tree07.gif (3437 bytes)  

  วิจัยลังงานากไม้

  1. การศึกษาทดลองเปรียบเทียบวิธีการผลิตและคุณภาพของถ่าน ตามวิธีการเผาแบบท้องถิ่น กับวิธีของกรมป่าไม้
  2. การศึกษาการผลิตและเศรษฐกิจของถ่านไม้โตเร็วจากแปลงปลูกสร้างสวนป่า
    (ศึกษาเฉพาะกรณีของหมวดสวนป่าลาดกระทิง บริษัทไม้อัดไทย จำกัด อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา)
  3. การศึกษาวิจัยทัศนคติเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิง และแท่งเชื้อเพลิงเขียวของประชาชนในชนบท อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
  4. การผลิตถ่านจากสวนป่าไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซินและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
  5. การศึกษาผลผลิตและคุณภาพของถ่านไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซินระยะปลูก 2x2, 2x3 และ 2x4 อายุ 5 ปี และระยะปลูก 4x4 เมตร อายุ 10 ปี ณ สวนป่าลาดกระทิง จังหวัดฉะเชิงเทรา
  6. การเศึกษาวิจัยพลังงานจากเปลือกทุเรียน ในรูปของเชื้อเพลิงอัดแท่ง
  7. แท่งเชื้อเพลิงเขียวเพื่อทดแทนฟืนและถ่าน
  8. การปรับปรุงดินที่ใช้ทำเตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง
  9. การศึกษาคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานของถ่านไม้ Acacias จำนวน 17 ชนิด
  10. การสำรวจการใช้เตาหุงต้มที่ใช้วัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงในพื้นที่ภาคกลาง 10 จังหวัด
  11. ศักยภาพทางด้านพลังงานและการเปรียบเทียบผลผลิตถ่านของไม้เทียม
  12. ไม้สีเสียดแก่นและไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส จากเตาเผาถ่าน 3 ชนิด

 

การศึกษาทดลองเปรียบเทียบวิธีการผลิตและคุณภาพของถ่าน
ตามวิธีการ
เผาแบบท้องถิ่น กับวิธีของกรมป่าไม้

