กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 









 

 

 

ข่อย

 

ชื่อวิทยาศาสตร์   Streblus  asper  Lour.  (1)

ชื่อวงศ์   MORACEAE   (1)

ชื่อสามัญ   ข่อย   (1)

ชื่อทางการค้า   Siamese rough bush, Tooth brush tree.  (1)

ชื่อพื้นเมือง   กักไม้ฝอย (ภาคเหนือ) ข่อย (ทั่วไป) ซะโยเส่ (กะหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) ตองขะแหน่ (กะเหรี่ยง กาญจนบุรี) ส้มพอ (ร้อยเอ็ด ) สะนาย (เขมร)   (1)


    
ข่อยเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก - กลาง สูง 5-15 ม.  ไม่ผลัดใบ  ลำต้นค่อนข้างคดงอ  เป็นปุ่มปม  (3) 

                        รูปทรง (เรือนยอด)  พุ่มกลม  แน่นทึบ   (3) 

                        ใบ   ใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ  ตัวใบมีรูปร่างหลายลักษณะ  มีทั้งรูปรี  รูปสามเหลี่ยมขนมเปียกปูน  รูปไข่  ปลายมนโค้ง  โคนใบแหลม  ขอบใบหยัก  ขนาดกว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-7 ซม.  เนื้อใบหยาบและระคายมือ   (3) 

                        ดอก   ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน  ออกใบที่ปลายกิ่ง  ดอกตัวเมียอยู่เดี่ยวๆ  ดอกตัวผู้มีขนาดเล็กกว่ามมาก  และอยู่รวมกันเป็นช่อกระจุก   (3) 

                                       สี  ขาวหรือเหลืองอ่อน   (3) 

                                       กลิ่น  

                                       ออกดอก   ระหว่างเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์   (3) 

                        ผล   รูปไข่ ขนาดประมาณ 0.5 ซม.  มีเนื้อฉ่ำน้ำหุ้ม  มีเมล็ดขนาดประมาณเมล็ดพริกไทย  ผลแก่สีเหลือง  เนื้อหุ้มเมล็ดมีรสหวานกินได้  นกชอบกิน (3) 

                                       ผลแก่   ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน  (3)

   
     พบทั่วไปในที่ราบ  ในป่าเบญจพรรณแล้งจนถึงป่าดิบแล้งทั่วไป  ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 20-600 เมตร  ในต่างประเทศพบในลาว   พม่า  เขมร  (3)

  การขยายพันธุ์และการผลิตกล้า   นิยมใช้รากปักชำ  ซึ่งข่อยจะเติบโตได้เร็วกว่าใช้กิ่งปักชำหรือการเพาะเมล็ด  (3)

  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก 

                        ดิน   พืชชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ในดินฟ้าอากาศทั่วไปในเขตร้อนชื้นที่ไม่มีน้ำขัง  มักพบขึ้นตามจอมปลวก  คันนาในเขตที่ราบ  สามารถปลูกได้ทุกสภาพดิน  (4)

                        ความชื้น  ชอบความชื้นปานกลาง

                        แสง   

  การปลูกดูแลบำรุงรักษา    ไม่ต้องเอาใจใส่มาก  เพียงแต่คอยตัดแต่งกิ่งก้านเสียบ้าง  เพื่อให้ทรงพุ่มสวยงาม  และรับแสงแดดได้ทั่วถึงและรดน้ำบ้างในฤดูแล้ง

                       การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก   รากปักชำหรือใช้กิ่งตอนที่มีรากพอสมควรปลูกลงในหลุม  หรือใช้เครื่องเพาะลงในกะบะเพาะ  จนกระทั่งต้นกล้ามีใบจริง 4-5 ใบ  แล้วแยกออกไปปลูกในถุงพลาสติก  พอต้นกล้าโตพอสมควรเอาไปปลูกในหลุม  รดน้ำทุกวันจนกระทั่งต้นพืชตั้งตัวได้

                        วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม     

  โรคและแมลง    

  อัตราการเจริญเติบโต    

 

                       การเก็บรักษา   -

                       การแปรรูป  -

                       การตลาด   เปลือก กิโลกรัมละ 15 บาท  เมล็ด กิโลกรัมละ 52 บาท  ใบ กิโลกรัมละ 10 บาท
                                              ข้อมูลจากคุณถวัลย์  สุวรรณเตมีย์ ร้านเจ้ากรมเป๋อ  เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2546  (9)

                       การบริโภค  -

                       การนำเข้า -

                       การส่งออก  -



                     
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้  
เนื้อไม้ข่อยในสมัยโบราณนิยมนำมาทำกระดานข่อย  เนื้อไม่นิยมนำมาก่อสร้าง  เพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนและไม่ทนทาน  (3)

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านนิเวศน์  ปลูกเป็นแนวกันลม  ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน  ให้ความร่มรื่น ฯลฯ

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์   ข่อยเป็นต้นไม้ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดัด  ไม้แคระของไทยมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน  โดยนำมาปลูกแต่งสนามหญ้ากลางแจ้ง  สามารถตัดแต่งเรือนยอดได้ดี  (3)

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร  (14)

เปลือก  มีสรรพคุณแก้โรคฟัน  รักษาแผล  แก้ท้องร่วง  รสเบื่อเมา  ดับพิษภายใน  ทาริดสีดวงแก้พยาธิผิวหนัง  ต้มกับเกลือให้เค็มเป็นยาอมแก้รำมะนาด

ยาง  จากต้นไม้มีน้ำย่อยชื่อ  milk  (lotting enzyme)  ใช้ย่อยน้ำนม

ราก  ใช้เป็นยาใส่แผล

เนื้อไม้  ใช้ผสมเป็นยาสูบ  กิ่งอ่อนทุบให้นิ่มใช้สีฟัน  คนเชียงใหม่ใช้แก่นข่อยหั่นเป็นฝอยมวนเป็นบุหรี่สูบแก้ริดสีดวงจมูก

เมล็ด  เข้ายาอายุวัฒนะ  บำรุงธาตุ  และเจริญอาหาร  

อ้างอิง  (1), (3), (4), (9), (14)