|

ตามแนวพระราชดำริในการก่อสร้างฝายต้นน้ำ
มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนต้นน้ำ ซึ่งฝายต้นน้ำจะช่วยสร้างความชุ่มชื้น
ดักดินตะกอน และเป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร
ดังนั้น ในการก่อสร้างฝายต้นน้ำแต่ละชนิดจึงมีวัตถุประสงค์และความเหมาะสมของพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างแตกต่างกันออกไปด้วย
จึงได้แบ่งฝายต้นน้ำออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
ฝายต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน เป็นฝายที่สร้างขึ้นเป็นการชั่วคราว
เพื่อขวางทางเดินของน้ำในลำธาร หรือร่องน้ำ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วด้วยวัสดุที่หาง่ายและราคาถูก
โดยใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องที่นั้น ได้แก่ กิ่งไม้ ใบไม้ เสาไม้ ก้อนหิน
กระสอบทรายผสมซีเมนต์ หรือลวดตาข่าย หรือวัสดุที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้น
ฝายชนิดนี้อาจมีชื่อเรียกตามวัสดุที่ใช้หรือลักษณะที่สร้าง อาทิ ฝายผสมผสานแบบไม้ไผ่
ฝายผสมผสานแบบคอกหมู ฝายผสมผสานแบบกระสอบ ฝายผสมผสานแบบหินทิ้ง และฝายผสมผสานแบบลวดตาข่าย
เป็นต้น ความสูงทั้งหมดของฝายประมาณ 0.6-1.0 เมตร ราคาในการสร้างฝายประมาณ
5,000 บาท อายุของฝายประเภทนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้เป็นสำคัญ โดยทั่วไปควรมีอายุการใช้งานประมาณ
3-5 ปี
 |
จุดที่จะสร้างฝาย
ควรจะเป็นบริเวณตอนบนของลำห้วยหรือร่องน้ำ (first order) และสร้างห่างกันโดยให้สันของฝายที่ต่ำกว่าอยู่สูงเท่ากับฐานของฝายที่อยู่ถัดขึ้นไป
แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในพื้นที่เป็นสำคัญ ฝายชนิดนี้จะสามารถดักตะกอน
ชะลอการไหลของน้ำ และเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณรอบฝาย |
ฝายต้นน้ำลำธารแบบกึ่งถาวร
เป็นฝายที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือก่ออิฐถือปูน
ราคาประมาณ 25,000 บาท
 |
จุดที่จะสร้างฝาย
ควรสร้างบริเวณตอนกลาง และตอนล่างของลำธารหรือร่องน้ำ
(second order) ที่กว้างไม่เกิน 3 เมตร ฝายชนิดนี้จะสามารถดักตะกอน
และเก็บกักน้ำได้ในช่วงฤดูแล้ง |
ฝายต้นน้ำลำธารแบบถาวร
เป็นฝายที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือ ก่ออิฐถือปูน
ราคาประมาณ 50,000 บาท
 |
จุดที่จะสร้างฝาย
ควรสร้างบริเวณตอนปลายของลำธารหรือร่องน้ำ (second or third order)
ที่กว้างไม่เกิน 5 เมตร ฝายชนิดนี้จะสามารถดักตะกอนและเก็บกักน้ำในฤดูแล้งได้ดี
สามารถอำนวยประโยชน์เป็นแหล่งน้ำของชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย
|

|