     
โดย... นายประลอง    ดำรงค์ไทย
                การทดลองนี้เป็นการศึกษาเปรียบเทียบวิธีการผลิตและคุณภาพถ่านตามวิธีการเผา แบบท้องถิ่นในสวนป่าลาดกระทิง บริษัทไม้อัดไทย จำกัด อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา กับวิธี ของกรมป่าไม้ เพื่อต้องการทราบถึงความแตกต่าง ทั้งนี้ เพื่อจักได้นำผลการศึกษาและทดลอง นำไปแก้ไขและปรับปรุงวิธีการผลิตถ่านแบบท้องถิ่นของสวนป่าฯ ให้เกิดประสิทธิภาพได้ผลผลิตสูงกว่าที่ ควรจะเป็น โดยได้ทดลองการเผาถ่าน จากเตาเผาถ่านขนาดความจุ 8 ลบ.ม. จำนวน 3 เตา แต่ละเตาจะทำการเผาถ่านเปรียบเทียบทั้ง 2 วิธีการ โดยใช้ไม้กระถินยักษ์สำหรับเตาที่ 1 และ 3 และใช้ไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส กับเตาที่ 2 ซึ่งไม้ทั้งหมดมีความชื้นตั้งแต่ 28 - 34 % หรือเฉลี่ย 31.88% ผลการทดลองพบว่าปริมาณถ่านที่เผาได้เฉลี่ยต่อเตาตามวิธีการเผาแบบกรมป่าไม้ ได้ 920.77 กก. หรือ 32.20% เทียบกับวิธีการผลิตแบบท้องถิ่นของสวนป่าฯ ได้ 894.66 กก. หรือ 28.96% ซึ่งผลผลิตที่ต่างกันโดยวิธีการเผาแบบท้องถิ่นจะน้อยกว่านั้น เป็นผลจากการใช้ปริมาณฟืนหน้าเตาที่มีมากโดยเฉลี่ยประมาณ 185.4 กก. ต่อการเผาแต่ละครั้ง เมื่อเทียบกับการเผาแบบกรมป่าไม้ที่ใช้ฟืนหน้าเตาเพียง 112.7 กก. ทั้งนี้แม้ว่าปริมาณส้นถ่านของการเผาถ่านแบบกรมป่าไม้ จะสูงโดยเฉลี่ย 38.2 กก. ในขณะที่ส้นถ่านจากวิธีแบบท้องถิ่นมีเพียง 3.07 กก. ก็ตาม ส่วนระยะเวลาที่ใช้เผาตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งปิดเตาโดยเฉลี่ยการเผาแบบวิธีกรมป่าไม้ จะใช้เวลา 4.18 วันเทียบกับวิธีการท้องถิ่นของสวนป่าฯ ใช้เวลา 2.3 วัน และเวลาทั้งหมดของขบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มเผาจนถึงเวลาเปิดเตานำถ่านออก จะใช้เวลา 8.83 และ 7.7 วัน สำหรับการเผาแบบวิธีกรมป่าไม้ และแบบสวนป่าฯ ตามลำดับ การสูญเสียมวลไม้เมื่อกลายเป็นถ่านเฉลี่ยทั้ง 3 เตา ประมาณ 68.38% สำหรับวิธีการเผาแบบกรมป่าไม้ และ 71.07% สำหรับแบบท้องถิ่นของสวนป่า การทดลองการหดตัวของไม้เมื่อกลายเป็นถ่าน เฉพาะทางหน้าตัดมีค่าการหดตัวใกล้เคียงกัน คือ 19.08 และ 19.78% สำหรับวิธีแบบกรมป่าไม้และแบบท้องถิ่นฯ ตามลำดับ อนึ่งในส่วนของประสิทธิภาพในการหุงต้มของถ่านซึ่งจะแสดงข้อมูลในลักษณะของงานที่ทำได้, อัตราการเผาไหม้เฉลี่ยและการปะทุขณะติดไฟ พบว่าผลไม่แตกต่างกันมากทั้ง 2 วิธี ในแต่ละการทดลอง ทั้ง 3 เตา

                    

                      

Top

  
การศึกษาการผลิต และเศรษฐกิจของถ่านไม้โตเร็วจากแปลงปลูกสร้างสวนป่า
(ศึกษาเฉพาะกรณีของหมวดสวนป่าลาดกระทิง บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด
อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา)
   

