ตั๊กแตน

 

ปลวก

 

ผีเสื้อ

 

ผึ้ง

 

แมลงกุดจี่

 

แมลงค่อมทอง

 

แมลงทับ

 

แมลงภู่

 

แมลงวัน

 

ยุง

 

ริ้น

 

หิ่งห้อย

 

เหลือบ

 

ตั๊กแตนหนวดสั้น  ตั๊กแตนหนวดยาว  ตั๊กแตนแคระ         ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่         1  อ.งาว จ.ลำปาง

      รวบรวมและเรียบเรียงโดย สิทธา  บุญมากาศ  
         
      

ข้อความในพระไตรปิฎก

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ - หน้าที่ 179

      พวกพราหมณ์ผู้ต้องการเลี้ยงชีวิตในโลกนี้กล่าวว่า  พระพรหมครอบงำได้ทั้งหมด และว่าพระพรหมบำเรอไฟ พระพรหมมีอานุภาพกว่าทุกสิ่ง และมีอำนาจไม่มีใครสร้าง กลับไปไหว้ไฟที่ตนสร้างเพื่อประโยชน์อะไร  คำของพวกพราหมณ์น่าหัวเราะเยาะ ไม่ควรแก่การเพ่งเล็ง ไม่เป็นความจริง  พวกพราหมณ์ในปางก่อนก่อขึ้นไว้ เพราะเหตุแห่งสักการะ      พราหมณ์เหล่านั้น เมื่อลาภและสักการะเกิดขึ้น จึงร้อยกรองยัญพิธีว่า เป็นธรรมสงบระงับ ด้วยการฆ่าสัตว์บูชายัญ พวกพราหมณ์ถือการทรงไตรเพท พวกกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน พวกแพศย์ยึดการไถนา และ  พวกศูทรยึดการบำเรอ วรรณะทั้ง ๔ นี้  เข้าถึงการงานตามที่อ้างมา  เฉพาะอย่าง ๆ นั้น กล่าวกันว่า มหาพรหมผู้มีอำนาจจัดไว้ถ้าคำนี้พึงเป็นคำจริงเหมือนดังที่พวกพราหมณ์กล่าวไว้ คนที่ไม่ใช่กษัตริย์ไม่พึงได้ราชสมบัติ  ผู้ที่ไม่ใช่พราหมณ์ไม่พึงศึกษามนต์ คนนอกจากแพศย์ไม่พึงทำการไถเลย  และพวกศูทรก็ไม่พึงพ้นจากการรับใช้ผู้อื่น เพราะคำนี้ เป็นคำไม่จริง เป็นคำเท็จ พวกคนหาเลี้ยงท้องกล่าวไว้ คนไม่มีปัญญา      หลงเชื่อ บัณฑิตทั้งหลายย่อมเห็นด้วยตนเอง  เพราะพวกกษัตริย์ย่อมเก็บส่วนจากพวกแพศย์ พวกพราหมณ์ถือศาตราเที่ยวฆ่าสัตว์ เพราะเหตุไร พระพรหมจึงไม่ทำโลกอันแตกต่างกันเช่นนั้นให้ตรงเสีย  ถ้าแหละพระพรหมเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวง เป็นเจ้าชีวิตของ       หมู่สัตว์ ทำไมจึงจัดโลกทั้งปวงให้มีความทุกข์ ทำไมจึงไม่ทำโลกทั้งปวงให้มีความสุข ถ้าแหละพรหมนั้นเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวงเป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์ เหตุไรจึงทำโลกโดยไม่เป็นธรรม คือ มารยาและเจรจาคำเท็จ มัวเมา ถ้าแหละพระพรหมนั้นเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวง เป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์ ก็ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอยุติธรรม    เมื่อธรรมมีอยู่ พรหมนั้นก็จัดโลกไม่เที่ยงธรรม ตั๊กแตน ผีเสื้อ งู   แมลงภู่ หนอน และแมลงวัน ใครฆ่าแล้วย่อมบริสุทธิ์ ธรรมเหล่านี้ ไม่ใช่ของพระอริยะ เป็นธรรมผิดๆ ของชาวกัมโพชรัฐเป็นอันมาก.  

