ตั๊กแตน

 

ปลวก

 

ผีเสื้อ

 

ผึ้ง

 

แมลงกุดจี่

 

แมลงค่อมทอง

 

แมลงทับ

 

แมลงภู่

 

แมลงวัน

 

ยุง

 

ริ้น

 

หิ่งห้อย

 

เหลือบ

 

 แมลงภู่ :carpenterbees
          ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่         1  อ.งาว จ.ลำปาง

         
   

 ลำดับทางอนุกรมวิธาน

Kingdom     Animalia

    Phylum     Arthropoda

       Subphylum     Hexapoda

         Class     Insecta

            Inflaclass     Neoptera 

              Superorder     Endopterygota

                 Order     Hymenoptera

                    Suborder     Aprocrita

                       Family     Xylocopidae

 


รวบรวมและเรียบเรียงโดย สิทธา  บุญมากาศ

    
ที่มา : ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1

          
   
 
   

เนื้อความในพระไตรปิฎก

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 225

            ๒. อัฏฐสัททชาดก

                        ว่าด้วยนิพพาน

         [๑๑๒๙] สระมงคลโบกขรณีนี้ แต่ก่อนเป็นที่ลุ่มลึก มีน้ำมาก ปลาก็มาก เป็นที่อยู่อาศัยของพระยานกยาง เป็นที่อยู่แห่งบิดาของเรา บัดนี้ น้ำแห้ง     วันนี้พวกเราจะพากันเลี้ยงชีพด้วยกบ แม้พวกเราจะถูกความบีบคั้นถึง            

 เพียงนี้ ก็จะไม่ละที่อยู่. 

         [๑๑๓๐] ใครจะทำลายนัยน์ตาข้างที่สองของนายพันธุระ ผู้มีอาวุธในมือให้แตกได้   ใครจักกระทำลูก และรังของเรา และตัวเราให้มีความสวัสดีได้?   

         [๑๑๓๑] ดูกรมหาบพิตร คติของกระพี้ไม้นั้นมีอยู่เพียงใด กระพี้ไม้ทั้งหมด  แมลงภู่เจาะกินสิ้นแล้วเพียงนั้น แมลงภู่หมดอาหารแล้ว ย่อมไม่ยินดี ในไม้แก่น. 

         [๑๑๓๒] ไฉนหนอ เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้นจากราชนิเวศน์เสียได้ บันเทิงใจ ชมต้นไม้ กิ่งไม้ที่มีดอก ทำรังอาศัยอยู่ตามประสาของเรา.     

         [๑๑๓๓] ไฉนหนอ เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้นจากราชนิเวศน์เสียได้ จักนำหน้าฝูง  ไปดื่มน้ำที่ดีเลิศได้.     

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ - หน้าที่ 179

       พวกพราหมณ์ผู้ต้องการเลี้ยงชีวิตในโลกนี้กล่าวว่า  พระพรหมครอบงำได้ทั้งหมด และว่าพระพรหมบำเรอไฟ พระพรหมมีอานุภาพกว่าทุกสิ่ง และมีอำนาจไม่มีใครสร้าง กลับไปไหว้ไฟที่ตนสร้างเพื่อประโยชน์อะไร  คำของพวกพราหมณ์น่าหัวเราะเยาะ ไม่ควรแก่การเพ่งเล็ง ไม่เป็นความจริง  พวกพราหมณ์ในปางก่อนก่อขึ้นไว้ เพราะเหตุแห่งสักการะ      พราหมณ์เหล่านั้น เมื่อลาภและสักการะเกิดขึ้น จึงร้อยกรองยัญพิธีว่า เป็นธรรมสงบระงับ ด้วยการฆ่าสัตว์บูชายัญ พวกพราหมณ์ถือการทรงไตรเพท พวกกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน พวกแพศย์ยึดการไถนา และ  พวกศูทรยึดการบำเรอ วรรณะทั้ง ๔ นี้  เข้าถึงการงานตามที่อ้างมา  เฉพาะอย่าง ๆ นั้น กล่าวกันว่า มหาพรหมผู้มีอำนาจจัดไว้ถ้าคำนี้พึงเป็นคำจริงเหมือนดังที่พวกพราหมณ์กล่าวไว้ คนที่ไม่ใช่กษัตริย์ไม่พึงได้ราชสมบัติ  ผู้ที่ไม่ใช่พราหมณ์ไม่พึงศึกษามนต์ คนนอกจากแพศย์ไม่พึงทำการไถเลย  และพวกศูทรก็ไม่พึงพ้นจากการรับใช้ผู้อื่น เพราะคำนี้ เป็นคำไม่จริง เป็นคำเท็จ พวกคนหาเลี้ยงท้องกล่าวไว้ คนไม่มีปัญญา      หลงเชื่อ บัณฑิตทั้งหลายย่อมเห็นด้วยตนเอง  เพราะพวกกษัตริย์ย่อมเก็บส่วนจากพวกแพศย์ พวกพราหมณ์ถือศาตราเที่ยวฆ่าสัตว์ เพราะเหตุไร พระพรหมจึงไม่ทำโลกอันแตกต่างกันเช่นนั้นให้ตรงเสีย  ถ้าแหละพระพรหมเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวง เป็นเจ้าชีวิตของ       หมู่สัตว์ ทำไมจึงจัดโลกทั้งปวงให้มีความทุกข์ ทำไมจึงไม่ทำโลกทั้งปวงให้มีความสุข ถ้าแหละพรหมนั้นเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวงเป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์ เหตุไรจึงทำโลกโดยไม่เป็นธรรม คือ มารยาและเจรจาคำเท็จ มัวเมา ถ้าแหละพระพรหมนั้นเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญในโลกทั้งปวง เป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์ ก็ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอยุติธรรม    เมื่อธรรมมีอยู่ พรหมนั้นก็จัดโลกไม่เที่ยงธรรม ตั๊กแตน ผีเสื้อ งู   แมลงภู่ หนอน และแมลงวัน ใครฆ่าแล้วย่อมบริสุทธิ์ ธรรมเหล่านี้ ไม่ใช่ของพระอริยะ เป็นธรรมผิดๆ ของชาวกัมโพชรัฐเป็นอันมาก.  

