สวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ

 

 

สวนพฤกษศาสตร์และสวนประเภทอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้ฝ่ายจัดการสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ แบ่งเป็นสวนพฤกษศาสตร์ สวน สวนรุกขชาติ สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี และสวนรวมพรรณไม้ป่า 60 พรรณษามหาราชินี ต่อมาในปี 2555 สวนรุกขชาติทั้งหมดได้โอนไปอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของส่วนพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

 

สวนพฤกษศาสตร์ (Botanical gardens)

สวนพฤกษศาสตร์เป็นแหล่งรวบรวมพรรณพืชที่มีชีวิต ซึ่งเป็นพืชประจำถิ่นหรือนำมาปลูกจากต่างถิ่น เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าวิจัย เพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืช ภายในสวนพฤกษศาสตร์มีการปลูกพืชอย่างมีระบบเป็นหมวดหมู่ด้านต่าง ๆ เช่น ด้านอนุกรมวิธาน ภูมิศาสตร์พืชพรรณ ประเภทของการจัดสวน การใช้ประโยชน์และพืชสมุนไพร เป็นต้น มีการปลูกเพิ่มจำนวนชนิดพืชอยู่ตลอดเวลา พืชที่รวบรวมไว้นั้นมีทั้งพืชถิ่นเดียว พืชหายากและใกล้สูญพันธ์ ครอบคลุมทุกลักษณะวิสัยของพืช และมีข้อมูลด้านต่าง ๆ ประกอบ ติดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาหาความรู้ เป็นการรณรงค์ สร้างจิตสำนึกให้เกิดความหวงแหนในการอนุรักษ์ทรัพยากพรรณพืชอย่างยั่งยืน สวนพฤกษศาสตร์จึงจัดได้ว่าเป็นประตูสู่วิทยาศาสตร์ การศึกษา และการอนุรักษ์ในอาณาจักรพืชทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค หรือระดับโลก

การจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พยายามเลือกพื้นที่ป่าสงวนที่มีหย่อมป่าดั่งเดิมประกอบด้วยไม้ใหญ่น้อยเหลืออยู่บ้าง ทั้งนี้เพื่อประหยัดงบประมาณ ในการลงทุนจัดตั้งในระยะแรก ซึ่งค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งนี้จะสูงมาก ถ้าไปเลือกพื้นที่โล่งเตียนปราศจากพรรณพืช ภายในสวนพฤกษศาสตร์มีการจัดปลูกต้นไม้ ไม้พุ่ม ไม้เถา พืชล้มลุก แทรกลงในหย่อมป่าเดิมให้เป็นหมวดหมู่ ตามวงศ์ สกุลต่างๆ หรือจัดปลูกพรรณไม้ตามวัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์ ได้แก่ แปลงพืชสมุนไพร แปลงปาล์ม แปลงไทร-มะเดื่อ แปลงไม้สน แปลงไผ่ แปลงหวาย เป็นต้น พร้อมติดป้ายชื่อพฤกษศาสตร์และถิ่นกำเนิดของพืชไว้อย่างเด่นชัด

สวนพฤกษศาสตร์แห่งแรก คือ สวนพฤกษศาสตรพุแค จังหวัดสระบุรี ในพ.ศ. 2484 พื้นที่ประมาณ 1,875 ไร่ ต่อมามีการจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ต่างๆ ตามลำดับ ดังนี้

พ.ศ. 2486 สวนพฤกษศาสตรเขาช่อง จังหวัดตรัง โดยเปลี่ยนจากสถานีวนกรรม

พ.ศ. 2524 สวนพฤกษศาสตร์เขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามโครงการพระราชดำริ

พ.ศ. 2526 สวนพฤกษศาสตร์แม่สา จังหวัดเชียงใหม่ โอนไปสังกัดองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2535 และเป็นที่ตั้งสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พ.ศ. 2527 สวนพฤกษศาสตร์ดงฟ้าห่วน จังหวัดอุบลราชธานี

พ.ศ. 2536 สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย จังหวัดตรัง ที่เดิมเป็นสวนรุกขชาติ

