกำลังแรงขึ้นเป็นขนาดปานกลางประมาณเดือนตุลาคม 2541 ต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2542

(9) ผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญในปี 2540 ตามภูมิภาคต่าง ๆ

ได้รวบรวมผลกระทบที่มีต่อลักษณะภูมิอากาศของบริเวณต่าง ๆ ทั่วโลกในปี 2540 ที่ค่อนข้างเด่นชัดว่าเกิดจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ดังต่อไปนี้

ภูมิภาคที่ได้รับความแห้งแล้ง

ตอนเหนือและตะวันออกของออสเตรเลีย ช่วงเดือนเมษายน - พฤศจิกายน 2540 บริเวณตอนเหนือและตะวันออกของทวีปมีฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติ ทำให้เกิดความแห้งแล้งทั่วบริเวณ ประกอบกับช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติ จึงก่อให้เกิดไฟป่าขึ้นในบริเวณรัฐวิคตอเรียและนิวเซ้าต์เวลส์เป็นเวลาหลายสัปดาห์

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณที่ได้รับความแห้งแล้งมากโดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไนและปาปัวนิวกินีและได้เกิดไฟป่าในอินโดนีเซีย และรัฐซาราวัคของมาเลเซียตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงปลายปี2540 บริเวณอื่น ๆ ที่ได้รับความแห้งแล้งคือ ประเทศไทย บางส่วนของพม่า ลาว เขมรและเวียดนาม

ตอนใต้ของอาฟริกาตะวันตก ได้รับฝนต่ำกว่าค่าปกติตั้งแต่เดือนกรกฎาคมพร้อมกับฤดูฝนได้เริ่มช้ากว่าปกติ

สหรัฐอเมริกาตะวันออก ได้รับความแห้งแล้งช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม ต่อจากนั้นเป็นฤดูหนาวที่หนาวน้อย

อเมริกากลาง มีสภาพอากาศแล้งปกคลุมช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม

ตอนเหนือของอเมริกาใต้ มีอากาศร้อนและแห้งแล้งในช่วงครึ่งหลังของปี

ภูมิภาคที่ได้รับฝนมากหรือน้ำท่วม

คาบสมุทรอินเดีย มีฝนตกชุกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมต่อเนื่องเกือบตลอดจนถึงสิ้นปี บริเวณนี้ ได้แก่ประเทศอินเดียบังคลาเทศ เนปาลและศรีลังกา

อาฟริกาตะวันออก ได้รับฝนชุกมากในช่วงตุลาคม-ธันวาคม ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักโดยเฉพาะบริเวณประเทศเคนยาอูกานดา รวันดาและตอนเหนือของแทนซาเนีย อเมริกาใต้ ส่วนมากของตอนกลางและตอนใต้ของ

อเมริกาใต้มีฝนสูงกว่าค่าปกติมากช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิ้นปี บางบริเวณของชิลีตอนกลางได้รับฝนภายใน 1 วัน เท่ากับปริมาณฝนรวมเฉลี่ยของทั้งปี และบริเวณชายฝั่งทางใต้ของเอควาดอร์และทางเหนือของเปรู ได้รับฝนชุกมากและก่อให้เกิดน้ำท่วมช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

อเมริกาเหนือ มีฝนตกชุกและเกิดน้ำท่วมเป็นบางบริเวณจากทางรัฐแคลิฟอร์เนียพาดไปทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาถึงบริเวณรัฐฟลอริดาในระยะครึ่งหลังของปี 2540

ผลกระทบที่มีต่อการเกิดพายุหมุนเขตร้อน

พายุหมุนเขตร้อน คือพายุที่ก่อตัวเหนือมหาสมุทรในเขตร้อน มีความรุนแรง 3 ระดับคือพายุดีเปรสชั่น พายุโซนร้อนและพายุเฮอร์ริเคน (ถ้าเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติคเหนือ) หรือไต้ฝุ่น (ถ้าเกิดทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือและในทะเลจีนใต้)