  ที่มา: CD-ROM ฉบับเรียนพระไตรปิฎก Version 2.1

 

 


          

              ตั๊กแตนเป็นแมลงที่จัดอยู่ในอันดับ  Orthoptera  มีลักษณะเด่นคือ  มีปากแบบกัดกิน (chewing type) ยื่นลงทางด้านล่างของส่วนหัว  มีตารวมที่เจริญดีและมักมีตาเดี่ยว 2 - 3 ตา  มีหนวดแบบเส้นด้าย (filliform) ขาสองคู่หน้าเป็นแบบขาเดิน (walking legs) ขาคู่หลังขนาดใหญ่ใช้สำหรับกระโดด (jumping  legs)   ฝ่าเท้ามี  3 - 4  ปล้อง ปีกคู่แรกมีลักษณะคล้ายแผ่นหนัง (tegmina) สม่ำเสมอตลอดทั้งปีก  ปีกคู่หลังเป็นเยื่อบางๆ (membranous) เมื่อเกาะตัวจะจีบและพับซ้อนกันอยู่ใต้ปีกคู่แรก  เพศผู้ส่วนมากทำเสียงได้  เสียงที่เกิดขึ้นเป็นเสียงเฉพาะแต่ละชนิด  มักใช้เสียงเพื่อเรียกคู่ผสมพันธุ์   แต่ในบางกรณีใช้สำหรับเตือนภัย มีขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่   มีการถอดรูปแบบไม่สมบูรณ์แบบ (hemimetabolous)  คือ  ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกัน ต่างกันที่ตัวเต็มวัยมีปีกและอวัยวะเพศที่สมบูรณ์  แต่ตัวอ่อนยังมีปีกและอวัยวะเพศที่ยังไม่เจริญเต็มที่  โดยเรียกตัวอ่อนนี้ว่า  "nymph"  และไม่มีระยะดักแด้  สามารถพบได้ทั่วไปตามทุ่งหญ้า  สนามหญ้า  ไร่  นา  เป็นต้น  ตั๊กแตนที่รู้จักกันทั่วไป  ได้แก่   ตั๊กแตนหนวดสั้น  ตั๊กแตนหนวดยาว และตั๊กแตนแคระ 

 
     

ตั๊กแตนหนวดสั้น : locusts / short-horned  grasshoppers

 
   

  

ลำดับทางอนุกรมวิธาน

Kingdom     Animalia

    Phylum     Arthropoda

       Subphylum     Hexapoda

          Class     Insecta

            Inflaclass     Neoptera 

               Order     Orthoptera

                  Suborder     Caelifera

                     Family     Acrididae

 
 
   

