กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 









 

 

 

ส้มป่อย

 

ชื่อวิทยาศาสตร์   Acacia concinna (Willd.) DC.  (1)

ชื่อวงศ์  LEGUNINOSAE - MINOSOIDEAE  (1)

ชื่อสามัญ   ส้มป่อย  (1)

ชื่อทางการค้า   -

ชื่อพื้นเมือง  ส้มขอน (ไทยใหญ่ - แม่ฮ่องสอน)  ส้มป่อย (ภาคเหนือ)   (1)


   ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย  เถามีเนื้อไม้  บริเวณยอดอ่อนเถาจะมีสีแดงคล้ำมีหนามอ่อน

                        รูปทรง (เรือนยอด)  

                        ใบ   เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น  แกนช่อใบยาง  6-16  ซม.  ก้านใบยาว  1.5-5.2 ซม.  มีใบประกอบชั้นที่ 1  5-10  คู่  แต่ละอันมีใบย่อยชั้นที่สอง  10-35  คู่  มีขนาดเล็กคล้ายใบกระถิ่น

                        ดอก  เป็นช่อกระจุกแน่น  รูปทรงกลมคล้ายกระถิน  ออกตามง่ามใบ

                                       สี  

                                       กลิ่น  

                                       ออกดอก 

                        ผล  เป็นฝัก  รูปขอบขนานขนาด  1.5-5.2x10-15  ซม.  ผิวฝักเป็นคลื่นขรุขระ  เปลือกฝักอ่อนเป็นสีเขียวอมแดง  พอแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม

                                       ผลแก่  

   
        ส้มป่อยเป็นไม้ที่พบในแหล่งธรรมชาติ  ในป่าดงดิบแล้ง  ป่าเบญจพรรณ  และป่าที่ราบเชิงเขา  เรามักพบส้มป่อยพาดพันอยู่กับไม้อื่น

  การขยายพันธุ์และการผลิตกล้า  การปักชำหรือเพาะเมล็ด  โดยติดกิ่งแก่ยาวประมาณ  1  ศอก  มาปักชำในบริเวณชื้น  เมื่อมีรากและใบออกก็ย้ายหลุมปลูกได้

  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก 

                        ดิน  ทุกประเภทที่มีการระบายน้ำดี

                        ความชื้น  ปานกลาง - น้อย

                        แสง   มาก

  การปลูกดูแลบำรุงรักษา    

                       การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก   

                        วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม     ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย  มักจะมีกิ่งเลื้อยเกะกะถ้าต้องการให้ง่ายต่อการเก็บฝัก  และพุ่มดูสวยงามควรหมันตัดแต่งกิ่งให้ต่ำๆ  ไว้ และไม่ควรให้มีกิ่งใหญ่มากเกินไป

  โรคและแมลง    

  อัตราการเจริญเติบโต   -

 

                       การเก็บรักษา   -

                       การแปรรูป  -

                       การตลาด   ฝัก กิโลกรัมละ 18 บาท  ก้าน, ใบ  กิโลกรัมละ 18 บาท
                                              ข้อมูลจากคุณถวัลย์  สุวรรณเตมีย์ ร้านเจ้ากรมเป๋อ  เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2546

                       การบริโภค  -

                       การนำเข้า -

                       การส่งออก  -



                     
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้ 
 

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านนิเวศน์  

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์  -

                       การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ  ยอดอ่อนและใบอ่อนของส้มป่อยรับประทานเป็นผักได้ แต่มีรสเปรี้ยวช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้  ยอดอ่อนมักนำมาปรุงเป็นแกงปลา  แกงส้ม  หรือจอ (อาหารเหนือ)  เวลาแกงอาจผสมยอดมะขาม

                       การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร 

ใบ  รสเปรี้ยวฝาดร้อนเล็กน้อย  สรรพคุณขับเสมหะ  ถ่ายเมือกมูกในช่องคลอด (ระดูขาว)  ล้างเมือกมันในลำไส้แก้บิด  ฟอกโลหิต  ระดู  แก้โรคตา

ดอก  รสเปรี้ยว  เป็นยาขับเสมหะ  แก้ไข้ทำให้อาเจียน  แก้น้ำลายเหนียว  แก้โรคผิวหนัง  ช่วยขจัดรังแค  และบำรุงเส้นผม

ผล  แก้น้ำลายเหนียว

เปลือกฝัก  รสขมเปรี้ยว  เผ็ดปร่า  ช่วยทำให้เจริญอาหารกัดเสมหะ  แก้ไข  แก้ซางเด็ก

เมล็ด  คั่วให้เกรียม  บดให้ละเอียด  นัดถุ์ทำให้คันจมูกและจามดี

ต้น  รสเปรี้ยวฝาดแก้ตาพิการ

ราก  รสขม  แก้ไข้  แก้ท้องร่วง

ขนาดและวิธีใช้    

1. ขับปัสสาวะ  ชาวเหนือใช้ยอดอ่อนของส้มป่อยต้มน้ำและนำน้ำยามาผสมกับน้ำผึ้ง

2.  แก้พิษฝี  นำยอดอ่อนของส้มป่อยมาตำรวมกับขมิ้นอ้อยใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย  หมกไฟพออุ่นและนำไปพอกจะช่วยแก้พิษได้

3.  ช่วยทำให้สตรีมีครรภ์คลอดง่าย  ใช้ฝักส้มป่อย  3-7  ข้อ  ต้นน้ำอาบต้อนเย็น  และมักอาบก่อนกำหนดคลอด  2-3  วัน  แต่ห้ามอาบมากจะทำให้รูู้้สึกร้อน

4.  แก้ท้องร่วงใช้รากส้มป่อยต้มน้ำรับประทาน

5.  ฝักปิ้งให้เหลืองชงน้ำกินแก้ไอ

6.  ใบตำห่อผ้าประคบเส้นให้เส้นอ่อน

การใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ

-น้ำของฝักส้มป่อยใช้ขัดล้างเครื่องเงิน  เครื่องทอง  และเครื่องโลหะอื่นๆ  นอกจากนี้เปลือกต้นให้สีน้ำตาลและสีเขียว ซึ่งใช้ประโยชน์ในการย้อมผ้า  ย้อมแห  และอวนได้

-น้ำฝักส้มป่อยปิ้งไฟพอเหลืองแช่น้ำ  นำไปทำน้ำมนต์ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ  ของชาวเหนือ  เช่น  ใช้อาบน้ำผู้ป่วย  ไล่สิ่งชั่วร้าย  ทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์  รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่  ใช้ล้างหน้าหลังไปงานศพ  เป็นต้น

อ้างอิง  (1)