การประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่า

โดยที่ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ล้วนมีสาเหตุมาจากประชาชนเป็นผู้จุดทั้งสิ้น ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการแก้ไขที่ต้นเหตุตามหลักธรรมของพุทธศาสนา ในที่นี้ก็คือการดำเนินการในทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้ประชาชนจุดไฟเผาป่าอีกต่อไป ทางตะวันตกก็มีปรัชญาในการแก้ไขปัญหาไฟป่าในทำนองเดียวกันนี้ คือให้ความสำคัญกับการป้องกันไฟป่ามากกว่าการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุโดยการดับไฟป่า โดยมีคำกล่าวว่า There is no honor to fight the fire which can be prevented.

สำหรับประเทศไทยการป้องกันไม่ให้ประชาชนจุดไฟเผาป่าทำได้โดยอาศัยการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักถึงผลกระทบและอันตรายอันเกิดจากไฟป่า เกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อปัญหาไฟป่า อันจะเป็นผลนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน โดยเลิกการจุดไฟเผาป่า และหันมาร่วมมือกันป้องกันไฟป่า การประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่า สามารถดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ได้ ดังนี้

ประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่

โดยจัดหน่วยประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ออกไปพบปะพูดคุยกับประชาชนโดยตรง เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงผลเสียของไฟป่า ประโยชน์ของป่าไม้ และขอความร่วมมือให้ประชาชนเลิกจุดไฟเผาป่าและหันมาร่วมกันป้องกันไฟป่า การประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่อาจทำในรูปการจัดรถติดเครื่องกระจายเสียงวิ่งกระจายเสียงไปตามหมู่บ้าน จัดภาพยนต์หรือดนตรีไปแสดงเพื่อดึงประชาชนให้มาชุมนุมกัน แล้วสอดแทรกการประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่าในระหว่างช่วงพักการแสดง หรือโดยการเข้าร่วมการประชุมของหมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอ หรือการประชุมกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนใช้วิธีส่งเจ้าหน้าไปประชาสัมพันธ์ในลักษณะเคาะประตูบ้านเพื่อพบปะกับประชาชนโดยตรง (ภาพที่ 3.3)

ภาพที่ 3.3 ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปพบปะประชาชนถึงบ้านโดยตรง

ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน

โดยอาศัยสื่อมวลชนทุกประเภททั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น เช่น จัดทำคำขวัญหรือบทความหรือประกาศขอความร่วมมือในการป้องกันไฟป่าเพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่างๆ จัดทำสปอตคำขวัญกระจายเสียงทางวิทยุ จัดรายการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุ จัดทำสปอตและสารคดีเผยแพร่ทางโทรทัศน์ จัดทำสปอตเผยแพร่ตามโรงภาพยนต์ เป็นต้น

ป้ายประชาสัมพันธ์

จัดทำเป็นป้ายไม้อัด หรือป้ายสังกะสี ขนาดต่างๆ โดยมีภาพประกอบคำขวัญที่สะดุดตา ดึงดูดความสนใจและเห็นได้อย่างชัดเจน โดยติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ตามสถานที่สาธารณะที่ประชาชนผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก และติดตั้งในจุดที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ตามแนวสองข้างถนน ตามสถานที่ราชการ วัด ตลาด สี่แยกกลางหมู่บ้าน ศาลาท่ารถ ตลอดจนตามเส้นทางเดินเข้าป่า โดยคำขวัญที่เขียนต้องสั้น กระชับ จดจำง่าย และสื่อความหมายชัดเจน เช่น “โปรดช่วยป้องกันไฟป่า” “ป่าไม้เป็นศรี อัคคีเป็นภัย ร่วมแรงร่วมใจ ป้องกันไฟป่า” “เผาป่าจงยั้งคิด ผิดกฎหมาย ทำลายชาติ” หรือ “ปลอดไฟป่า พงพนางดงาม” (ภาพที่ 3.4)