           ตั๊กแตนหนวดสั้นในวงศ์  Acrididae  มีประมาณ   10,000  ชนิด   จากทั้งหมดประมาณ 11,000 ชนิดใน   suborder    Caelifera   ลักษณะเด่นของแมลง ในวงศ์นี้    คือ      มีแบบเส้นด้าย (filliform)และมีความยาวไม่ถึงครึ่งของความยาวลำตัว  อกปล้องแรกไม่ยาวคลุมส่วนท้อง  บางชนิดมีปีกคู่หลังสีสันสดใส เช่น  ชมพู   ฟ้า  แดง  เป็นต้น  ฝ่าเท้ามี  3  ปล้อง     มีขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่  เพศผู้มีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย   เพศเมียมีอวัยวะวางไข่สั้นมองเห็นได้ไม่ชัดเจน วางไข่เป็นกลุ่มในดิน  ทำเสียงโดยการใช้ปุ่มเล็กๆ  ที่เรียงรายอยู่เป็นแถว ทางด้านในของต้นขาของขาคู่หลังไปเสียดสีกับขอบล่างของปีกคู่หน้า    หรือใช้ปีกคู่หลังตบเข้าหากันในขณะบิน  ส่วนมากมีอวัยวะฟังเสียงเรียกว่า Tympanal  organs ลักษณะเป็นแผ่นบาง  ตั้งอยู่ทางด้านข้างทั้งสองข้างของท้องปล้องแรก 
         เพศเมียวางไข่เป็นกลุ่ม  กลุ่มละประมาณ 10 - 60  ฟอง  ในดิน  ช่องระหว่างรากไม้   ซากไม้ที่เน่าเปื่อย  หรือแม้กระทั่งมูลสัตว์  ตัวเมียหนึ่งตัวอาจจะสามารถวางไข่ได้ถึง  25  กลุ่ม  โดยใช้เวลาหลายสัปดาห์  ตั๊กแตนหนวดสั้นจะผสมพันธุ์ในช่วงปลายฤดูร้อน   และไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนในช่วงฤดูฝนของปีถัดไป   โดยปกติแล้ววงจรชีวิตของตั๊กแตนหนวดสั้นจะยาวประมาณ  1  ปี   อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้แล้วแต่ชนิด
        ตั๊กแตนหนวดสั้นในวงศ์สามารถพบเห็นได้ทั่วไป  ตามทุ่งหญ้า  ไร่นา  สวน เป็นต้น นี้กัดกินใบพืชเป็นอาหาร  มีหลายชนิดที่เป็นศัตรูพืช  เช่น  ตั๊กแตนปาทังก้า   Patanga  succincta  L.  มีบางชนิดที่ชอบบินอพยพเป็นฝูงใหญ่นับล้านตัว  สร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก

 
   

 
     

ตั๊กแตนหนวดยาว : katydids / long - horned  grasshoppers

 

 
   

 

ลำดับทางอนุกรมวิธาน

Kingdom     Animalia

   Phylum     Arthropoda

      Subphylum     Hexapoda

         Class     Insecta

            Inflaclass     Neoptera 

              Order     Orthoptera

                  Suborder     Ensifera

                     Family     Tettigoniidae

 
   

          ตั๊กแตนหนวดยาวเป็นแมลงขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  มีความยาวตั้งแต่ 2 - 10 ซม.  หนวดเป็นแบบเส้นด้ายมีความยาวมากกว่าความยาวลำตัว   ฝ่าเท้ามี 4 ปล้อง มีปากแบบกัด   มักมีอวัยวะฟังเสียงที่เรียกว่า Subgenual organs ตั้งอยู่ที่โคนหน้าแข้ง (tibia) ของขาคู่หน้า   เพศเมียมีอวัยวะวางไข่ลักษณะคล้ายดาบ  ชอบวางไข่ฝังในเนื้อเยื่อของต้นพืช    ขณะเกาะพักแผ่นปีกจะวางบนลำตัวเกือบอยู่ในแนวดิ่ง  ลำตัวมักมีสีเขียวใบไม้  แต่บางครั้งอาจพบว่ามีสีน้ำตาลแห้งและลาย  หรือแต้มสีอื่นๆ  บางชนิดมีสีสันสวยงาม  เพศผู้สามารถทำเสียงได้ไพเราะ  โดยใช้อวัยวะที่มีลักษณะเป็นร่องหรือขอบคมของปีกข้างหนึ่ง  ถูกับอวัยวะที่มีลักษณะเป็นตุ่ม  หรือซี่ฟันเล็กๆของปีกอีกข้างหนึ่ง 
          ตั๊กแตนหนวดยาวกินใบพืชหลายชนิดเป็นอาหาร  บางชนิดดำรงชีวิตเป็นแมลงห้ำคอยจับกินแมลงอื่นเป็นอาหาร


 
     

ตั๊กแตนแคระ : pygmy  grasshoppers / grouse  locusts

 

 
   

