บทที่ 9
การใช้อากาศยานสนับสนุนงานดับไฟป่า
ทุกครั้งที่เกิดไฟไหม้ป่ารุนแรง ทำให้สื่อมวลชนประโคมข่าวอย่างครึกโครม และได้รับความสนใจจากสาธารณชนโดยทั่วไป ทุกครั้งเช่นกัน ผู้คนจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยมักกล่าวว่าเครื่องมือดับไฟป่าพื้นฐาน เช่น ที่ตบไฟ ถังฉีดน้ำดับไฟป่า หรือครอบไฟป่า ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน นั้นล้าสมัยและขาดประสิทธิภาพ ตามมาด้วยการเสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหา โดยร่ำร้องให้นำเครื่องบินหรือเครื่องจักรกลที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงอื่นๆ มาใช้ในการดับไฟป่า โดยมีความเชื่อว่าเป็นเครื่องมือที่มีความวิเศษสุดในการดับไฟป่า ความเชื่อดังกล่าว ประกอบกับการขาดความรู้ในเรื่องการดับไฟป่าของผู้คนในกระแสสังคม สร้างปัญหาและเป็นอุปสรรคให้การดับไฟป่าขนาดใหญ่แต่ละครั้งขลุกขลักและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
จริงอยู่ เครื่องบินเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงและมีประโยชน์อย่างมหาศาลในงานดับไฟป่า อย่างไรก็ตามจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า เครื่องบินไม่ใช่เทพเจ้า เครื่องบินไม่สามารถทำให้ไฟดับได้ แต่เครื่องบินสามารถให้การสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดับไฟป่าได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้ามีงบประมาณเพียงพอที่จะใช้งานเครื่องบิน

ภาพที่ 9.1 เครื่องบิน CL-415 ทิ้งโฟมดับไฟป่า
เครื่องบินทิ้งน้ำดับไฟป่าทำหน้าที่เช่นเดียวกับเครื่องบินทิ้งระเบิดในสงคราม โดยในการทำสงคราม ชัยชนะจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกำลังทหารราบสามารถเข้ายึดพื้นที่หรือฐานที่มั่นของข้าศึกได้อย่างเด็ดขาด โดยการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีฐานที่มั่นของข้าศึกด้วยอำนาจการทำลายล้างที่รุนแรง จนกระทั่งข้าศึกได้รับความเสียหายและอำนาจการป้องกันตนเองลดลง จากนั้นจึงส่งกำลังทหารราบเข้ากวาดล้างทำลายข้าศึกที่เหลืออยู่จนหมดสิ้นและยึดฐานที่มั่นของข้าศึกไว้ได้ในที่สุด ดังนั้นถึงแม้ฐานที่มั่นของข้าศึกจะได้รับความเสียหายและบอบช้ำเพียงใดก็ตาม หากไม่มีกำลังทหารราบเข้ากวาดล้างเคลียร์พื้นที่เพื่อการควบคุมอย่างเด็ดขาด ก็ไม่ถือว่าได้รับชัยชนะ เพราะหากไม่เข้ายึดพื้นที่ ข้าศึกก็จะมีเวลารวบรวมกำลังพล ฟื้นฟูฐานที่มั่นให้กลับแข็งแรงเหมือนเดิม และทำการตีโต้กลับฝ่ายเราได้ในภายหลัง ดังนั้นกำลังทางอากาศเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเอาชนะสงครามได้อย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับการดับไฟป่า ชัยชนะจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกำลังพนักงานดับไฟป่าสามารถควบคุมแนวไฟทั้งหมด และทำการกวาดเก็บจนไฟดับสนิท โดยใช้ยุทธวิธีเช่นเดียวกับการทำสงคราม คือใช้เครื่องบินทิ้งน้ำจนไฟลดความรุนแรงลง จากนั้นส่งพนักงานดับไฟป่าเข้าควบคุมพื้นที่ทำการดับไฟที่เหลือและกวาดเก็บพื้นที่จนไฟดับสนิท เพราะหากหลังจากเครื่องบินทิ้งน้ำจนไฟลดความรุนแรงลงแล้ว แต่ไม่มีพนักงานดับไฟป่าเข้าไปทำการกวาดเก็บ ก็จะเปิดโอกาสให้ไฟนั้นกลับลุกลามขึ้นมาใหม่ได้อีก และการดับไฟป่าครั้งนั้นก็จะล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิง
ฉะนั้น จึงต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า เครื่องบินเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการดับไฟป่า ทำให้การดับไฟป่ามีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น แต่ผู้ที่ทำให้ไฟดับอย่างสิ้นเชิง คือพนักงานดับไฟป่าภาคพื้นดินนั่นเอง
เครื่องบินสามารถสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าได้ในแทบทุกภารกิจ โดยใช้เป็นกองบัญชาการลอยฟ้า (Command Post) ใช้ในการลาดตระเวนตรวจหาไฟ ประสานงานการดับไฟ ขนส่งพนักงานดับไฟป่าและเครื่องมือดับไฟป่า ส่งกำลังบำรุง กู้ภัย และทิ้งสารหน่วงไฟ (Fire Retardant)
แนวความคิดในการใช้เครื่องบินเพื่อสนับสนุนงานดับไฟป่า เริ่มขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 2461 (ค.ศ.1918) เมื่อกรมป่าไม้ของประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เครื่องบินทหารมาลาดตระเวนตรวจหาไฟเหนือพื้นที่ป่าของมลรัฐทางตะวันตกของประเทศ หลังจากนั้นการใช้เครื่องบินเพื่องานดับไฟป่าก็แพร่กระจายออกอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบันนี้
การใช้อากาศยานสนับสนุนงานดับไฟป่าlอากาศยานที่ใช้ในงานไฟป่าlหน่วยดับไฟป่าทางอากาศl