ตั๊กแตน

 

ปลวก

 

ผีเสื้อ

 

ผึ้ง

 

แมลงกุดจี่

 

แมลงค่อมทอง

 

แมลงทับ

 

แมลงภู่

 

แมลงวัน

 

ยุง

 

ริ้น

 

หิ่งห้อย

 

เหลือบ

 

  แมลงค่อมทอง : gold-dust weevil/leaf eating  weevil/snout beetle  
  ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1  อ.งาว จ.ลำปาง

    

   
 

ลำดับทางอนุกรมวิธาน

Kingdom     Animalia

  Phylum     Arthropoda

     Subphylum     Hexapoda

        Class     Insecta

          Inflaclass     Neoptera 

            Superorder     Endopterygota

               Order     Coleoptera

                  Suborder     Polyphaga

                      Superfamily     Curculionoidea

                          Family       Curculionidae

                             Genus     Hypomeces

                            Species     squamosus    

 

    
ที่มา :  ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1

 
 

          ชื่อพ้อง : Scientific Synonyms

          - Atemtonychus gossipi Matsumura   
          - Atemtonychus peregrinus
Matsumura     
          - Curculio aurulentus
Herbst

 


- Curculio pulverulentus Fabricius
- Curculio orientalis Olivier

 

 
  รวบรวมและเรียบเรียงโดย สิทธา  บุญมากาศ  
 

นื้อความในพระไตรปิฎก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้าที่ 679  

                นาคพิภพนั้น  สมบูรณ์ด้วยภูมิภาค  ภาคพื้นไม่มีกรวด  อ่อนนุ่ม  งดงาม   มีหญ้าเตี้ย ๆ   ไม่มีละอองธุลี นำมาซึ่งความเลื่อมใส  ระงับความโศกของผู้ที่เข้าไป.

                ในนาคพิภพนั้น          มีสระโบกขรณีอันไม่อากูล เขียวชอุ่มดังแก้วไพฑูรย์    มีต้นมะม่วง    น่ารื่นรมย์ทั้ง    ทิศ     มีผลสุกกึ่งหนึ่ง     ผลอ่อนกึ่งหนึ่ง    เผล็ดผล  เป็นนิตย์.

         บรรดาบทเหล่านั้น    บทว่า อสกฺขรา  ความว่า  ภูมิภาคในนาคพิภพนั้น    ปราศจากหินและกรวด    ภูมิภาคนั้นอ่อนนุ่ม   งดงาม   ล้วนแล้วไปด้วยทองเงินและแก้วมณี  เกลื่อนกล่นไปด้วยทรายคือรัตนะเจ็ด.  บทว่า  นีจติณา ความว่า  ประกอบไปด้วยหญ้าอันต่ำ   มีสีเช่นกับหลังแมลงค่อมทอง บทว่า อปฺปรชา  ความว่า   ปราศจากฝุ่นละออง.    บทว่า   ยตฺถ   ชหนฺติ  โสก ความว่า  เป็นภูมิภาคที่เข้าไปแล้วหายเศร้าโศก.

         บทว่า   อนาวกุลา   ความว่า   ไม่อากูล   คือไม่มีตอ.    อีกนัยหนึ่ง หมายความว่า  ข้างบนตั้งเรียบเสมอ  ปราศจากความขรุขระ.  บทว่า เวฬุริยู- ปนีลา   ความว่า   เขียวขจีด้วยแก้วไพฑูรย์.    อธิบายว่า    ในนาคพิภพนั้นมี สระโบกขรณี   ล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์   สมบูรณ์ด้วยน้ำ  มีสีเขียว  ดาดาษ ไปด้วยดอกบัว   และอุบลหลากสี.   บทว่า  จตุทฺทิส  ได้แก่  ในทิศทั้งสี่แห่ง สระโบกขรณี.  บทว่า ปกฺกา จ  ความว่า  ในสวนอัมพวันนั้น    มีต้นมะม่วง ที่มีผลสุกแล้วบ้าง สุกครึ่งผลบ้าง มีผลอ่อนบ้าง บานสะพรั่งอยู่ทีเดียว.  บทว่า

นิจฺโจตุกา ความว่า ประกอบไปด้วยดอกและผล  อันเหมาะสมแก่ฤดูแม้ทั้ง ๖.

