เห็ดกินได้และเห็ดสมุนไพร

โดย กิตติมา ด้วงแค kitram@dnp.go.th


ฤดูฝนมาเยือนอีกแล้ว หากเข้าป่าคราใดก็จะพบป่าที่เขียวชอุ่ม ชุ่มชื้น และอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่มาพร้อมกับฝนก็คือ "เห็ด"

เมื่อพูดถึง “เห็ด” หรือ “ดอกเห็ด” คนส่วนมากจะนึกถึงพืช แต่ความเป็นจริงแล้วเห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตพวกราที่เส้นใยสามารถรวมตัวกัน เกิดเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่เรียกว่าดอก มองเห็นชัดเจนด้วยตาเปล่า และมีรูปร่างมากมายหลายแบบ การแพร่กระจายของเห็ดมีได้กว้างมาก และมักพบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ มีความสำคัญทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ เนื่องจากเห็ดบางชนิดเป็นตัวช่วยให้เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารในระบบนิเวศ เห็ดบางชนิดมีความสัมพันธ์กับรากที่ยังมีชีวิตของพืชชั้นสูงในรูปของเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา เห็ดบางชนิดรับประทานได้และมีสรรพคุณทางยารักษาโรคด้วย จึงมีผู้นำไปเพาะเลี้ยงขายเป็นอาหารและพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและการผลิตเป็นยารักษาโรค

เห็ดนับว่าเป็นอาหารมหัศจรรย์เนื่องจากฤดูกาลเกิดที่ไม่เหมือนกับพืชผักชนิดอื่นๆ ถึงเวลางอกงามแต่ละทีก็ผุดขึ้นราวกับกับตั้งนาฬิกาปลุก พอใกล้หมดเวลาก็มุดหายลงดินเก็บตัวเงียบรอเวลาอีกครั้ง คนเก็บจะต้องมีความชำนาญ รู้ลักษณะ รู้ชนิด รู้ต้นตอ รู้แหล่งกำเนิด เพราะเห็ดบางชนิดเห็นหน้าตาสวยงามอาจกลายเป็นเห็ดพิษ ใครไม่รู้จริงเผลอนำไปรับประทานเป็นได้เดือดร้อนกันแน่ ความนิยมในการรับประทานเห็ดมีมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยรูปแบบและรสชาติเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอาหารประเภทพืชผักและเนื้อสัตว์ รวมทั้งการที่คนหันมานิยมรับประทานมังสวิรัติกันมากขึ้น ทำให้เห็ดถูกนำมาใช้ปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์มากขึ้นตามไปด้วย มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่าเห็ดมีคุณสมบัติป้องกันโรคได้ โดยในเห็ดมีสารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และช่วยในการต้านมะเร็งหลายๆ ชนิดด้วย เห็ดที่นักวิทยาศาสตร์นิยมนำมาวิเคราะห์เพื่อการวิจัยส่วนใหญ่เป็นเห็ดชนิดที่คนนิยมนำมาปรุงอาหารและหาได้ง่าย เช่น เห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู ซึ่งเป็นเห็ดที่สามารถเพาะเลี้ยงในฟาร์มได้

เห็ดตับเต่า เห็ดผึ้ง (Boletus colossus Heim)   เห็ดตับเต่าขนมปังกระโหลก (Boletus edulis Bull. ex Fr.)

เห็ดตับเต่ามีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพ บำบัดอาการปวดหลัง ปวดข้อ ปวดเส้นเอ็นและกระดูก


 

