สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ)
(Concise Encyclopedia of Plants in Thailand)


หมวดตัวอักษร 


Index to botanical names


ค้นหาคำศัพท์
ค้นหาคำศัพท์   

ตำแยใหญ่
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

Mucuna monosperma DC. ex Wight

Fabaceae

ดูที่ หมามุ่ยใหญ่

มะบ้าลาย
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

Mucuna monosperma DC. ex Wight

Fabaceae

ดูที่ หมามุ่ยใหญ่

สะบ้าลิงลาย
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

Mucuna monosperma DC. ex Wight

Fabaceae

ดูที่ หมามุ่ยใหญ่



หมามุ่ยใหญ่
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

Mucuna monosperma DC. ex Wight

Fabaceae

ไม้เถา มีขนคันกระจายตามกิ่ง ก้านใบ ช่อดอก ใบย่อยรูปรีหรือรูปไข่ ยาว 7-15 ซม. ช่อดอกยาว 3-6 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามก้านช่อ 2-5 กระจุก ก้านดอกยาว 0.6-1 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 1.5-3 ซม. กลีบเลี้ยงมีขนคันหนาแน่น หลอดกลีบกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 7 มม. ปลายแยกเป็นแฉกกว้าง กลีบล่างยาวประมาณ 4.5 ซม. กลีบคู่ข้างยาวประมาณ 2 มม. ใบประดับย่อยรูปแถบ ยาว 1.5-3 ซม. ร่วงเร็ว ดอกสีม่วง มีขนที่โคนกลีบ กลีบกลางยาวประมาณ 2.5 ซม. กลีบปีกยาว 4-4.5 ซม. กลีบคู่ล่างยาวเท่า ๆ กลีบปีก ฝักแบน รูปรี ยาว 3.5-7.5 ซม. หนาได้ถึง 2 ซม. ขอบเว้าเป็นสันคล้ายปีกทั้งสองด้าน กว้างประมาณ 5 มม. มีริ้วเป็นสันเรียงไม่เป็นระเบียบตามขวาง 5-6 ริ้ว สูง 3-5 มม. มีขนคันแข็ง ยาว ส่วนมากมีเมล็ดเดียว สีน้ำตาลแดง รูปรี ยาวประมาณ 3 ซม.

พบที่ศรีลังกา อินเดีย และพม่า ในไทยพบเฉพาะทางภาคเหนือตอนล่างที่ตาก กำแพงเพชร ภาคตะวันตกเฉียงใต้ที่อุทัยธานี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และภาคใต้ที่กระบี่ ขึ้นตามชายป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 300 เมตร

ชื่ออื่น   ตำแยใหญ่ (นครราชสีมา); มะบ้าลาย (เชียงใหม่); สะบ้าลิงลาย, หมามุ่ยใหญ่ (ภาคกลาง)

หมามุ่ยใหญ่: ดอกสีม่วง ออกเป็นกระจุกสั้น ๆ ขอบฝักเว้าเป็นสัน มีริ้วเป็นสันเรียงไม่เป็นระเบียบตามขวาง 5-6 ริ้ว (ภาพซ้ายล่างและภาพขวา: ประจวบคีรีขันธ์ - ราชันย์ ภู่มา)

เอกสารอ้างอิง

Sa, R. and C.M. Wilmot-Dear. (2010). Fabaceae (Mucuna). In Flora of China Vol. 10: 207, 213, 217.

Wilmot-Dear, C.M. (2008). Mucuna Adans. (Leguminosae) in Thailand. Thai Forest Bulletin (Botany) 36: 114-139.

Wilmot-Dear, C.M. (1992). A revision of Mucuna (Leguminosae: Phaseoleae) in Thailand, Indochina and the Malay Peninsula. Kew Bulletin 47(2): 203-245.