โดย... นายประลอง  ดำรงค์ไทย

                     การศึกษาการผลิต และเศรษฐกิจของถ่านไม้โตเร็วจากแปลงปลูกสร้างสวนป่า (ศึกษา เฉพาะกรณีของหมวดสวนป่าลาดกระทิง บริษัทไม้อัดไทย จำกัด อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา) ได้ทำการศึกษาขบวนการผลิต และรวมทั้งเศรษฐกิจของถ่าน โดยเน้นเฉพาะถ่านของเศษไม้ - ปลาย ไม้ และไม้ จากแปลงปลูกสร้างสวนป่า รวมทั้งได้สำรวจจากการสอบถามผู้ประกอบการและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่สวนป่าลาดกระทิงได้เริ่มโครงการเผาถ่านในปี 2532 ถึงสิ้นปี 2538 ทั้งนี้เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการนำไปประกอบการวางแผนและการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐตลอดจนภาคเอกชน ในการที่จะเริ่มดำเนินการเผาถ่านโดยใช้ไม้โตเร็วจากแปลงปลูกสร้างสวนป่า ในการศึกษาและรวบรวมข้อมูล 7 ปี ย้อนหลัง ทำให้ทราบถึงปริมาณความต้องการใช้ถ่านจากไม้โตเร็วเป็นที่นิยมสูงขึ้นทุกปี ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ แม้ว่าปริมาณการผลิตจะมีถึง 15,936 กระสอบ ในปี 2538 โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2535 และ 2536 ที่ผลิตได้ 5,672 และ 11,446 กระสอบตามลำดับ แต่ทางสวนป่าลาดกระทิง ไม่ได้มีการเพิ่มจำนวนเตาเผาถ่านในช่วง ปี 2536 - 2538 ซึ่งคงมีแต่เตาขนาด 8 ลบ.ม. อยู่ 10 เตา และขนาด 20 ลบ.ม. อยู่เพียง 4 เตา ทั้งนี้เนื่องจากราคาจำหน่ายถ่านกระสอบละ 100 บาท ซึ่งมีราคาต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตที่สูงถึง 72.49 บาท (ปี 2538) ประกอบกับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเผาถ่านไม่ได้มีการปรับปรุงในแง่เทคนิคและวิธีการใหม่ๆ จากนักวิชาการหรือผู้ชำนาญการในด้านนี้โดยตรง ทำให้แนวทางการเผาถ่านก็ยังคงทำแบบเดิม ๆ และการใช้ไม้เผาก็ยังใช้ไม้เพียง 2 - 3 ชนิดไม่มีการใช้เศษไม้ปลายไม้ชนิดอื่นซึ่งสวนป่ายังคงมีอีกกว่า 20 ชนิด หรือมีการปรับปรุงก็เพียงในระดับชาวบ้าน ซึ่งทำให้ระยะเวลาที่ใช้ในการเผาตลอดจนผลผลิตที่ได้ไม่มีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นไปได้ นอกจากนี้ขั้นตอนของทางราชการบางส่วน ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการผลิตและการจำหน่าย ดังนั้นถ้าหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก็อาจทำให้เอกชนหรือเกษตรกรอื่น ๆ ตลอดจนผู้ที่ทำกิจการเผาถ่านอยู่ ได้หันมาใช้ไม้จากแปลงปลูกป่านำมาเผาถ่านต่อไป

                    

                      