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ - หน้าที่ 278

                   ย่อมไหลออกจากสายบัว  ป่านั้นมีกลิ่นหอมต่างๆ ที่ลมรำเพยพัดมา  ย่อมหอมฟุ้งตระหลบไป ป่านั้นเหมือนดังจะชวนเชิญคนที่มาถึงแล้วให้เบิกบาน ด้วยดอกไม้และกิ่งไม้ที่มีกลิ่นหอม  แมลงภู่ทั้งหลายต่างก็บิน 

ว่อนวู่บันลือเสียงอยู่โดยรอบ ด้วยกลิ่นดอกไม้ อนึ่ง ที่ใกล้อาศรมนั้น   ฝูงวิหคเป็นอันมากมีสีต่างๆ กัน บันเทิงอยู่กับคู่ของตนๆ ร่ำร้องขาน  ขันแก่กันและกัน มีฝูงนกอีกสี่หมู่ทำรังอยู่ใกล้สระโบกขรณี คือ 

                 หมู่ที่ ๑ ชื่อว่านันทิกา ย่อมร้องทูลเชิญพระเวสสันดรเจ้า ให้ชื่นชมยินดีอยู่ในป่านี้ 

                 หมู่ที่ ๒ ชื่อว่า ชีวปุตตา ย่อมร่ำร้องถวายพระพรใหพระเวสสันดรพร้อมด้วยพระราชธิดาและพระอัครมเหสี จงมีพระชนม์ ยืนนานด้วยความสุขสำราญ 

                หมู่ที่ ๓ ชื่อว่าชีวปุตตาปิยาจโน ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระเวสสันดรพร้อมทั้งพระราชโอรสพระราชธิดาและ พระอัครมเหสี ผู้เป็นที่รักของพระองค์จงทรงพระสำราญ มีพระชนมายุยืนนาน ไม่มีข้าศึกศัตรู 

              หมู่ที่ ๔ ชื่อว่า ปิยาปุตตาปิยานันทา ย่อมร่ำร้อง ถวายพระพรให้พระราชโอรสพระราชธิดาและพระอัครมเหสี จงเป็นที่รักของพระองค์ ขอพระองค์จงเป็นที่รักของพระราชโอรสพระราชธิดาและพระอัครมเหสี ทรงชื่นชมโสมนัสต่อกันและกัน ดอกไม้ทั้งหลายย่อมตั้ง เรียงรายกันอยู่  เหมือนพวงมาลัยที่เขาร้อยไว้  หมู่ไม้เหล่านั้นย่อม ปรากฏดังยอดธงชัยมีดอกสีต่างๆ กัน ดังนายช่างผู้ฉลาดเก็บมาร้อยกรอง ไว้ พระเวสสันดรเจ้า พร้อมด้วยพระราชโอรสพระธิดาและพระมเหสี  ทรงเพศเป็นพราหมณ์ ทรงขอสำหรับสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและ
ชะฎา 
ทรงนุ่งห่มหนังสือ บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรงบูชาไฟประทับอยู่ ณ   อาศรมใด เมื่อท่านบ่ายหน้าไปทางทิศอุดร จะได้เห็นอาศรมนั้น. 

 [๑๑๔๑] เออ ก็ข้าวสตูผงอันระคนด้วยน้ำผึ้ง และข้าวสตูก้อนมีรสหวานอร่อยของ ลุงนี้ อันนางอมิตตดาจัดแจงให้แล้ว ลุงจะแบ่งให้แก่เจ้า. 