พ.ศ. 2537 สวนพฤกษศาสตร์พนางตุง เดิมชื่อสวนพฤกษศาสตร์พัทลุง

พ.ศ. 2539 สวนพฤกษศาสตร์วังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เนื่องในโอกาสกรมป่าไม้ครบรอบ 100 ปี

พ.ศ. 2544 สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ ตั้งตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 

ต่อมาได้ปรับปรุงสวนรุกขชาติบางแห่งให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์เพิ่มเติม ได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์บ้านเพ จังหวัดระยอง และสวนพฤกษศาสตร์สกุโณทยาน จังหวัดพิษณุโลก

สวนรุกขชาติ (Arboretum)

สวนรุกขชาติเป็นแหล่งรวบรวมไม้ท้องถิ่นที่มีค่าทางเศรษฐกิจ พืชหายาก และใกล้สูญพันธุ์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่หย่อมป่าสงวนดั้งเดิ่ม ใกล้แหล่งชุมชน มีต้นไม้เดิมหรือบางทีเป็นพื้นที่สวนป่าเดิมที่ไม่มีการบำรุงต่อไปแล้ว จึงได้เปลี่ยนเป็นสวนรุกชขชาติ มีการปลูกพรรณไม้เสริมพร้อมับติดป้ายชื่อพรรณไม้ ให้ความรู้ชนิดพรรณไม้แก่ประชาชน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาวิจัยพรรณไม้ต่างๆ ที่รวบรวมไว้ เช่น การเจริญเติบโต การขยายพันธุ์การปลูกพรรณไม้ในสวนรุกขชาติส่วนใหญ่จะเป็นไม้ต้นปลูกปะปนกันไป โดยเน้นความสวยงามตามธรรมชาติ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ของประชาชน

สวนรุกขชาติเป็นสวนที่มีขนาดเล็กกว่าสวนพฤกษศาสตร์ ทำให้มีการจัดสร้างสวนรุกขชาติเพิ่มมาก กระจายอยู่ทั่วประเทศ นอกจากเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและดูแลไม้ท้องถิ่น ยังมีการดูแลบำรุง รักษาป่าธรรมชาติหรือสวนป่าดั้งเดิม ปัจจุบันมีจำนวนสวนรุกชาติ 53 แห่ง อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ ส่วนพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

 

สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี (Literary botanical gardens)


สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีเป็นศูนย์รวมพรรณไม้ชนิดต่างๆ ในวรรณคดี ซึ่งนับวันจะหาได้ยาก ตลอดจนเป็นศูนย์รวบรวมสมุนไพรประจำภาค ทั้งสมุนไพรที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดี และสมุนไพรพื้นบ้าน และจัดให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยมีแนวทางในการปฏิบัติในการนำพรรณไม้ในวรรณคดีมาจัดปลูกเป็นหมวดหมู่ เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เช่น ลิลิตตะเลงพ่าย ลิลิตพระลอ นิราศต่าง ๆ บางครั้งจะสร้างเป็นจินตนาการจากภาพของตัวละครเป็นรูปปั้นมาประกอบด้วย

สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีนี้ เป็นพื้นรับโอนจากสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2536 ที่จัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษามหามงคล 5 รอบ (5 ธันวาคม 2530) และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก (2 กรกฎาคม 2531) สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี มีอยู่ตามภาคต่าง ๆ 4 แห่ง คือ สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง จังหวัดราชบุรี สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดร้อยเอ็ด และสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคใต้ จังหวัดสงขลา


สวนรวมพรรณไม้ป่า 60 พรรณษามหาราชินี (Her Majesty the Queen's 60th birthday gardens)


สวนรวมพรรณไม้ป่าเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ป่าที่มีอยู่ในแต่ละภาค สำหรับการศึกษาพรรณไม้ป่าในธรรมชาติ และเป็นแหล่งผลิตเมล็ดไม้ป่าหรือกล้าไม้ป่าของแต่ละภาค นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพัดผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษาใน พ.ศ. 2535 ปัจจุบันมีสวนรวมพรรณไม้ป่า อยู่ตามภาคต่าง ๆ คือ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลางที่จังหวัดราชบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุดรธานี และภาคใต้ที่จังหวัดนราธิวาส

 

<กลับขึ้นด้านบน>