สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ)
(Concise Encyclopedia of Plants in Thailand)


หมวดตัวอักษร 


Index to botanical names


ค้นหาคำศัพท์
ค้นหาคำศัพท์   

หยาดเนตร

หยาดเนตร  สกุล
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

Microchirita (C. B. Clarke) Yin Z. Wang

Gesneriaceae

ไม้ล้มลุก ใบเรียงเวียนรอบข้อหรือเรียงตรงข้าม ช่อดอกแบบช่อกระจุกหรือคล้ายช่อซี่ร่ม ออกตามซอกใบ ส่วนมากเชื่อมติดก้านใบ กลีบเลี้ยงแยกจรดโคน มี 5 กลีบ ติดทน ดอกสมมาตรด้านข้าง รูปแตรหรือรูประฆัง หลอดกลีบโค้งงอ กลีบบน 2 กลีบ กลีบล่าง 3 กลีบ เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 2 อัน ติดช่วงโคนภายในหลอดกลีบดอก ปลายแกนอับเรณูมีรยางค์ เชื่อมติดกัน เกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 2 อัน จานฐานดอกเป็นวง รังไข่ส่วนมากมีช่องเดียว พลาเซนตาตามแนวตะเข็บ 2 แนว ยอดเกสรส่วนมากจัก 2 พู ผลแห้งแตกตามยาวจรดโคน เมล็ดขนาดเล็ก จำนวนมาก

สกุล Microchirita เดิมเคยอยู่ภายใต้สกุล Chirita sect. Microchirita มีประมาณ 25 ชนิด พบที่จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยมี 16 ชนิด ชื่อสกุลหมายถึงคล้ายพืชในสกุล Chirita ที่มีขนาดเล็ก


หยาดเนตร
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

Microchirita oculata (Craib) A. Weber & D. J. Middleton

Gesneriaceae

ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 35 ซม. มีขนยาวตามลำต้น แผ่นใบทั้งสองด้าน ก้านใบ ช่อดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก ใบช่วงโคนต้นออกเดี่ยว ๆ ช่วงปลายออกตรงข้าม รูปไข่ ปลายแหลมยาว โคนตัดหรือเว้าตื้น ยาว 3-16 ซม. ปลายแหลมยาว โคนรูปลิ่ม มน หรือเว้าตื้น เส้นแขนงใบข้างละ 8-12 เส้น ก้านใบยาว 0.5-1.5 ซม. ช่อดอกเชื่อมติดก้านดอก 0.5-1 ซม. มีได้ถึง 10 ดอก ก้านดอกยาว 0.1-1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ยาว 1-1.3 ซม. ดอกรูปแตร สีเหลือง ยาว 1.5-2 ซม. หลอดกลีบดอกสีขาว ปากหลอดกลีบกว้างประมาณ 4 มม. รอบปากหลอดกลีบด้านในมีปื้นกลมสีน้ำตาลอมแดง รังไข่มีขนที่ปลาย ผลยาวประมาณ 1.2 ซม. มีขนหนาแน่น

พืชถิ่นเดียวของไทย พบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่สระแก้ว ขึ้นตามเขาหินปูนเตี้ย ๆ ความสูงประมาณ 100 เมตร

ชื่อพ้อง  Chirita oculata Craib

หยาดเนตร: M. oculata มีขนยาวกระจาย ดอกสีเหลือง หลอดกลีบสีขาว รอบปากหลอดกลีบด้านในมีปื้นกลม สีน้ำตาลอมแดง (ภาพ: สระแก้ว - David Middleton)

หยาดเนตร
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

Microchirita bimaculata (D. Wood) A. Weber & D. J. Middleton

Gesneriaceae

ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 50 ซม. ลำต้นเกลี้ยงหรือมีขน มีขนยาวตามแผ่นใบทั้งสองด้าน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก ใบรูปไข่ ปลายแหลมยาว โคนตัดหรือเว้าตื้น ใบช่วงโคนต้นออกเดี่ยว ๆ ขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 20 ซม. ใบช่วงปลายกิ่งเรียงตรงข้าม ยาว 3-15 ซม. เส้นแขนงใบจำนวนมาก ก้านใบยาว 0.5-3 ซม. ช่อดอกเชื่อมติดก้านใบ 0.5-1.5 ซม. มีได้ถึง 15 ดอก ออกเดี่ยว ๆ หรือเป็นคู่ เรียงเป็นแผงด้านเดียว ก้านดอกยาว 0.3-1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ยาวประมาณ 5 มม. ดอกรูปแตร สีเหลือง ยาว 1.6-2 ซม. ปากหลอดกลีบดอกกว้างประมาณ 8 มม. ปากกลีบล่างด้านในมีปื้นกลมสีน้ำตาลอมแดง รังไข่เกลี้ยง ผลโค้ง ยาว 2.5-3.5 ซม.

พืชถิ่นเดียวของไทย พบทางภาคเหนือที่ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ และดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก ขึ้นเกาะตามโขดหินในป่าดิบแล้ง ความสูง 500-1100 เมตร

ชื่อพ้อง  Chirita bimaculata D. Wood

หยาดเนตร: M. bimaculata ใบช่วงโคนต้นออกเดี่ยว ๆ ขนาดใหญ่ ใบช่วงปลายกิ่งเรียงตรงข้าม เส้นแขนงใบจำนวนมาก ดอกสีเหลือง ปากกลีบล่างด้านในมีปื้นกลมสีน้ำตาลอมแดง (ภาพ: ดอยเชียงดาว เชียงใหม่ - ปรีชา การะเกตุ)



เอกสารอ้างอิง

Burtt, B.L. (2001). Flora of Thailand: annotated checklist of Gesneriaceae (Chirita). Thai Forest Bulletin (Botany) 29: 86-89.

Weber, A., D.J. Middleton, A. Forrest, R. Kiew, C.L. Lim, A.R. Rafidah, S. Sontag, P. Triboun, Y.G. Wei, T.L. Yao and M. Möller. (2011). Molecular systematics and remodelling of Chirita and associated genera (Gesneriaceae). Taxon 60(3): 767-790.

Wood, D. (1974). A revision of Chirita (Gesneriaceae). Notes from the Royal Botanic Garden Edinburgh 33(1): 123-205.


ความพึงพอการใช้งาน Web Site หน้าสารานุกรมพืช