Top

  

การศึกษาวิจัยทัศนคติเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิง และแท่งเชื้อเพลิงเขียวของประชาชนในชนบท
อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

     
โดย... นายประลอง   ดำรงค์ไทย
             การศึกษาวิจัยทัศนคติเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิงและแท่งเชื้อเพลิงเขียวของประชาชนในชนบทครั้งนี้ ได้ดำเนินการใน 6 หมู่บ้าน ท้องที่ตำบลพังตรุ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย หมู่ 1, 2 , 3 , 4 5 และ 8 ซึ่งหมู่ 2, 3, 5 และ 8 เคยได้รับการส่งเสริมใช้แท่งเชื้อเพลิงเขียวมาก่อน จำนวนครัวเรือนที่สุ่มสัมภาษณ์ 254 ครัวเรือน จากทั้งหมด 1,013 ครัวเรือน หรือประมาณร้อยละ 25 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการทราบทัศนคติ และข้อคิดเห็นต่อการใช้พลังงานแท่งเชื้อเพลิงเขียวทดแทนเชื้อเพลิงฟืนและถ่าน ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่า ประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมายทั้ง 6 หมู่บ้าน พบว่า 70.24% มีอาชีพทำไร่ – ทำนา ซึ่งทำให้มีรายได้ต่ำ โดยเฉลี่ย 87.92% มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาท/ ครอบครัว/ ปี ดังนั้น การใช้พลังงานในการหุงหาอาหารกว่า 50% ยังใช้เชื้อเพลิง ฟืน-ถ่าน และ 30.63% ใช้ก๊าซ โดยส่วนใหญ่ใช้น้อยกว่า 1 ถัง (ขนาด 15.2 กก.) ต่อเดือน ทั้งนี้เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี รายได้น้อย จึงไม่สามารถจะซื้อถ่านมาใช้ เพราะถ่านมีราคาแพง ดังนั้น ประชาชนส่วนใหญ่หรือ 74.14% ต้องไปเก็บหาไม้มาทำฟืนและเผาถ่านเอง แต่เนื่องจากไม้เริ่มหายากและต้องไปเก็บในระยะไกล ๆ จึงทำให้ประชาชนที่ได้รับการสัมภาษณ์มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นที่มีราคาถูก และผลิตง่ายมาทดแทนฟืน-ถ่านหรือก๊าซหุงต้ม โดยเฉพาะการใช้แท่งเชื้อเพลิงเขียวที่ทำจากชานอ้อยเน่าเปื่อยซึ่งหาได้ง่าย ทั้งนี้ผู้ที่เคยใช้ ร้อยละ 92.48 ตอบว่า แท่งเชื้อเพลิงเขียวจากชานอ้อยจะติดไฟและไหม้ดี ซึ่งทุกคนที่สัมภาษณ์บอกว่าให้ความร้อนสูง ดังนั้น ถ้ามีการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ประชาชน 88.83% ที่สัมภาษณ์ ตอบว่าต้องการใช้แท่งเชื้อเพลิงเขียวดังกล่าว ทั้งนี้เพราะมีราคาถูก ผลิตง่าย การให้ความร้อนก็สูง รวมทั้งจะเป็นการประหยัดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่กำลังขาดแคลน และเป็นแนวทางร่วมกันอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรป่าไม้ไว้ด้วย