มหาสมุทรแอตแลนติคเอลนีโญทำให้พายุที่มีความรุนแรงระดับพายุโซนร้อนและพายุเฮอร์ริเคนที่เกิดทางเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติคมีจำนวนลดลงค่อนข้างชัดเจน โดยในปี พ.ศ. 2540 มีพายุโซนร้อนเกิดขึ้น 7 ลูก (ปกติประมาณ 9 ลูก)และที่รุนแรงเป็นพายุเฮอร์ริเคนจำนวน 3 ลูก (ปกติประมาณ 6 ลูก) และโดยรวมแล้วพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดขึ้นในฤดูพายุหมุนเขตร้อนในแอตแลนติคเหนือ ปี 2540 เกิดขึ้นเพียง 52 % ของค่าปกติเท่านั้น ผลกระทบของเอลนีโญต่อการเกิดพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแอตแลนติค ปรากฎชัดที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมเมื่อมีเพียงจำนวน 3 ลูก ที่ได้ก่อตัวขึ้นในช่วงนี้

ด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือเอลนีโญช่วยเอื้อต่อการก่อตัวพร้อมกับขยายพื้นที่ของการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ในปี 2540 ได้เกิดพายุโซนร้อนจำนวน 17 ลูก (ปกติ 16 ลูก) ที่รุนแรงถึงระดับเป็นพายุเฮอร์ริเคนจำนวน 9 ลูก (ปกติ 9 ลูก) และเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่รุนแรงมากจำนวน 7 ลูก (ปกติ 5 ลูก) นอกจากนี้พื้นที่ที่เกิดพายุหมุนเขตร้อนได้แผ่ขยายกว้างออกไปจากปกติ โดยมีจำนวน 4 ลูก ที่ได้ก่อตัวและเคลื่อนตัวทางตะวันตกของเส้นแวง 135 ํ ตะวันตก และมีพายุเฮอร์ริเคนที่รุนแรงจำนวน 2 ลูก ทำความเสียหายให้กับทวีปอเมริกาเหนือ

ด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ พายุหมุนเขตร้อนที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ในปี 2540 มีรูปแบบและลักษณะที่ผิดปกติมาก โดยเฉพาะบริเวณทางด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวคือ พายุมักจะมีเส้นทางเดินขึ้นไปในแนวทิศเหนือมากกว่าที่จะเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตกผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ จึงทำให้พายุที่ผ่านประเทศฟิลิปปินส์และทะเลจีนใต้มีจำนวนต่ำกว่าค่าปกติมาก ขณะที่มีพายุไต้ฝุ่นจำนวน 2 ลูกได้เคลื่อนที่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นเร็วกว่าปกติในเดือนมิถุนายนและฤดูพายุหมุนเขตร้อนในประเทศจีนเกิดล่าช้ามากและเป็นกรณีที่เกิดได้น้อยที่มีพายุหมุนเขตร้อน(พายุไต้ฝุ่น “ลินดา”)เคลื่อนผ่านปลายแหลมญวนและภาคใต้ของประเทศไทยในต้นเดือนพฤศจิกายน 2540 ซึ่งพายุลูกนี้ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทางใต้ของเวียดนามเป็นอย่างมาก และจากการที่จำนวนพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์มีน้อย จึงทำให้ฟิลิปปินส์ประสบกับความแห้งแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบถึงประเทศใกล้เคียงเช่นเวียดนามและไทยด้วย เนื่องจากเป็นเส้นทางที่พายุที่เคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์มีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่เวียดนามและไทยได้ในเวลาต่อมา หลายๆลักษณะที่กล่าวมาก็ได้เกิดขึ้นในช่วงปีเอลนีโญ 2525-2526 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้อย่างสูงว่ารูปแบบการเกิดของพายุหมุนเขตร้อนในปี 2540เกี่ยวข้องกับการขยับตัวไปของการหมุนเวียนของอากาศในภูมิภาคนี้ซึ่งสัมพันธ์กับปรากฎการณ์เอลนีโญที่เกิดอยู่ในขณะนี้

(10) ผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2541 ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก

ได้รวบรวมจากลักษณะภูมิอากาศที่ผิดปกติรายเดือนของช่วง 3 เดือนนี้ที่อาจกล่าวได้ว่าได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ ดังนี้

ภูมิภาคที่มีอุณหภูมิสูงหรือฝนน้อยกว่าปกติ

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ ประเทศไทย พม่า ลาว เวียดนาม เขมร มาเลเซีย สิงคโปร์อินโดนีเซียและบรูไน มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติตลอดทั้งช่วง 3 เดือน พร้อมกับมีฝนต่ำกว่าค่าปกติบริเวณประเทศไทย มาเลเซียอินโดนีเซีย บรูไนและฟิลิปปินส์

