วงศ์เงาะ

SAPINDACEAE

            พันธุ์ไม้วงศ์นี้มีทั้งไม้ต้นและไม้พุ่ม  พบน้อยมากที่เป็นไม้เถาเลื้อยและพืชล้มลุก  ที่รู้จักกันโดยทั่วไปมักเป็นไม้ผล  เช่น  เงาะ  (Nephelium lappaceumลำไย  (Dimocarpus longan และลิ้นจี่  (Litchi chinensisเป็นต้น  ใบ  มีทั้งชนิดใบเดี่ยวและใบประกอบ  เรียงสลับ  หรือเวียนสลับรอบกิ่ง  ดอก แยกเพศ  ขนาดเล็ก  มักเบี้ยว  เกิดเป็นช่อตามง่ามใบ  หรือปลายกิ่งกลีบรองดอก  4-5  กลีบ  ขนาดไม่เท่ากัน  กลีบดอก  0-5  กลีบ  เกสรเพศผู้  5-10  อัน  เรียงอยู่โดยรอบหรืออยู่บนแผ่นจานภายในดอก  รังไข่  อยู่เหนือกลีบรองดอก  มี  1-3  หน่วย  แต่ละหน่วยมี  ช่อง  มีไข่อ่อนช่องละ  1-2  หน่วย  ผล  มีทั้งผลชนิดแห้งแล้วแตก  และผลชนิดสด  มักมีลักษณะคล้ายผลแฝดคือมีผลใหญ่ 1 ผล  และมีผลขนาดเล็กอีก  1-2  ผล  ติดที่ขั้วเดียวกัน  เปลือกผลมักมีขน  หนาม  หรือเป็นตุ่มขนาดเล็ก  เมล็ด  มีทั้งชนิดที่มีเยื่ออ่อนนุ่ม  และ  ไม่เยื่อหุ้ม

            พันธุ์ไม้ในวงศ์นี้มีประมาณ  135  สกุล  2,000  ชนิด  กระจายพันธุ์ในประเทศไทย  23  สกุล  41  ชนิด  พบในป่าพรุ  สกุล  คือสกุลต่อไส้  (Allophylusซึ่งเป็นไม้พุ่ม  และสกุลเงาะ  (Nepheliumซึ่งเป็นไม้ต้น

สกุลเงาะ

Nephelium Linn.

            พันธุ์ไม้สกุลนี้เป็นไม้ต้น  ใบ  ประกอบรูปขนนก  ใบย่อยอยู่ตรงข้ามหรือเกือบตรงข้ามกันเป็นคู่  ใบย่อยอยู่ที่ปลายก้านช่อมักใหญ่กว่าใบย่อยอื่น  ดอก  เล็กมาก  ดอกเพศผู้  และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน  กลีบรองดอก  4-6  กลีบ  แต่ละกลีบขนาดใกล้เคียงกัน  โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย  กลีบดอก  0-6  กลีบ  เกสรเพศผู้  5-8  อัน  เกิดบนแผ่นจานภายในดอก  รังไข่  โดยมากมี  หน่วย  แต่ละหน่วยมีไข่อ่อน  หน่วย  ผล  มีลักษณะเป็นผลเดี่ยว ๆ หรือคล้ายกับมีผลขนาดเล็กแฝดอีกผลหนึ่ง  ผิวเปลือกมีขนหรือเป็นตุ่มเล็ก ๆ เมล็ด  มีเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มหุ้ม

            พันธุ์ไม้สกุลนี้มีประมาณ  22  ชนิด  พบในป่าพรุ  ชนิด  คือ  เงาะป่า  (N.maingayi)