   Top

  

การผลิตถ่านจากสวนป่าไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซีส
และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ

        
โดย... นายประลอง    ดำรงค์ไทย
            ในการศึกษาการผลิตถ่านจากสวนป่าไม้ยูคาลิปตัส คามาดูเลนซิส และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ เพื่อต้องการทราบค่าใช้จ่ายการลงทุนสำหรับการผลิตถ่าน ตั้งแต่ค่าวัตถุดิบซึ่งเป็นค่าปลูกสร้างสวนป่า โดยทำการศึกษาจากระยะปลูก 2x2 ม., 2x4 ม. และ 4x4 ม. ค่าสร้างเตาและค่าเผาถ่าน รวมทั้งศึกษาถึงผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจในการผลิตถ่านว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ทั้งนี้ได้ทำการศึกษาเพิ่มในส่วนของข้อมูลการลงทุนปลูกสร้างสวนป่าเพื่อตัดไม้ขายให้โรงงานผลิตเยื่อ หรือโรงงานผลิตแผ่นไยไม้อัด โดยได้เปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนทั้ง 2 กรณี ของการเผาถ่านขาย และตัดไม้ขาย ทั้งนี้ได้ใช้เกณฑ์การวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจจาก 3 กรณี คือ อัตราส่วนผลได้ต่อต้นทุน หรือ Benefit – Cost ratio (B/C ratio), มูลค่าปัจจุบันสุทธิ หรือ Net Present Value (NPV) และอัตราผลตอบแทนของโครงการ หรือ Internal Rate of Return (IRR) โดยได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้เป็น 5 ระดับ คือ 10% 12% 14% 16% และ 18% ผลจากการศึกษาพบว่าการลงทุนปลูกสร้างสวนป่ายูคาลิปตัสฯ เพื่อทำการเผาถ่านจำหน่าย จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยได้กำไรสูงเมื่อใช้ไม้ยูคาลิปตัสฯ จากระยะปลูก 2x2 ม. อายุตั้งแต่ 3 ปี เผาถ่าน ทั้งนี้จะให้กำไรในทุกระดับอัตราดอกเบี้ยของการศึกษา ในที่นี้ราคาการจำหน่ายถ่านคำนวณจากราคากระสอบละ 180 บาท ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยราคาถ่านจากไม้ยูคาลิปตัสฯ ที่ได้สำรวจมา แต่ทั้งนี้ถ้าราคาถ่านต่ำกว่า 180 บาท ก็ยังจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจึงถึงราคาที่ทำการศึกษา คือกระสอบละ 150 บาท สำหรับระยะปลูกอีก 2 ระยะ ที่ได้ทำการศึกษา ก็พบว่าถ้าตัดไม้จากระยะปลูก 2x4 ม. นำไปผลิตถ่านและจำหน่ายในราคา 180 บาท/กระสอบ ก็ยังให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เมื่ออายุไม้ 4-5 ปี ส่วนไม้จากระยะปลูก 4x4 ม. เมื่อตัดไปเผาถ่านจำหน่ายในราคากระสอบละ 180 บาท จะคุ้มค่ากับการลงทุน เฉพาะที่มีอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยลงทุนต่ำ คือ 10% ทั้งนี้ขนาดของเตาเผาถ่านก็มีส่วนต่อผลตอบแทนของการลงทุน กล่าวคือ จากการศึกษาถ้าใช้เตาอิฐขนาด 8 ลบ.ม. จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเตาอิฐขนาด 2 ลบ.ม. อนึ่งในส่วนของการเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนปลูกสร้างสวนป่ายูคาลิปตัสฯ สำหรับการเผาถ่านกับการตัดไม้ขาย พบว่าการเผาถ่านจะให้กำไรและผลตอบแทนต่อการลงทุนที่คุ้มค่าและสูงกว่าการปลูกสวนป่าเพื่อตัดไม้ขาย

