การจัดการและการอนุรักษ์ประชากรสัตว์ป่าให้อยู่ได้ยั่งยืนถือเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ความรู้หลากหลายสาขาทั้งด้านประชากร พันธุกรรม พฤติกรรม นิเวศวิทยา
และภูมิศาสตร์อื่นๆ หลักสำคัญคือการใช้วิทยาศาสตร์ในการนำ
การจัดการ คือการตอบคำถามหลักๆ คือ

สัตว์ป่าอยู่ตรงไหน
ใช้พื้นที่อย่างไร
เป็นข้อมูลพื้นฐานและเบื้องต้นที่สุดว่าสัตว์ป่าที่เราต้องการอนุรักษ์ยังมีอยู่แท้จริงหรือไม่ากยังมีอยู่พวกมันใช้ชีวิตหากินบริเวณไหนมีการครอบครองพื้นที่
อย่างไร
ชอบใช้บริเวณไหนมากกว่ากัน มีการอพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาลบ้างหรือไม่
สัตว์ป่ามีจำนวนเท่าไหร่
คำถามที่มักถูกถามเป็นประจำคือเสือโคร่งเหลืออยู่กี่ตัว ช้างเหลืออยู่กี่ตัวป็นคำถามที่ฟังดูเผินๆ ก็ไม่น่าจะอบยากอะไรแต่ในความเป็นจริงเป็นคำถามที่ตอบยาก
ที่สุดเพราะป่าช่วยบดบังสัตว์ป่าไว้และสัตว์ป่าเคลื่อนที่ได้ีการเกิดการตายมีการอพยพเข้าออกอยู่ตลอดเวลานศาสตร์แห่งการจัดการสัตว์ป่าการศึกษาเรื่องเทคนิคการ
สุ่มตัวอย่างเพื่อนับประชากรสัตว์ป่ามักถือเป็นเรื่องที่เข้าใจยากที่สุด
การจะตอบคำถามนี้ได้ด้วยความมั่นใจจึงจำเป็นต้องมีระบบการตรวจวัดที่มีคุณภาพ และเป็น ระบบ
ปัจจัยคุกคามคืออะไร...หนักหนาขนาดไหน อะไรคือปัจจัยคุกคามที่สำคัญทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ทำให้สัตว์ป่าลดจำนวนลงจากเป้าหมาย โดยส่วนใหญ่จะเน้นที่ปัจจัยคุกคามที่มีสาเหตุจากมนุษย์ เป็นหลักเพราะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วยากที่สัตว์ป่าจะปรับตัวให้ทัน ปัจจัยคุกคามโดยตรง เช่น การล่าสัตว์ชนิดนั้นๆ โดยตรง การล่าสัตว์ที่เป็น เหยื่อของผู้ล่า การขยายพื้นที่ทำกินการจุดไฟเผาป่า การเก็บหาของป่าจนเกินขอบเขต ส่วนปัจจัยคุกคามโดยอ้อมที่เป็นประเด็นที่เกิดจากมนุษย์ที่ชัดเจน ในปัจจุบัน เช่น นโยบายการส่งเสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่มุ่งแต่การขยายพื้้้นทีปลูกเป็นหลัก การเลี้ยงวัวแบบปล่อยป่าตลอดจนปัญหาราษฎรขาดความตระหนัก ในผลกระทบระยะยาวของการใช้้ทรัพยากร
แนวทางการจัดการเพื่อลดปัจจัยคุกคามคืออะไร อะไรคือแนวทางการลดปัจจัยคุกคามขึ้นอยู่กับการระบุรายละเอียดของปัจจัยคุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อมปัญหาเฉพาะหน้า ที่ชัดเจน เช่น การจัดการ กับปัญหาความอ่อนแอในการลาดตระเวน คือ การปรับปรุงศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวนให้มีระบบลาดตระเวนที่เข้มแข็งบนพื้นฐานของข้อมูล ส่วนการ จัดการเพื่อลดปัญหาราษฎรขาดความตระหนักในการอนุรักษ์คือ การเพิ่ม คุณภาพและแนวทางใหม่ๆในกิจกรรมธรรมชาติ ศึกษาปัญหาหลักในการจัดการอนุรักษ์ สัตว์ป่าทั้ง 4 ข้อ มีความเกี่ยวโยงกันอย่างแน่นแฟ้น หากนักจัดการพยายามตอบคำถาม ทั้ง 4 ข้อโดยการใช้ข้อมูลที่เป็นจริง ภายใต้หลักการอันเป็นวิทยาศาสตร์ แล้วก็จะสามารถเป็นหลักประกันที่ยั่งยืนมั่งคงให้แก่สัตว์ป่าและถิ่นอาศัยได้อย่างมั่นคงขึ้น โดยใช้ขัอมูลเป็นตัวกำหนดทิศทางการจัดการ และปรับปรุงพัฒนาการ อนุรักษ์ตามพื้ื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริง
 |