ทวีปออสเตรเลีย ปริมาณฝนโดยเฉลี่ยในช่วงมกราคม-มีนาคมของทางด้านตะวันออกตะวันตกและบางบริเวณของตอนกลางของออสเตรเลียได้รับฝนต่ำกว่าค่าปกติค่อนข้างมาก ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะตามบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

เอเชียตะวันออก ด้านตะวันออกของประเทศจีนต่อเนื่องถึงประเทศเกาหลีเหนือและใต้รวมทั้งประเทศญี่ปุ่นมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

ตอนเหนือของอเมริกาใต้ มีอุณหภูมิสูงและฝนต่ำกว่าค่าปกติตลอดทั้งช่วง

ตอนใต้ของอาฟริกาตะวันตก ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีอุณหภูมิสูงและฝนต่ำกว่าค่าปกติ

เกาะมาดากัสการ์ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีอุณหภูมิสูงและฝนต่ำกว่าค่าปกติ

ยุโรปตะวันตก มีอุณหภูมิสูงและฝนต่ำกว่าค่าปกติในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

ภูมิภาคที่มีอุณหภูมิต่ำหรือฝนมากกว่าปกติ

สหรัฐอเมริกา ในเดือนมกราคมมีฝนตกหนักทางด้านตะวันออกลงไปถึงทางใต้ของประเทศ และในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมบริเวณที่ฝนตกหนักได้เพิ่มพื้นที่คือ พาดจากทางตะวันตก ทางใต้ ไปถึงทางตะวันออกของประเทศอุรุกวัยและอาร์เจนตินา มีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าปกติและมีฝนตกหนักในประเทศอุรุกวัยต่อเนื่องถึงทางเหนือของอาร์เจนตินาในเดือนมกราคม ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ก็ยังคงมีอุณหภูมิต่ำและฝนตกหนักทางเหนือของอาร์เจนตินา

สรุป

ปรากฎการณ์เอลนีโญที่เกิดในแต่ละครั้งมักจะส่งผลกระทบต่อสภาวะอากาศของในแต่ละพื้นที่คล้าย ๆ เดิม กล่าวคือพื้นที่ที่ได้รับความแห้งแล้งจากผลกระทบของ เอลนีโญ ก็มักจะแห้งแล้งทุกครั้งที่เกิดเอลนีโญ เพียงแต่ความรุนแรงของความแห้งแล้งอาจจะมากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเอลนีโญที่เกิดในแต่ละครั้ง แต่ก็มีบางบริเวณที่ได้รับผลกระทบไม่เหมือนเดิมเช่นคาบสมุทรอินเดีย ซึ่งในปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรง พ.ศ.2525-2526 อินเดียได้รับความแห้งแล้ง แต่เมื่อเกิดเอลนีโญรุนแรงปี2540-2541 นี้ อินเดียกลับได้รับฝนมากกว่าปกติ ในกรณีเช่นนี้ก็จะทำให้มีความยากลำบากต่อการพยากรณ์อากาศในบริเวณนั้นๆ
เมื่อเกิดเอลนีโญครั้งต่อ ๆ ไปในอนาคต