   Top

  

การศึกษาผลผลิตและคุณภาพของถ่านไม้จากสวนป่ายูคาลิปตัส คามาลดู-เลนซิส
ระยะปลูก 2x2, 2x3 และ 2x4 อายุ 5 ปี และระยะปลูก 4x4 เมตร  อายุ 10 ปี
ณ ส่วนป่าลาดกระทิง จังหวัดฉะเชิงเทรา

        
โดย... นายประลอง   ดำรงค์ไทย
              การศึกษาผลผลิตและคุณภาพของถ่านไม้จากสวนป่ายูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส ที่ระยะปลูก 2x2, 2x3 และ 2x4 เมตร อายุ 5 ปี และระยะปลูก 4x4 เมตร อายุ 10 ปี จากส่วนป่าลาดกระทิง บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยศึกษาผลผลิตถ่านเฉลี่ยต่อ 1 ไร่ ของไม้ที่ปลูกระยะต่าง ๆ กันด้วยวิธีการเผาด้วยเตาเผาถ่าน (Brick Beehive Kiln) ขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร ที่สวนป่าลาดกระทิง และวิเคราะห์คุณภาพของถ่านที่ได้จากไม้ยูคาลิปตัสฯ ระยะปลูก 4 ระยะ ในด้านประสิทธิภาพการใช้งานของถ่านในการหุงต้ม ได้แก่ การติดไฟ การแตกปะทุ การเกิดควัน อัตราการเผาไหม้ คุณภาพของถ่าน ค่าความร้อน และการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี พบว่าผลผลิตถ่านไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส จากระยะปลูก 2x3 เมตร จะมีค่าเท่ากับ 1,958 กิโลกรัม/ ไร่ ซึ่งสูงกว่าระยะปลูก 2x2 และ 2x4 เมตร ในชั้นอายุหรือรอยตัดฟืน 5 ปี ส่วนระยะปลูก 4x4 เมตร ซึ่งเป็นระยะปลูกที่ศึกษาจากชั้นอายุหรือรอบตัดฟัน 10 ปี จะให้ผลผลิตถ่าน 2,199 กิโลกรัม/ ไร่ โดยจะสูงกว่าระยะ 2x3 เมตร จำนวน 241 กิโลกรัม/ ไร่ หรือคิดเฉลี่ยประมาณ 11% ซึ่งจะให้ผลไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับระยะเวลาต่างกัน 1 รอบตัดฟัน (หรือ 5 ปี) ทั้งนี้ ในด้านอัตราผลผลิตถ่านเฉลี่ยแล้วใกล้เคียงกัน คือ มีค่าตั้งแต่ 37.54 ถึง 41.28% ค่าความร้อนของถ่านไม้จากระยะ 2x3, 2x4, และ 2x2 เมตร มีค่า 6,988, 6,924 และ 6,769 แคลอรี/ กรัม ตามลำดับ โดยค่าความร้อนจากระยะ 4x4 เมตร ซึ่งมีชั้นอายุ 10 ปี มีค่า 7,177 แคลอรี/ กรัม ซึ่งสูงกว่าระยะอื่นเล็กน้อย ประสิทธิภาพการใช้งานจะมีค่า 32.74% สำหรับถ่านไม้จากระยะปลูก 2x3 เมตร ซึ่งสูงกว่าอีก 3 ระยะที่มีค่า 29.91, 29.81 และ 28.27% จากระยะปลูก 2x4, 2x2 และ 4x4 เมตรตามลำดับ คุณภาพของถ่านจะมีการติดไฟดีทั้งหมด การแตกปะทุเฉลี่ยไม่มี และควันมีน้อยมาก องค์ประกอบทางเคมีของถ่านไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส เฉลี่ยใกล้เคียงกัน คือ เท่ากับ 3.9% ปริมาณสารที่ระเหยได้จะแตกต่างกัน กล่าวคือ ถ่านไม้จากระยะปลูก 2x3, 2x4 และ 4x4 เมตร เท่ากับ 25.96, 33.40, 28.16 และ 28.62 ตามลำดับ สำหรับค่าคาร์บอนเสถียร พบว่าถ่านไม้ยูคาลิปตัสฯ จากระยะปลูก 2x3 เมตร จะมีค่าคาร์บอนเสถียรเท่ากับ 68.82% ซึ่งสูงกว่าจากระยะปลูก 2x4, 2x2 และ 4x4 ซึ่งเท่ากับ 60.93, 66.37 และ 66.16% ตามลำดับ สรุปได้ว่าปริมาณหรือผลผลิต ตลอดจนคุณภาพของถ่านจากไม้สวนป่ายูคาลิปตัส คามาดูแลนซิส จากระยะปลูก 2x3 ของชั้นอายุหรือรอบตัดฟัน 5 ปี จะได้ผลผลิตและคุณภาพดีกว่าระยะปลูก 2x2 และ 2x4 เมตร ในชั้นอายุเดียวกัน ส่วนถ่านจากไม้ระยะ 4x4 เมตร ที่มีชั้นอายุ 10 ปี จะให้ผลผลิตสูงกว่าชนิดอายุ 5 ปี แต่คุณภาพตลอดจนค่าคว

   Top

  