ภาพที่ 3.4 ป้ายประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่า

สิ่งตีพิมพ์

ได้แก่โปสเตอร์ แผ่นปลิว แผ่นพับ รูปลอก ปฏิทิน เขียนคำขวัญหรือบทความสั้นๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่า แล้วแจกจ่ายไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้นอาจจะพิมพ์คำขวัญลงบนแก้วน้ำ ขันน้ำ สมุดนักเรียน ปากกา ไม้บรรทัด แล้วแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมาย ก็จะได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

เอกสารเผยแพร่

โดยจัดพิมพ์เป็นเอกสารให้ความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไฟป่า เช่น ความรู้เรื่องไฟป่า ผลกระทบและอันตรายจากไฟป่า แนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่า วิธีการป้องกันไฟป่า วิธีการดับไฟป่า เป็นต้น โดยอาจจัดพิมพ์เป็นเรื่องๆ ไป หรือจัดทำเป็นจุลสารออกตามช่วงเวลาที่กำหนดแน่นอน เช่นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยรูปแบบของเอกสารเผยแพร่ อาจเป็นเอกสารทางวิชาการ หนังสือประกอบภาพ หรือหนังสือการ์ตูน ตามความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

นิทรรศการ

โดยจัดเป็นนิทรรศการเคลื่อนที่ ที่สามารถถอดประกอบและเคลื่อนย้ายไปติดตั้งตามสถานที่ต่างๆ ได้ง่าย โดยนำไปจัดตามสถาบันการศึกษา โรงเรียน สถานที่ราชการ สถานที่สาธารณะ วัด และจัดนิทรรศการในงานประเพณีต่างๆของชุมชน โดยนิทรรศการต้องเน้นให้มีรูปภาพ ของตัวอย่าง หรือแบบจำลอง เพื่อช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ชม

ให้การศึกษา

เป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่องและ เป็นการวางพื้นฐานที่ดี เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาไฟป่าได้อย่างสิ้นเชิงในระยะยาว จึงมุ่งเป้าหมายไปที่เยาวชน โดยการจัดทำโปรแกรมการให้ความรู้เรื่องปัญหาไฟป่า แล้วจัดเจ้าหน้าที่ออกไปให้ความรู้ดังกล่าวแก่เยาวชนตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องปัญหาไฟป่าแล้ว ยังสามารถสอดแทรกการปลูกฝังความรักหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และความรู้สึกร่วมรับผิดชอบต่อการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ การให้การศึกษาดำเนินการโดยใช้รูปแบบและเทคนิควิธีการได้ต่างๆ นานา เช่น การฉายสไลด์ ภาพยนตร์ วีดีทัศน์ การบรรยาย การถามตอบปัญหา การร้องเพลง การเล่านิทาน การเล่นละคร การแสดงหุ่นกระบอก ตามความเหมาะสมกับวัยและความสนใจของเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย (ภาพที่ 3.5)

 

ภาพที่ 3.5 จัดโปรแกรมให้การศึกษาตามโรงเรียนต่างๆ

การฝึกอบรม

สำหรับเยาวชน จะจัดการฝึกอบรมหลักสูตรเยาวชนอาสาสู้ไฟป่า เพื่อให้เยาวชนเกิดความตื่นตัวและตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการป้องกันไฟป่าเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ให้เยาวชนเป็นกำลังสำคัญในการช่วยประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่า และแจ้งข่าวไฟไหม้ป่า โดยมิได้มีวัตถุประสงค์ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการดับไฟป่า เพราะเป็นภารกิจที่หนักและเสี่ยงอันตรายเกินไปสำหรับเยาวชน (ภาพที่ 3.6)

ภาพที่ 3.6 อบรมเยาวชนอาสาสู้ไฟป่า

สำหรับประชาชนโดยทั่วไป จะจัดการฝึกอบรมหลักสูตรอาสาสมัครป้องกันไฟป่าประจำหมู่บ้าน โดยมุ่งเป้าหมายไปที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาไฟป่าเป็นหลัก โดยมีวัตถุประสงค์ให้อาสาสมัครทำหน้าที่ป้องกันไฟป่าและดับไฟป่าที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นของตนเอง ทั้งนี้โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบให้การสนับสนุนในเรื่องวิชาการ และเครื่องมืออุปกรณ์ในการดับไฟป่า

นิยามของการประชาสัมพันธ์ lการประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่า

lคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่าl