WB01693_.gif (3258 bytes)

ดีวามป็มากาจัตั้งอุยาแห่ชาติ

WB01693_.gif (3258 bytes)

 

  อุทยานแห่งชาติ  
            หมายถึง   พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลมีทรัพยากรธรรมชาติสวยงามแปลกประหลาด
เป็นที่อัศจรรย์   เหมาะสำหรับการพักผ่อน   มีคุณค่าทางการศึกษาหาความรู้ เช่น เป็นแหล่ง
ที่อยู่อาศัยของพืช   สัตว์หายาก หรือมีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ
หรือวัฒนธรรม

           อุทยานแห่งชาติที่ได้มาตรฐาน   นอกจากจะมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้วจะต้องมีขนาด
พื้นที่อย่างน้อย 10 ตารางกิโลเมตร   บริหารงานโดยรัฐบาลกลาง (มิใช่รัฐหรือระดับจังหวัด)
มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเพียงพอที่จะสามารถป้องกันการบุกรุกได้อย่างเด็ดขาด   ข้อสำคัญจะ
ต้องอนุญาตให้ไปท่องเที่ยวได้   และจะต้องรักษาธรรมชาติให้คงสภาพดั้งเดิมอย่างมากที่สุด

           อุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน   เป็นคำที่มีความหมายไม่เหมือนกัน   นักท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจสับสนอยู่เสมอ   คำว่า
"วนอุทยาน" (Forest Park) หมายถึง   พื้นที่ขนาด
เล็ก   จัดตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ   โดยจะทำการปรับปรุงตกแต่ง
สถานที่เหล่านี้ให้เหมาะสม   มีความสวยงามและโดดเด่นในระดับท้องถิ่น   จุดเด่นอาจจะได้
แก่  น้ำตก  หุบเหว  หน้าผา   ถ้ำ หรือ หาดทราย  เป็นต้น
 
     

 

WB01693_.gif (3258 bytes)


             หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลง   อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรในประเทศไทย
มีมากขึ้นอย่างรวดเร็ว   ทำให้เกิดความต้องการในการดำรงชีวิต   เพื่อความอยู่รอดเพิ่มมากขึ้นตาม
ลำดับ   เป็นเหตุให้มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่า เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นไร่น่า   และเพื่อการเพาะปลูก
ประกอบกับความเจริญเติบโตทางด้านวัตถุและเทคโนโลยีก็ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น   เป็รผลให้มีการ
ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น เช่น  การตัดไม้ทำลายป่า และการล่าสัตว์อย่างไม่มี
ขอบเขตจำกัด

              ในที่สุดรัฐบาลจึงตระหนักเห็นถึง ความสำคัญของการสงวนและคุ้มครองรักษาทรัพยากร
ธรรมชาติ   โดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่า   จึงมีการดำเนินการจัดตั้งสวนรุกขชาติ   วนอุทยาน และ
อุทยานแห่งชาติขึ้น   โดยเมื่อปี พ.ศ.2468   ได้มีการจัดตั้งป่าภูกระดึงขึ้นเป็นวนอุทยานแห่งแรก

              จนกระทั่งปี พ.ศ.2502  ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น  ได้
เดินทางไปตรวจราชการทางภาคเหนือ   และให้ความสนใจในเรื่องการคุ้มครองรักษาทรัพยากร
ธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้   จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวง
มหาดไทยดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ

              ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณากำหนด โครงการที่จะจัดพื้นที่ป่าให้เป็น
อุทยานแห่งชาติจำนวน 14 แห่ง   เสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัด
ตั้งอุทยานแห่งชาติไว้ได้ ดังนี้

                  1. ขอการจัดสรรที่ดินในบริเวณป่ารวม 14 แห่ง   เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ
                  2. ให้กระทรวงมหาดไทย   ดำเนินการประกาศเขตหวงห้ามในบริเวณป่า รวม 4 แห่ง
เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ คือ ป่าเทือกเขาสลอบ   ป่าเขาใหญ่  ป่าทุ่งแสลงหลวง   ป่าดอย-
อินทนนท์
                  3. ขอกำหนดป่าที่จัดตั้ง เป็นอุทยานแห่งชาติตามข้อ 1 ให้เป็นป่าสงวนตามพระราช-
บัญญัติคุ้มครองและสงวนสัตว์ป่าเว้นแต่ป่าภูกระดึง จังหวัดเลย   ซึ่งได้กำหนดให้เป็นป่าสงวนไว้แล้ว

               วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2502   คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีประกาศพระราชบัญญัติอุทยาน
แห่งชาติ พ.ศ.2504   ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์   เพื่อคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ และใน
พระราชบัญญัติฉบับนี้ ยังได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ   การขยายหรือ
เพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ   รวมตลอดถึงการคุ้มครองและการดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ

              และเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2532   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ   ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
เพื่อระวังไม่ให้มีการทำไม้ออกจากป่าและเร่งรัดฟื้นฟูสภาพป่าไม้   พร้อมทั้งให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่
ของรัฐในอันที่จะยับยั้งในการที่จะทำไม้ออกจากป่า   รวมทั้งการสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัมปทานและ
การสิ้นสุดสัมปทานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ   เป็นเหตุให้มีการดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติจาก
ป่าสงวนแห่งชาตินั้นๆ

WB01693_.gif (3258 bytes)


Back

Copyright © 2001 webmaster@forest.go.th  . All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.