การศึกษาวิจัยพลังงานเชื้อเพลิงจากเปลือกทุเรียน ในรูปของเชื้อเพลิงอัดแท่ง

       
โดย... นายประลอง   ดำรงค์ไทย
                การศึกษาวิจัยพลังงานเชื้อเพลิงอัดแท่งจากเปลือกทุเรียน เป็นการศึกษาทดลองการอัดแท่งเชื้อเพลิงทั้งแบบชนิดอัดร้อน (Hot Press Process) และอัดเย็น (Cold Press Process) ของเปลือกทุเรียนที่มีปริมาณมากจากสองสายพันธุ์ คือ พันธุ์ชะนีและพันธุ์หมอนทอง การศึกษาโดยการนำเปลือกทุเรียนที่เหลือทิ้ง มาสับด้วยเครื่องหั่นย่อยซากพืชให้มีขนาดประมาณ 8 มิลลิเมตร นำไปตากแดดให้มีความชื้นพอเหมาะต่อการอัดแท่งทั้งสองแบบ แล้วนำไปอัดแท่งเชื้อเพลิงทั้งชนิดแบบอัดร้อนและอัดเย็น นำแท่งเชื้อเพลิงแข็งดังกล่าวมาวิเคราะห์คุณสมบัติทางด้านเชื้อเพลิง โดยการวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมี (Chemical Component Analysis) รวมทั้งค่าความร้อน (Heating Value) ทดสอบความหนาแน่นของแท่งเชื้อเพลิง (Density) หาค่าความสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในระหว่างการอัด (Energy Consumption) หาค่าพลังงานดุลต่อชั่วโมง (Hour Energy Balance) และหาประสิทธิภาพการใช้งานของความร้อน (Heat Utilization Efficiency) ผลการวิเคราะห์หาค่าองค์ประกอบทางเคมีของเปลือกทุเรียนจากการอัดแท่งทั้งชนิดอัดร้อนและอัดเย็นของทุเรียนทั้งสองสายพันธุ์ ปรากฏว่าจะมีปริมาณขี้เถ้า (Ash Content) และสารละเหย (Volatile Matters) ใกล้เคียงกัน คือร้อยละ 5.5 – 8.0 และ 72.4 – 81.1 ตามลำดับ สำหรับค่าคาร์บอนเสถียร (Fixed Carbon) ของเชื้อเพลิงอัดแท่งแบบอัดร้อน มีค่าเท่ากับร้อยละ 10.2 และ 7.2 สำหรับเปลือกทุเรียนของสายพันธุ์ชะนีและหมอนทองตามลำดับ ซึ่งจะสูงกว่าค่าคาร์บอนเสถียรของการอัดเย็นที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง ร้อยละ 4.3 – 7.6 ในด้านค่าความร้อนของเปลือกทุเรียนอัดแท่งทั้งแบบอัดร้อนและอัดเย็น อยู่ระหว่าง 3,609 - 3,844 แคลอรี/กรัม โดยแท่งเชื้อเพลิงแบบอัดร้อนจะให้ค่าความร้อนสูงกว่าแบบอัดเย็นเล็กน้อย ค่าความหนาแน่นของเปลือกทุเรียนอัดแท่งแบบอัดร้อนจะมีค่า 2.9 และ 3.2 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร สำหรับทุเรียนพันธุ์ชะนีและพันธุ์หมอนทอง ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าแท่งเชื้อเพลิงแบบอัดเย็นที่มีค่าระหว่าง 1.6 ถึง 2.8 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร ทั้งนี้ ในการทดสอบความหนาแน่นของเปลือกทุเรียนอัดแท่งโดยการหาค่าการทนแรงอัด (Compressive Strength) นั้น ผลปรากฏว่า เปลือกทุเรียนอัดแท่งแบบอัดร้อนพันธุ์หมอนทอง มีค่าทนแรงอัดสูงที่สุด คือ เท่ากับ 60.2 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ส่วนแบบอัดเย็นทั้งสองสายพันธุ์มีค่าการทนแรงอัดต่ำ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 5.5 – 12.2 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ค่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าที่ใช้พบว่าการอัดร้อนจะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าสูง คือมีค่าระหว่าง 0.440 – 0.456 กิโลวัตต์/กิโลกรัม ในขณะที่การอัดเย็นจะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเพียง 0.050 ถึง 0.069 กิโลวัตต์/กิโลกรัม ของทั้งสองสายพันธุ์ สำหรับการหาพลังงานดุลย์ต่อชั่วโมง หรือพลังงานจากเชื้อเพลิงอัดแท่งของการอัดทั้งสองแบบปรากฏว่า วิธีการอัดแบบอัดร้อนจะให้พลังงานจากเชื้อเพลิงอัดแท่งมากกว่าการอัดแบบอัดเย็นถึง 3 เท่า ส่วนผลการทดสอบหาประสิทธิภาพการใช้งานของความร้อน จะพบว่าเปลือกทุเรียนอัดแท่งแบบอัดร้อนของพันธุ์หมอนทองจะให้ค่าประสิทธภาพการใช้งานของความร้อนสูงที่สุดถึงร้อยละ 27.7 ผลจากการศึกษาคุณสมบัติทางด้านเชื้อเพลิงและค่าความร้อน รวมทั้งประสิทธิภาพการใช้งานของความร้อนของเปลือกทุเรียนอัดแท่งดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับฟืนและถ่านไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส แล้ว ปรากฏว่าเปลือกทุเรียนอัดแท่งมีคุณสมบัติทางด้านเชื้อเพลิงใกล้เคียงกับฟืนและถ่าน ส่วนค่าความร้อนจะต่ำกว่าถ่านประมาณ 1 เท่า สำหรับประสิทธิภาพการใช้งานของความร้อน พบว่า เชื้อเพลิงอัดแท่งจากเปลือกทุเรียนทั้งแบบอัดร้อนและอัดเย็นมีค่าใกล้เคียงทั้งฟืนและถ่านไม้ ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่า จากการนำเปลือกทุเรียนทั้งสองสายพันธุ์ ซึ่งมีปริมาณผลผลิตรวมกันกว่าร้อยละ 80 ของทุเรียนทั้งหมด มาอัดเป็นแท่งเชื้อเพลิงแล้วได้เชื้อเพลิงที่มีคุณภาพดีและไม่แตกต่างกัน นั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า โดยทั่วไปเปลือกทุเรียนจะสามารถนำมาผลิตเป็นแท่งเชื้อเพลิงเพื่อใช้เป็นพลังงานความร้อนในครัวเรือนแทนฟืนและถ่านจากไม้ได้

