|
แมลงภู่
:carpenterbees |
|
ลำดับทางอนุกรมวิธาน Kingdom Animalia Phylum Arthropoda Subphylum Hexapoda Class Insecta Inflaclass Neoptera Superorder Endopterygota Order Hymenoptera Suborder Aprocrita Family Xylocopidae
|
|
|||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค
๑ - หน้าที่ 225
๒.
อัฏฐสัททชาดก
ว่าด้วยนิพพาน
[๑๑๒๙]
สระมงคลโบกขรณีนี้
แต่ก่อนเป็นที่ลุ่มลึก
มีน้ำมาก ปลาก็มาก เป็นที่อยู่อาศัยของพระยานกยาง
เป็นที่อยู่แห่งบิดาของเรา
บัดนี้ น้ำแห้ง
วันนี้พวกเราจะพากันเลี้ยงชีพด้วยกบ
แม้พวกเราจะถูกความบีบคั้นถึง
เพียงนี้
ก็จะไม่ละที่อยู่.
[๑๑๓๐]
ใครจะทำลายนัยน์ตาข้างที่สองของนายพันธุระ
ผู้มีอาวุธในมือให้แตกได้
ใครจักกระทำลูก
และรังของเรา
และตัวเราให้มีความสวัสดีได้?
[๑๑๓๑] ดูกรมหาบพิตร
คติของกระพี้ไม้นั้นมีอยู่เพียงใด
กระพี้ไม้ทั้งหมด
แมลงภู่เจาะกินสิ้นแล้วเพียงนั้น
แมลงภู่หมดอาหารแล้ว
ย่อมไม่ยินดี
ในไม้แก่น.
[๑๑๓๒] ไฉนหนอ
เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้นจากราชนิเวศน์เสียได้
บันเทิงใจ
ชมต้นไม้
กิ่งไม้ที่มีดอก
ทำรังอาศัยอยู่ตามประสาของเรา.
[๑๑๓๓] ไฉนหนอ
เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้นจากราชนิเวศน์เสียได้
จักนำหน้าฝูง
ไปดื่มน้ำที่ดีเลิศได้.
พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค
๒ - หน้าที่ 179
พวกพราหมณ์ผู้ต้องการเลี้ยงชีวิตในโลกนี้กล่าวว่า
พระพรหมครอบงำได้ทั้งหมด
และว่าพระพรหมบำเรอไฟ
พระพรหมมีอานุภาพกว่าทุกสิ่ง
และมีอำนาจไม่มีใครสร้าง
กลับไปไหว้ไฟที่ตนสร้างเพื่อประโยชน์อะไร
คำของพวกพราหมณ์น่าหัวเราะเยาะ
ไม่ควรแก่การเพ่งเล็ง
ไม่เป็นความจริง
พวกพราหมณ์ในปางก่อนก่อขึ้นไว้
เพราะเหตุแห่งสักการะ พราหมณ์เหล่านั้น
เมื่อลาภและสักการะเกิดขึ้น
จึงร้อยกรองยัญพิธีว่า
เป็นธรรมสงบระงับ
ด้วยการฆ่าสัตว์บูชายัญ
พวกพราหมณ์ถือการทรงไตรเพท
พวกกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน
พวกแพศย์ยึดการไถนา และ พวกศูทรยึดการบำเรอ
วรรณะทั้ง ๔ นี้
เข้าถึงการงานตามที่อ้างมา
เฉพาะอย่าง ๆ นั้น
กล่าวกันว่า
มหาพรหมผู้มีอำนาจจัดไว้ถ้าคำนี้พึงเป็นคำจริงเหมือนดังที่พวกพราหมณ์กล่าวไว้
คนที่ไม่ใช่กษัตริย์ไม่พึงได้ราชสมบัติ
ผู้ที่ไม่ใช่พราหมณ์ไม่พึงศึกษามนต์
คนนอกจากแพศย์ไม่พึงทำการไถเลย
และพวกศูทรก็ไม่พึงพ้นจากการรับใช้ผู้อื่น
เพราะคำนี้ เป็นคำไม่จริง
เป็นคำเท็จ
พวกคนหาเลี้ยงท้องกล่าวไว้
คนไม่มีปัญญา
หลงเชื่อ
บัณฑิตทั้งหลายย่อมเห็นด้วยตนเอง
เพราะพวกกษัตริย์ย่อมเก็บส่วนจากพวกแพศย์
พวกพราหมณ์ถือศาตราเที่ยวฆ่าสัตว์
เพราะเหตุไร
พระพรหมจึงไม่ทำโลกอันแตกต่างกันเช่นนั้นให้ตรงเสีย
ถ้าแหละพระพรหมเป็นใหญ่
เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวง
เป็นเจ้าชีวิตของ หมู่สัตว์
ทำไมจึงจัดโลกทั้งปวงให้มีความทุกข์
ทำไมจึงไม่ทำโลกทั้งปวงให้มีความสุข
ถ้าแหละพรหมนั้นเป็นใหญ่
เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวงเป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์
เหตุไรจึงทำโลกโดยไม่เป็นธรรม
คือ มารยาและเจรจาคำเท็จ
มัวเมา
ถ้าแหละพระพรหมนั้นเป็นใหญ่
เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวง
เป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์
ก็ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอยุติธรรม
เมื่อธรรมมีอยู่
พรหมนั้นก็จัดโลกไม่เที่ยงธรรม
ตั๊กแตน ผีเสื้อ งู
แมลงภู่
หนอน และแมลงวัน
ใครฆ่าแล้วย่อมบริสุทธิ์
ธรรมเหล่านี้
ไม่ใช่ของพระอริยะ
เป็นธรรมผิดๆ
ของชาวกัมโพชรัฐเป็นอันมาก.
พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค
๒ - หน้าที่ 278
ย่อมไหลออกจากสายบัว
ป่านั้นมีกลิ่นหอมต่างๆ
ที่ลมรำเพยพัดมา
ย่อมหอมฟุ้งตระหลบไป
ป่านั้นเหมือนดังจะชวนเชิญคนที่มาถึงแล้วให้เบิกบาน
ด้วยดอกไม้และกิ่งไม้ที่มีกลิ่นหอม
แมลงภู่ทั้งหลายต่างก็บิน
ว่อนวู่บันลือเสียงอยู่โดยรอบ
ด้วยกลิ่นดอกไม้
อนึ่ง ที่ใกล้อาศรมนั้น
ฝูงวิหคเป็นอันมากมีสีต่างๆ
กัน
บันเทิงอยู่กับคู่ของตนๆ
ร่ำร้องขาน
ขันแก่กันและกัน
มีฝูงนกอีกสี่หมู่ทำรังอยู่ใกล้สระโบกขรณี
คือ
หมู่ที่
๑ ชื่อว่านันทิกา
ย่อมร้องทูลเชิญพระเวสสันดรเจ้า
ให้ชื่นชมยินดีอยู่ในป่านี้
หมู่ที่
๒ ชื่อว่า ชีวปุตตา
ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระราชธิดาและพระอัครมเหสี
จงมีพระชนม์
ยืนนานด้วยความสุขสำราญ
หมู่ที่
๓ ชื่อว่าชีวปุตตาปิยาจโน
ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระเวสสันดรพร้อมทั้งพระราชโอรสพระราชธิดาและ
พระอัครมเหสี
ผู้เป็นที่รักของพระองค์จงทรงพระสำราญ
มีพระชนมายุยืนนาน
ไม่มีข้าศึกศัตรู
หมู่ที่
๔ ชื่อว่า ปิยาปุตตาปิยานันทา
ย่อมร่ำร้อง
ถวายพระพรให้พระราชโอรสพระราชธิดาและพระอัครมเหสี
จงเป็นที่รักของพระองค์
ขอพระองค์จงเป็นที่รักของพระราชโอรสพระราชธิดาและพระอัครมเหสี
ทรงชื่นชมโสมนัสต่อกันและกัน
ดอกไม้ทั้งหลายย่อมตั้ง
เรียงรายกันอยู่
เหมือนพวงมาลัยที่เขาร้อยไว้
หมู่ไม้เหล่านั้นย่อม
ปรากฏดังยอดธงชัยมีดอกสีต่างๆ
กัน
ดังนายช่างผู้ฉลาดเก็บมาร้อยกรอง
ไว้
พระเวสสันดรเจ้า
พร้อมด้วยพระราชโอรสพระธิดาและพระมเหสี
ทรงเพศเป็นพราหมณ์
ทรงขอสำหรับสอยผลไม้
เครื่องบูชาไฟและ [๑๑๔๑]
เออ
ก็ข้าวสตูผงอันระคนด้วยน้ำผึ้ง
และข้าวสตูก้อนมีรสหวานอร่อยของ
ลุงนี้ อันนางอมิตตดาจัดแจงให้แล้ว
ลุงจะแบ่งให้แก่เจ้า.
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
บรรณานุกรม
|
||||||||||||||||||||||||||||
ส่งข้อเสนอแนะและติชมได้ที่
sitta_b@hotmail.com