สำหรับประเทศไทย พอสรุปได้กว้าง ๆ ว่า หากเกิดเอลนีโญขนาดรุนแรงขึ้นเมื่อใด ปริมาณฝนของประเทศไทยจะมีแนวโน้มต่ำกว่าปกติในฤดูฝน ขณะที่จะมีอุณหภูมิของอากาศสูงกว่าปกติในฤดูหนาวและฤดูร้อน พร้อมกับปริมาณฝนที่ลดลงในทั้งสองฤดู หรืออีกนัยหนึ่งจะมีฝนน้อยลงขณะที่อากาศร้อนขึ้น ดังเช่นที่เกิดในช่วง พ.ค.2540 - พ.ค. 2541 มาตรการที่จะบรรเทาผลกระทบลงได้บ้างก็คือ หากได้รับคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าได้เกิดเอลนีโญขนาดรุนแรงขึ้นแล้ว และจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงและอากาศร้อนขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปก็ควรมีการวางแผนด้านการใช้น้ำการเพาะปลูก การระมัดระวังเรื่องโรคภัยในช่วงที่เกิดภัยแล้ง รวมทั้งการระมัดระวังเรื่องไฟป่าเหล่านี้เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป
-ตามที่คาดการณ์เอาไว้ คือ น้ำอุ่นได้ปรากฏชัดขึ้นบริเวณพื้นผิวใกล้กับชายฝั่งประเทศในทวีปอเมริกาใต้ และในปัจจุบันได้ขยายบริเวณ
ครอบคลุมเส้นศูนย์สูตร และฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก
-สถานการณ์ส่วนใหญ่โดยภาพรวมแล้ว ได้มีความโน้มเอียงที่สนับสนุนให้เห็นว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญอีกด้วย กล่าวคือ การมีลมตะวันตก
ที่ผัดผ่านในบริเวณตะวันตกของเส้นศูนย์สูตรแถบมหาสมุทรแปซิฟิก
-น้ำอุ่นผิดปกติได้แพร่ขยายเป็นบริเวณกว้างในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพล และมีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดการหมุนเวียน
ของน้ำที่ผิดปกติในเขตร้อน (tropical circulation)
-การพยากรณ์ทางคอมพิวเตอร์ในรูปแบบจำลองต่างๆยังไม่มีความแน่นอน และยังไม่ปรากฏผลและชี้ให้เห็นอย่างแน่ชัดว่า จะเกิดปรากฏการณ์
เอลนีโญจริงหรือไม่
-ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญ(ด้านการพยากรณ์อากาศ) หลายท่านได้ให้ความเห็นว่า โอกาสในการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญจะปารกฏขึ้นอย่างแน่นอนที่
สุด (ตามคำแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์) แต่ยังมีผู้เชี่ยวชาญอีกจำนวนมากที่เห็นว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้
ยังเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ถึงกระนั้นก็เชื่อโอกาสในการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นอย่างมากในปี พ.ศ.2543 (2002)
-ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลใดๆ ที่จะบอกได้ว่า หากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญขึ้นจริงจะมีขนาดและความรุนแรงขนาดไหน หรือมีผลกระทบ
เพียงใด ต้องอย่าลืมว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2540-2541 (1997-1998) เป็นปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่เคยประสบมาในช่วง
ศตวรรษที่ 20
-ได้มีการคาดว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวกับความเสี่ยง อันอาจเกิดจากปรากฏการณ์เลนีโญสำหรับปี พ.ศ.2545 (2002)

            สถานการณ์ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนยังคงต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการให้คำแนะนำสำหรับสถานการณ์
ใหม่ๆ นอกจากนี้ยังคงต้องมีการตีความ(intepretation) ในเรื่องที่เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในลักษณะภูมิอากาศในภูมิภาคต่างๆ โดย
หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจะทำหน้าทีในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและสภาพภูมิอากาศในแต่ละชุมชน ในแต่ละเดือนและ
พร้อมทั้งคาดการณ์ในเดือนต่อๆไป

การติดตามและการพยากรณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา
(Monitoring and Forecasting the ElNino/La Nina Phenomenon)

       การพยากรณ์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก สามารถทำได้หลายรูปแบบจำลองการพยากรณ์ทางด้านสถิติ (Statisticcal
forecast model) สามารถพยากรณ์สภาพการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกได้ นอกจากนี้การวิเคราะห์
ของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสภานการณ์ปัจจุบันเป็นการเพิ่มข้อมูล และสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์
ของผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์และตีความในเนื้อหาที่เกี่ยวกับอุณหภูมิใต้พื้นผิวทะเล การพยากรณืด้วยวิธีการต่างๆที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้มีการ
พยายามในการรวมรวบข้อมูลและ(ผลที่ได้รับ) จากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างชั้นบรรญากาศ และทะเลภายใต้ระบบภูมิอากาศ (effects 
of ocean-atmosphere interaction within the climate system)

       ข้อมูลทางด้านอุตุนิยมวิทยาและทางทะเล (oceangraphic) ได้ทำให้สามารถติดตามปรากฏการณ์การเกิดเอลนีโญและลานีญา
ได้เป็นอย่างดี เพราะไดอาศัยข้อมูลที่ได้รับจาก(ระบบ) การสังเกตการณ์ทั้งในระดับประเทศและระดับ/ทั่วโลก องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกจะทำหน้า
ที่ในการแลกเปลี่ยนและจัดทำข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพยากรณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