 

 
   

       


 

         แมลงภู่   เป็นแมลงขนาดใหญ่   ลำตัวอ้วนป้อม    มักมีสีดำและมีปีกสีเข้มบางชนิด     มีสีเขียว  แกมน้ำเงิน  เป็นมันวาว   มีขนละเอียดสีเหลือง  สีเทาหรือ สีน้ำตาล  เป็นกระจุกที่บริเวณอกด้านบน ของส่วนท้องเกลี้ยงเป็นมันไม่มีขน  ลำตัวยาวประมาณ 2.0 - 3.5 ซม. บางชนิดมีขนาดเล็กเพียง 6 มม.   ปัจจุบันพบแล้ว ประมาณ  500  ชนิดทั่วโลก   ปากเป็นแบบกัดเลีย(chewing – lapping type)  มีฟันกรามขนาดใหญ่และมีลิ้นยาว  (ด้วยรูปร่างที่คล้ายกันทำให้แยกแมลงภู่ออกจาก ผึ้งหึ่งได้ยาก  แต่สามารถแยกได้โดยลักษณะที่แมลงภู่จะมีส่วนท้องที่เป็นมันวาว  ไม่มีขน   แต่ส่วนท้องของผึ้งหึ่งจะถูกปกคลุมด้วยขน)
         ด้วยนิสัยขุดรูเป็นอุโมงค์คดเคี้ยวไปมา  บนเนื้อไม้ที่แห้งตาย    โดยการใช้ฟันกรามกัดแทะ เนื้อไม้  เพื่อทำรังจึงถูกเรียกว่า Carpenter  bees (Carpenter แปลว่า  ช่างไม้)  ซึ่งแต่ละรังจะมี ทางเข้าออกได้เพียงทางเดียว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว มีบางชนิดที่ทำรังอยู่ในดิน (subgenus Proxylocopa)   
      
แมลงภู่เพศเมียเท่านั้นที่อยู่รวมกันเป็นสังคม      บางชนิดอาศัยอยู่ภายในรังซึ่งทำเป็นอุโมงค์      อยู่ใต้ดินหรือบนไม้แห้ง      ซึ่งจะถูกกั้นเป็นห้องต่างๆ ด้วยเศษไม้     ใช้เป็นที่สำหรับอนุบาลตัวหนอน เก็บอาหาร(น้ำหวานและเกสร)    ไว้ใช้เลี้ยงตัวอ่อนและมีเพศเมียหนึ่งที่ทำหน้าที่ป้องกันรัง     โดยเคลื่อนที่ช้าๆ อยู่ที่ปากทางเข้ารัง  ในขณะที่ตัวเมียตัวอื่นออกหาอาหารเพื่อเก็บไว้เป็นเสบียง ส่วนตัวผู้นั้นจะทำรังและอยู่เพียงลำพังเพียงตัวเดียว
       
แมลงภู่จะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในช่วงฤดูหนาว  และจะพบแมลงภู่ตัวแรกบินตอมดอกไม้ ในเดือนเมษายน  -  พฤษภาคม เพื่อหาน้ำหวานเป็นอาหาร  ขณะบิน มีเสียงดังคล้ายผึ้งหึ่ลักษณะ   เช่นนี้ทำให้แมลงภู่ดูเป็นแมลงที่น่ากลัว     แต่ว่าแมลงภู่เพศผู้จะไม่มีเหล็กในทำให้ไม่สามารถต่อยเราได้      มีเพียงแมลงภู่เพศเมีย เท่านั้น     ที่มีเหล็กในสามารถต่อยให้ได้รับบาดเจ็บได้     โดยปกติแล้วแมลงภู่จะไม่กลัวคนหรือสัตว์อื่นๆ     มักจะบินวนเวียนไปมารอบๆ    แต่ถ้าหากเรา ไม่ทำอันตรายกับแมลงภู่แล้ว  แมลงภู่ก็จะไม่ทำอันตรายกับเราเช่นกัน

 


บรรณานุกรม

- ศานิต  รัตนภุมมะ. 2546. กีฏวิทยาแม่บท. สิรินาฏการพิมพ์ และ แทนก๊อปปี้เซนเตอร์, เชียงใหม่. 498 หน้า.
- สาวิตรี  มาไลยพันธุ์, (ผู้รวบรวม). 2542. บทปฏิบัติการกีฏวิทยาเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์ ลินคอร์น 
โปรโมชั่น, กรุงเทพฯ. 266 หน้า.
- ไสว  บูรณพานิชพันธุ์. 2544. อนุกรมวิธานแมลง. ภาควิชากีฏวิทยา, คณะเกษตรศาสตร์,  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,  
เชียงใหม่. 441 หน้า
-Mike Potter. 2008. Entfact-611 Carpenter Bees. (Online). Available:http://www.ca.uky.edu/entomolo
gy/entfacts/ef611.asp (July 14 , 2008)
-Wikipedia contributors. 2008. Carpenter Bees. (Online). Available:http://en.wikipedia.org/w/index.php?
title=Carpenter_bee&oldid=222371018 (July 14 , 2008)
-S. B. Bambara and M. Waldvogel. 2008. Carpenter Bees. (Online). Available:http://www.ces.ncsu.edu/
depts/ent/notes/Urban/carpenterbees.htm
 
   

                                ส่งข้อเสนอแนะและติชมได้ที่ sitta_b@hotmail.com