กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 









 

 

 

จิกนา

 

ชื่อวิทยาศาสตร์  Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.

ชื่อวงศ์  Leguminosae

ชื่อสามัญ   จิกนา

ชื่อทางการค้า   Chee, Indian Oak

ชื่อพื้นเมือง  กระโดนทุ่ง, กระโดนน้ำ (หนองคาย) กระโดนสร้อย (พิษณุโลก) จิกนา (ภาคใต้) จิกน้ำ (ภาคกลาง) จิ๊ก (กรุงเทพฯ) ปุยสาย ตอง (เหนือ) ลำไพ่ (อุตรดิตถ์)

     ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลาง สูง 8-15 . ผลัดใบเป็นช่วงสั้นๆ ลำต้นมักเป็นปุ่มปมและเป็นพูทั่วไป

                        รูปทรง (เรือนยอด)  เป็นพุ่มกลมแผ่กว้าง กิ่งก้านสาขาและปลายกิ่งมักลู่ลง เปลือกเรียบสีน้ำตาลแดง

                        ใบ   ใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับดูเป็นกลุ่ม ตอนใกล้ๆปลายกิ่ง ใบรูปหอกหรือรูปไข่กลับ ยาวถึง 30 ซม. ปลายใบจะผายกว้างออก โคนใบเรียงเข้าหาก้านใบ ผิวใบเกลี้ยง ขอบใบยักถี่ ใบก่อนร่วงสีเหลืองถึงแดง

                        ดอก  แดงเรื่อๆ ออกรวมกันเป็นช่อห้อยย้อยลง อาจยาวถึง 40 ซม.

                                       สี  -

                                       กลิ่น  -

                                       ออกดอก  พฤศจิกายน - มีนาคม

                        ผล  รูปทรงกลมหรือรูปรีๆ ยาวประมาณ 2.5 ซม. มีสันเป็นเหลี่ยมทื่อๆ ตามยาวของผล ที่ปลายผลมีกลีบเลี้ยงยังคงเหลืออยู่

                                       ผลแก่  ติดผลระหว่าง ธันวาคม-เมษายน

   -

      จิกมีขึ้นทั่วไปในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีขึ้นอยู่ทั่วทุกภาค บริเวณพื้นที่ค่อนข้างราบลุ่ม ตามชายห้วย คลองบึง เป็นพรรณไม้สะเทินน้ำสะเทินบก ที่ทนต่อน้ำท่วมและทนต่อความแห้งแล้ง

  การขยายพันธุ์และการผลิตกล้า   เพาะเมล็ดหรือแยกหน่อที่แทงออกจากรากก็ได้ ปักชำและตอนกิ่ง

  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก   -

                        ดิน  ชอบดินร่วนปนทราย-ดินร่วนปนดินเหนียว

                        ความชื้น  ชอบชื้น

                        แสง   แดดเต็มวัน

  การปลูกดูแลบำรุงรักษา    -

                       การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก   พื้นที่ปลูกควรเป็นพื้นที่ราบชื้น หรือพื้นที่ลุ่มหรือตามริมแม่น้ำลำคลอง หนอง บึง พื้นที่ปลูกควรเก็บริบสิ่งกีดขวางและวัชพืชออกให้หมด

                        วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม    ขนาดของกล้าที่ใช้ปลูกควรเป็นกล้าค้างปี การปลูกขุดหลุมขนาด 30x30x30-50x50x50x ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ระยะห่างในการปลูกที่เหมาะสม 3x3, 4x4 เมตร  และมีการตัดสางหรือขุดออกเพื่อจำหน่ายเป็นไม้ประดับให้เหลือระยะปลูกครั้งสุดท้าย 6x6 หรือ 8x8 หรือ 12x12 เมตร

  โรคและแมลง   -

  อัตราการเจริญเติบโต   ปานกลาง

 

                       การเก็บรักษา   -

                       การแปรรูป  -

                       การตลาด  -

                       การบริโภค  -

                       การนำเข้า -

                       การส่งออก  -



                     
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้ 
เนื้อไม้สีขาว หรืออมแดงเรื่อๆ เสี้ยนตรง ค่อนข้างอ่อน เหมาะใช้ในร่ม เนื้อไม้มีค่าความถ่วงจำเพาะ 0.76 สำหรับประโยชน์ของเนื้อไม้ ใช้ทำเรือเล็กๆ กระดานกรุบ่อ เครื่องเรือน เครื่องมือเกษตร ทำไม้อัด-ไม้บาง

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านนิเวศน์  ยึดดินริมตลิ่ง

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์  จิกนามีทรงพุ่มกลมสวยงาม ไม่สูงใหญ่เกินไป ใบก่อนร่วงมีสีเหลือง-แดง อีกทั้งดอกจิกนา เป็นช่อยาวใหญ่ออกจำนวนมาก มีสีแสดสะดุดตา ถ้าปลูกริมน้ำจะยิ่งดูสวยงามและเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้น เหมาะปลูกริมน้ำหรือปลูกเป็นกลุ่มใกล้ริมน้ำ

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ  ใช้ใบอ่อนรับประทานเป็นผักสด จิ้มน้ำพริก

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร 

เมล็ด  ใช้เป็นยาลมแก้จุดเสียดแน่น และใช้เป็นยาร้อนในการคลอดบุตร ใช้รักษาเยื่อนัยน์ตาอักเสบ ทำให้อาเจียน และแก้โรคไอของเด็ก

ใบ  แก้ท้องร่วง

เปลือก  มีรสฝาด ใช้ชะล้างแผลและใช้เบื่อปลา

ราก  ใช้เป็นยาระบาย