   Top

  

แท่งเชื้อเพลิงเขียวเพื่อทดแทนฟืนและถ่าน
(Green Fuel Briquette)

      
โดย... นายประลอง   ดำรงค์ไทย
                 จากการนำชานอ้อยเน่าเปื่อย ซึ่งเป็นเศษวัสดุที่โรงงานน้ำตาลเหลือทิ้ง โดยนำมาล้วน ๆ หรือนำมาผสมกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน ชานอ้อยเน่าเปื่อย : ขุยมะพร้าว 1:1, 2:1, 3:1 และ 4:1 แล้วมาอัดโดยใช้เครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงเขียวที่มีสกรูเป็นส่วนสำคัญของเครื่องอัดแท่ง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 มม. ยาว 750 มม. และ Pitch ขนาด 50 มม. โดยสกรูจะขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 แรงม้า (HP.) ใช้ไฟ 2 สาย 220 โวลท์ จะได้แท่งอัดเชื้อเพลิงเขียวออกมาจากกระบอกรีด จำนวน 25 กก. ต่อชั่วโมง สำหรับวัตถุดิบที่เป็นชานอ้อยเน่าเปื่อยล้วน ๆ และ 60, 60, 45 และ 45 กก. ต่อชั่วโมง สำหรับชานอ้อยเน่าเปื่อยผสมกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 1:1, 2:1, 3:1 และ 4:1 ตามลำดับ (น้ำหนักของแท่งเชื้อเพลิงเขียวที่แห้ง) โดยแท่งเชื้อเพลิงเขียวจะให้ค่าความร้อนประมาณ 3,000 แคลอรี/ กรัม ซึ่งใช้ต้มน้ำเดือดภายในเวลาประมาณ 18 นาที ความหนาแน่นจะอยู่ระหว่าง 0.57 – 0.98 กรัม/ ลบ.ซม. และสามารถนำไปเผาเป็นถ่านได้ ดังนั้น จึงเป็นแท่งเชื้อเพลิงเขียวที่มีราคาถูกและผลิตง่าย สามารถใช้แทนไม้ฟืนและถ่าน ซึ่งเป็นแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างดี

   Top

  

หน้าแรก
วิจัยคุณสมบัติไม้และโครงสร้าง   |  วิจัยและพัฒนาเคมีผลิตผลป่าไม้   |  วิจัยป้องกันรักษาเนื้อไม้   |
วิจัยพัฒนาของป่า   |  วิจัยพลังงานจากไม้