นอกจากเห็ดกินได้ที่เรารู้จักทั่วไปตามท้องตลาดแล้ว ยังมีเห็ดกินได้จากป่าธรรมชาติอีกหลายชนิดซึ่งสามารถพบได้เมื่อ ระยะเริ่มต้นฤดูฝน เช่น เห็ดไข่เหลือง หรือเห็ดระโงกเหลือง เห็ดน้ำหมาก เห็ดหล่ม เห็ดผึ้ง เห็ดโคน เป็นต้น ซึ่งเห็ดป่าที่เป็นอาหารเหล่านี้ยังไม่สามารถเพาะเลี้ยงให้แพร่หลายได้ ยังต้องเก็บหาจากป่าธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝน จะเห็นชาวบ้านต่างพากันเข้าป่าเพื่อหาเห็ดเป็นอาหาร และเก็บมาขายเป็นการช่วยเสริมรายได้ให้กับชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ใกล้กับป่า เห็ดป่าบางชนิดนอกจากรับประทานเป็นอาหารเพื่อความอร่อยแล้วยังมีสรรพคุณทางยา เช่น เห็ดเผาะ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เห็ดถอบ เป็นเห็ดที่มีรสเย็น หวาน โดยมากให้เป็นอาหารบำรุงร่างกาย ช่วยความสึกหรอในร่างกายที่ชำรุดไปให้เป็นปกติ และกระจายโลหิต เป็นธาตุโปรตีนที่ดี อาจเป็นเพราะคุณสมบัติเหล่านี้ เห็ดเผาะจึงเป็นเห็ดที่ได้รับความนิยมมากและมีราคาแพง นอกจากนี้ยังมี เห็ดตับเต่า หรือเห็ดผึ้ง เห็ดตับเต่าขนมปังกะโหลก เป็นเห็ดที่มีกรดอะมิโนที่สำคัญ 8 ชนิด ได้แก่ isoleucien, leucine, lysine เป็นต้น ช่วยบำรุงสุขภาพ บำบัดอาการปวดหลัง ปวดข้อ ปวดเส้นเอ็นและกระดูก ป้องกันการชักกระตุก คนจีนใช้เป็นสมุนไพร แก้เคล็ดคัดยอก ปวดกระดูก เห็ดข่า เป็นเห็ดที่มีรสเผ็ดขม สรรพคุณใช้แก้อาการปวดหลัง ปวดหลัง ปวดขา บำรุงเส้นเอ็น กระดูก และป้องกันการชักกระตุก เห็ดมันปู ประกอบด้วยวิตามินเอ และกรดอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย หลายชนิด อาทิเช่น isoleucine, leucine เป็นต้น เห็ดหล่มกระเขียว (Russula virescens Fr.) มีสารที่มีคุณค่าทางอาหาร รวมทั้งธาตุอาหารหลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก กำมะถัน วิตามิน B1และอื่น ๆ ใช้ในการบำรุงสายตา บำรุงตับลดไข้ บำรุงร่างกาย และบำรุงเลือดลม เห็ดหลินจือ เห็ดชนิดนี้มีกรดอมิโน หลายชนิด steroid, triterpene, alkaloids, glucoside, ไขมัน อิออนของเหล็กและโพแทสเซียม น้ำมันหอมระเหย วิตามินบี 2 และวิตามินซี เป็นยาสมุนไพรรักษาโรค มีการเพาะเลี้ยงพัฒนาสกัดเป็นยาสมุนไพรหลายรูปแบบ ช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจบางชนิด เม็ดเลือดขาวต่ำ หวัดเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ หืดหอบ เป็นต้น

อ้างอิง
ธีรวัฒน์ บุญทวีคุณ. 2546. ความรู้เรื่องเห็ดรา. ฝ่ายวนวัฒนวิจัยและพฤกษศาสตร์, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรุงเทพฯ. 149 หน้า.
ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. เห็ดกินได้และเห็ดมีพิษในประเทศไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ. 180 หน้า.
Alexopoulos C.J., C.W. Mims and M. Blackwell. 1996. Introductory mycology, 4th ed. John Wiley & Sons, Inc., New York.

เห็ดข่า Lactarius piperatus (Scop. ex Fr.) S. F. Gray
รับประทานได้มีรสเผ็ดขม สรรพคุณใช้แก้ อาการปวดหลัง ปวดหลัง ปวดขา บำรุง เส้นเอ็น กระดูก และป้องกันการชักกระตุก

เห็ดกระเป๋า [Cryptoporus volvatus (Pk.) Shear.] น้ำต้มจากเห็ดชนิดนี้มีรสขม มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ ช่วยรักษาโรค หลอดลมอักเสบและหอบหืด
เห็ดหลินจือ Ganoderma lucidum (W. Curt : Fr.) Karst. เป็นยาสมุนไพรรักษาโรค ช่วยลดระดับ ไขมันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจบางชนิด เห็ดฟานเหลืองทอง (Lactarius hygrophoroides Berk. et Curt.)

 

 
 
บำรุงสายตา บำรุงตับลดไข้ บำรุงร่างกาย และบำรุงเลือดลม
  เห็ดหล่มกระเขียว (Russula virescens Fr.)
 
  เห็ดไข่เหลือง เห็ดระโงกเหลือง [Amanita hemibapha (Berk. et Broome) Sacc. subsp. javanica Corner et Bas] เห็ดหน้าม่วง (Russula cyanoxantha Schaeff. ex Fr.)
   
 
  เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ [Astreaus hygrometricus (Pers.) Morgan] เห็ดพุงหมู Russula foetens (Pers.) Fr.
ช่วยบำบัดอาการปวดหลัง ปวดตามขา แขนขาชา บำรุงเส้นเอ็นและกระดูก และแก้อาการชักกระตุก