         อาฬารดาบส  ทูลพระเจ้าพาราณสีต่อไปว่า  เพิ่มเติม

 
           

       


         แมลงค่อมทอง   หรือด้วงงวงกัดกินใบเป็นด้วงชนิดขนาดกลาง  สามารถพบเห็นได้ทั่วทั้งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงญี่ปุ่นและจีน    ปากมีลักษณะเป็นงวงยาวแบบ กัดกิน   ส่วนหัวสั้นทู่ยื่นตรงไม่งุ้มเข้าใต้อก    มีหนวดแบบข้อศอก (geniculate)  โดยปล้องปลายหนวดจะโป่งออก     ตั้งอยู่ที่กึ่งกลางของงวงปาก  ลำตัวมีหลายสีขึ้นอยู่กับ สภาพแวดล้อม   เมื่อเป็นตัวเต็มวัยใหม่ๆ   จะมีสเกลหรือเกร็ด ลักษณะคล้ายฝุ่นผงสีเหลืองหรือสีเขียวสะท้อนแสงปกคลุมอยู่มากมายตามลำตัว  และที่เห็นเป็นสีอื่น เช่น สีน้ำตาล  สีดำ  สีเทา ก็เพราะสเกลเหล่านี้หลุดออกไป  มีเส้นแบ่งกลาง หัว อก และปีกเห็นชัดเจน  

          ตัวเต็มวัยสามารถพบได้ตลอดทั้งปีและทุกภาคของประเทศไทย  แต่จะพบมากในเดือน ธันวาคม-มีนาคม   ซึ่งเป็นระยะที่แมลงผสมพันธุ์และวางไข่    ตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่ในดิน  ตัวเมีย 1 ตัว วางไข่ได้ 40 - 131 ฟอง โดยวางไข่ 5 - 10 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 3 - 4 วัน จำนวนไข่ที่วางแต่ละครั้ง 3 - 27 ฟอง ระยะไข่ 7 - 8 วัน  เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะกัดกินรากพืชในดิน   หนอนมีการลอกคราบ 4 - 5 ครั้ง   ระยะหนอน 22 - 23 วัน  จากนั้นจะเข้าดักแด้ในดิน ระยะดักแด้ 10 - 15 วัน  จะออกเป็นตัวเต็มวัย เพศผู้มีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย ระยะตัวเต็มวัย เพศผู้ 8 เดือน เพศเมีย 12 เดือน      

          ตัวหนอนของแมลงค่อมทองกัดกินรากของพืชหลายชนิดเป็นอาหาร  เช่น  ข้าว  ข้าวโพด  ยาสูบ  ฝ้าย และพืชตระกูลส้ม  ตัวเต็มวัยกัดกินตั้งเเต่เนื้อเยื่อเจริญ  เช่น รากอ่อน  ตากิ่ง  ตาดอก เป็นต้น  ต้นอ่อน  ใบอ่อน จนถึงใบแก่ของต้นไม้   โดยใบแก่จะกินตั้งแต่ขอบใบ เข้าไปข้างใน  จนเหลือแต่เส้นใบ เป็นศัตรูของพืชมากมายหลายชนิด    เช่น มะม่วง ลำไย เงาะ ส้มเขียวหวาน  ส้มโอ หม่อน จามจุรี ชัยพฤกษ์ สนประดิพัทธิ์ ยูคาลิปตัส นนทรี สัก มะฮอกกานี มะดูก มะค่าแต้ กะทกรก เหียง เลี่ยน กระถินณรงค์ ประดู่แดง เป็นต้น      แมลงค่อมทองตัวเต็มวัยชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม   เข้าทำลายพืช     ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต     ชอบอาศัยอยู่ตามใต้ใบ เคลื่อนที่ช้า  ไม่ว่องไว  เมื่อถูกรบกวนจะทิ้งตัวลงพื้น   โดยดึงส่วนขาและหนวด เข้าห่อตัวและหยุดเคลื่อนไหว   และนอกจากนี้ยังพบว่าแมลง ค่อมทองยังเข้าทำลายพืชป่าหลายชนิดอีกด้วย 


บรรณานุกรม

-กรมส่งเสริมการเกษตร. 2551. แมลงค่อมทอง. (ระบบออนไลน์). แหล่งข้อมูล: http://www.doae.go.th/pest/fruit/
litchi/lilew.htm (16กรกฎาคม 2551)
- ศานิต  รัตนภุมมะ. 2546. กีฏวิทยาแม่บท. สิรินาฏการพิมพ์ และ แทนก๊อปปี้เซนเตอร์, เชียงใหม่. 498 หน้า.
- สาวิตรี  มาไลยพันธุ์, (ผู้รวบรวม). 2542. บทปฏิบัติการกีฏวิทยาเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์ ลินคอร์น  
โปรโมชั่น, กรุงเทพฯ. 266 หน้า.
- สำนักพัฒนาสินค้าเกษตร. 2551. แมลงค่อมทอง. (ระบบออนไลน์). แหล่งข้อมูล: http://agriqua.doae.go.th/plantclinic/
clinic/plant/rambutan/in61.htm (16กรกฎาคม 2551)
- ไสว  บูรณพานิชพันธุ์. 2544. อนุกรมวิธานแมลง. ภาควิชากีฏวิทยา, คณะเกษตรศาสตร์,  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
เชียงใหม่. 441 หน้า
- Pests and Diseases Image Library. 2008. Gold-Dust Weevil. (online).Available: 
http://www.padil.gov.au/viewPest.aspx?id=78
           
 

                              ส่งข้อเสนอแนะและติชมได้ที่ sitta_b@hotmail.com