 ลำดับทางอนุกรมวิธาน

Kingdom     Animalia

   Phylum     Arthropoda

      Subphylum     Hexapoda

         Class     Insecta

            Inflaclass     Neoptera 

              Order     Orthoptera

                  Suborder     Caelifera

                     Family     Tetrigidae

 
 
   

          ตั๊กแตนแคระมีลักษณะใกล้เคียงกับตั๊กแตนหนวดสั้น  แต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า  ขนาดประมาณ 13 - 20 มิลลิเมตร  มีลักษณะเด่นคือ  อกปล้องแรกขยายยาวไปคลุมปลายของส่วนท้อง  สามารถเห็นได้ชัดเจน  ปีกคู่แรกสั้น ในขณะที่ตั๊กแตนชนิดอื่นมีอกปล้องปล้องแรกที่สั้น ปกคลุมปล้องท้องหรือปีกเพียงเล็กน้อย   ปัจจุบันพบแล้วประมาณ 1,400 ชนิด จากทั้งหมด  270 สกุล ส่วนมากจะมีสีสันไม่สดใส

          มักพบเห็น ตั๊กแตนแคระบนพื้นหญ้าที่มีความชื้นสูง   ข้างลำธาร  กินพวกสาหร่ายหรือสารอาหารจากโคลน  ในเขตร้อนมักพบเห็นตั๊กแตนแคระตามลำธาร  สระน้ำ กินพืชจำพวกสาหร่าย  และไดอะตอมเป็นอาหาร   ดังเช่นในอเมริกาเหนือ   ตั๊กแตนแคระ 2 ชนิด  คือ  Paratettix  aztecus  และ  Paratettix  mexicanus  กินพืชน้ำเป็นอาหาร ถึง 8 - 10 % ของอาหารที่กินทั้งหมด   ชนิดที่อาศัยอยู่ตามข้างลำธารจะสามารถว่ายอยู่บนผิวน้ำได้  และกระโดดลงน้ำได้อย่างรวดเร็วเมื่อตกใจ  มีบางชนิดใน  tribe  Scelimini  สามารถดำน้ำได้  ความหลากหลายของตั๊กแตนแคระพบมากที่สุดในป่าเขตร้อน  ซึ่งบางชนิดอาศัยอยู่บนต้นไม้โดยอาศัยอยู่ระหว่างมอสและไลเคน  หรืออาศัยอยู่ระหว่างเปลือกไม้    ในขณะที่ชนิดอื่นอาศัยอยู่ตามพื้นราบในป่า  ตั๊กแตนแคระมีความหลากหลายในเรื่องของสีสันมาก   โดยหลายชนิดจะเลียนแบบ  ให้คล้ายก้อนหิน  ใบไม้  หรือต้นไม่


การพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม


         
   

บรรณานุกรม

- ศานิต  รัตนภุมมะ. 2546. กีฏวิทยาแม่บท. สิรินาฏการพิมพ์ และ แทนก๊อปปี้เซนเตอร์, เชียงใหม่. 498 หน้า.
- สาวิตรี  มาไลยพันธุ์, (ผู้รวบรวม). 2542. บทปฏิบัติการกีฏวิทยาเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์ ลินคอร์น  
โปรโมชั่น, กรุงเทพฯ. 266 หน้า.
- ไสว  บูรณพานิชพันธุ์. 2544. อนุกรมวิธานแมลง. ภาควิชากีฏวิทยา, คณะเกษตรศาสตร์,  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 
เชียงใหม่. 441 หน้า
- Iowa State University Entomology. 2008. Family Acrididae - Short-horned Grasshoppers. (online).
Available: http://bugguide.net/node/view/155 (July 16 , 2008)
-Wikipedia contributors. 2008. Acrididae. (online). Available: http://en.wikipedia.org/w/index.php?  
title=Acrididae&oldid=194866678 (July 16 , 2008)
 
   

                          ส่งข้อเสนอแนะและติชมได้ที่ sitta_b@hotmail.com