กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 









 

 

 

เพชรสังฆาต

 

ชื่อวิทยาศาสตร์   Cissus  quadrangularis  L.  (1)

ชื่อวงศ์  VITACEAE  (1)

ชื่อสามัญ   เพชรสังฆาต  (1)

ชื่อทางการค้า   

ชื่อพื้นเมือง  ขั่นข้อ (ราชบุรี)  เพชรสังฆาต,  สันชะควด (กรุงเทพฯ)  สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์)  (1)


   เพชรสังฆาตเป็นไม้เลื้อย มีลำต้นเป็นสีเหลี่ยม มีข้อและปล้องชัดเจน  ปล้องยาว 6-10 ซม.  บางข้ออาจมีมืองอกออกมาด้วย 
(10)

                        รูปทรง (เรือนยอด)  

                        ใบ   เดี่ยว ออกสลับและมักจะอยู่บริเวณส่วนบนของลำต้น ใบรูปไข่หรือสามเหลี่ยม ขอบใบจักเล็กน้อย หรือหยักเว้า 3-5 หยัก ปลายใบแหลมโคนใบรูปหัวใจ ใบมีความกว้างใกล้เคียงกับความยาวขนาด 2.5-8 ซม.

                        ดอก  กลมเล็ก  ออกดอกเป็นช่อเล็ก  ออกเป็นช่อยาว 2-4 ซม.  ดอกมีขนาด 2.5 มม.

                                       สี  เหลืองอมเขียวเมื่อแก่ส่วนโคนกลีบดอกมีสีแดง

                                       กลิ่น  

                                       ออกดอก 

                        ผล  ค่อนข้างกลมเท่าเมล็ดพริกไทยขนาด 4-7 มม.  ผลมีแดงหรือดำ

                                       ผลแก่  

   

 

  การขยายพันธุ์และการผลิตกล้า  ใช้ต้นปักชำ  (10)

  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก 

                        ดิน  ขึ้นได้ทั่วไปในดินแทบทุกชนิด

                        ความชื้น ปานกลาง

                        แสง   มาก

  การปลูกดูแลบำรุงรักษา    

                       การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก   

                        วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม     เพชรสังฆาต เป็นพืชที่ปลูกขึ้นง่ายโดยตัดเถายาว พอสมควรและให้มีข้อติดอยู่ 1-2 ข้อ ปักชำลงในดินให้ข้อฝังดิน 1 ข้อ รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อแตกยอดใหม่ควรทำค้าง ให้ลำต้นเจริญเลื่อยพัน หลังจากนั้นเมื่อลำต้นแข็งแรงดีแล้วไม่จำเป็นต้อง ดูแลมากนักเพียงแต่คอยสังเกตความชุ่มชื้นของดินและตัดแต่งเถาบ้าง

  โรคและแมลง    

  อัตราการเจริญเติบโต   -

 

                       การเก็บรักษา   -

                       การแปรรูป  -

                       การตลาด   เถา กิโลกรัมละ 150 บาท
                                              ข้อมูลจากคุณถวัลย์  สุวรรณเตมีย์ ร้านเจ้ากรมเป๋อ  เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2546  (9)

                       การบริโภค  -

                       การนำเข้า -

                       การส่งออก  -



                     
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้ 
 

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านนิเวศน์  

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์  นิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยพันรั้ว  (8)

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร 

น้ำจากต้น  ใช้หยอดหูแก้น้ำหนวกไหล  หยอดจมูกแก้เลือดกำเดา  ขับน้ำเหลืองเสียในสตรีประจำเดือนไม่ปรกติ  (8)

ใบยอดอ่อน  รักษาโรคลำไส้เกี่ยวกับอาหารไม่ย่อย  (8)

ใบ,  ราก  เป็นยาพอก  (8)

เถา  ใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวารหนัง   (8)

วิธีใช้   1.  ให้ใช้เถาสด  1  ปล้อง หรือประมาณ 10 เซนติเมตร  หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ห่อด้วยมะขามเปียกใบผักกาดดอง หรือกล้วยสุก แล้วกลืนลงไป  ห้ามเคี้ยวเพราะจะทำให้เยื้อบุในปากลำคอคันได้ รับประทาน 10-15 วันจะเป็นผล  

            2.  ใช้เถาตากแห้ง  บดเป็นผง  ใส่แคบซูล ขนาดเบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม) รับประทานครั้งละ 2 แคบซูล  วันละ 4 ครั้ง  ก่อนอาหารและก่อนนอน ประมาณ 5-7 วันอาการจะดีขึ้น  รับประทานต่อจนหาย

 

อ้างอิง  (1), (8), (9), (10)