จักจั่น นักร้องเพลงแห่งพงไพร

 

 
 

อันดับ                                    Homoptera

วงศ์                                         Cicadidae

วรวุฒิ  วรคุตตานนท์

แมลงวงศ์จักจั่นเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอันดับ Homoptera  มีขนาดตั้งแต่ 1 – 10 ซ.ม. ซึ่ง homo แปลว่า เหมือนกัน  เท่ากัน ส่วน ptera แปลว่า ปีก ลักษณะเด่นของจักจั่น เพศผู้สามารถทำเสียงได้ แต่ละชนิดก็จะมีเสียงแตกต่างกัน เราจึงสามารถแยกชนิดของจักจั่นได้จากเสียงนั่นเอง และแม้ว่า จักจั่นชนิดเดียวกันแต่ละตัวก็จะทำเสียงได้แตกต่างกันออกไป เสียงที่ไพเราะและกังวาน เป็นเสมือนการประกาศศักยภาพความเป็นเพศผู้ที่แข็งแรงและเหมาะสม  จักจั่นมีตารวม 2 ดวง และ มีตาเดี่ยว 3 ดวง อยู่เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยม อยู่ด้านหลังของส่วนหัว  หนวด มีลักษณะเดียวกับแมลงปอ คือมีลักษณะเป็นเส้นขน  (setaceous) ส่วนปากของจักจั่นเป็นแบบ เจาะดูด (Piercing-sucking type) จักจั่นวางไข่บนต้นไม้  เมื่อไข่ฟัก ตัวอ่อนจะตกลงสู่พื้นดิน หลังจากนั้นตัวอ่อนจะขุดดิน เพื่อหลบซ่อนตัวและหาอาหารอยู่ใต้ดิน  อาหารของตัวอ่อน คือน้ำเลี้ยงในส่วนรากของต้นไม้นั่นเอง ตัวอ่อนของจักจั่นทั่วไปมีอายุประมาณ 4 – 6 ปี  มีขนาดตั้งแต่ 2 – 10 ซ.ม. ตัวอ่อนจักจั่นชนิด Magicicada septendecim จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีอายุถึง 17 ปี

จักจั่นตัวเล็กที่ขณะนี้กำลังออกมาส่งเสียงร้องระงมในศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1 ปกติแล้ว ในระยะ ตัวอ่อนจะนานประมาณ 1-2 ปี ตัวเต็มวัยมีอายุ 2 – 4 เดือน เป็น จักจั่นมีขนาดตั้งแต่ 2 – 4 ซ.ม.

 

จักจั่นชนิดหนึ่งที่พบในศูนย์ฯ มีขนาดลำตัวประมาณ 4 ซม.

 กำลังลอกคราบ

 

 

การทำเสียงของจักจั่น

อยู่ที่อวัยวะของส่วนอกและส่วนท้อง โดยอวัยวะแรก คือ tymbals  มีลักษณะเป็นแผ่น เนื้อเยื่อบาง ๆ และถูกปิดด้วยผนังท้อง  ยังมี folded membrane และยังมี opercula  ทำจังหวะของเสียงให้แตกต่างกันออกไป การเกิดเสียงเริ่มโดยการ หดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ tymbal muscle  ซึ่งยึดภายในช่องลำตัว ระหว่างด้านล่างของอกปล้องที่ 3 กับส่วนที่ติดกับ tymlal เมื่อเกิดการเกร็งตัวของ folded membrane  จะเป็นพื้นที่ในช่องว่างระหว่างท้องกับ opercula ทำให้เกิดเป็นเสียงก้องกังวาน เมื่อมีการขยับ opercula สอดคล้องกับการทำงานของกล้ามเนื้ออื่นๆ ด้วยความถี่สูง ก็ยิ่งมีความกังวานมากขึ้น เกิดเป็นเสียงร้องของจักจั่น เสียงของจักจั่นบางชนิดอาจดังมากกว่า 100 เดซิเบล ดังกว่าเสียงรถที่ติดในเมืองกรุงเสียอีก ความดังของเสียงร้องของจักจั่น ขึ้นอยู่กับขนาดตัวของมัน เพราะท้องที่ว่างเปล่าของจักจั่น เปรียบเหมือนลำโพงนั่นเอง

การจับจักจั่น

ทางภาคใต้

-          จักจั่นที่พบทั่วไปที่มีลำตัวสีเขียว ชาวบ้านเรียกว่าเรียก “ เวียด ”   ส่วนจักจั่นที่มีลำตัวสีขาว เรียก “ วาด”   บางพื้นที่เรียกตามขนาด ตัวโตเรียกว่า "จักจ้า"  ส่วนตัวเล็กเรียกว่า  "จักแจ้ง"  

-          บางพื้นที่ใช้เทียนมัดกับลำต้นเล็บครุฑ จุดเทียนแล้วเคาะกะลา จักจั่นจะร่วงลงมาที่พื้นดิน (ภูมิปัญญาพื้นบ้าน กระบี่)

ทางภาคเหนือ  มีการจับจักจั่น 3 วิธี

-      เดิมใช้ยางขนุน ยางโพธิ์ ยางมะม่วง แป้งข้าวเหนียวเคี่ยวให้เป็นกาวเหนียวเรียก “ แป้งเปียก” แต่ในยุคสมัยปัจจุบันเด็ก ๆ ในชนบทใช้หมากฝรั่ง  พันปลายไม้และนำไปแตะที่ปีกของจักจั่น เมื่อได้มาจะเด็ดปีกใส่ถุงเพื่อป้องกันจักจั่นบินหนี

-          ใช้ถุงพลาสติกติดปลายไม้ทำเป็นสวิงแล้วนำไปครอบจักจั่น จักจั่นไม่สามารถหาทางออกได้เพราะรอบด้านมีแสงทุกด้านจึงถูกจับ จะมีเพียงส่วนน้อยที่สามารถบินออกไปได้

-      ใช้กับดักกาวเหนียว ( แป้งเปียก ) พันไม้นำไปปักไว้บริเวณใกล้แหล่งน้ำ จักจั่นจะเกาะพัก ทำให้ปีกติดกาวเหนียว

รูปแบบการนำมาประกอบอาหาร

 คั่ว  ป่นทำเป็นน้ำพริก  หรือ เสียบไม้ปิ้ง รวมทั้งนำมาทอด ก็สามารถรับประทานได้อย่างอร่อย ไม่แพ้อาหารจานเด็ดอื่นๆ

 

Pomponia imperatoria

เป็นจักจั่นอีกชนิดหนึ่งที่พบในศูนย์ฯ เช่นกัน มีขนาดลำตัวประมาณ 8 ซม.

กำลังกินอาหารและถ่ายของเสีย

แสดงให้เห็นตารวม และตาเดี่ยว

 

Huechys  sanguinea มีขนาดประมาณ 2 ซม.

เป็นจักจั่นอีกชนิดหนึ่งที่พบในศูนย์ฯ เช่นกัน