กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 









 

 

 

กระเบาใหญ่

 

ชื่อวิทยาศาสตร์   Hydnocarpus  anthelminthicus  Pierre  ex  Laness. (1)

ชื่อวงศ์  FLACOURTIACEAE  (1)

ชื่อสามัญ   กระเบาใหญ่  (1)

ชื่อทางการค้า   Chaulmoogra  (1)

ชื่อพื้นเมือง  กระเบา (ทั่วไป),  กระเบาตึก (เขมร-ภาคตะวันออก),  กระเบาน้ำ,  กระเบาเบ้าแข็ง,  กระเบาใหญ่,  กาหลง (ภาคกลาง),  ตัวโฮ่งจี๊ (ชาวจีน),  เบา (สุราษฎร์ธานี)  (1)


   กระเบาใหญ่เป็นไม้ต้นขนาดกลาง - ใหญ่ สูง 10-30 ม.  ไม่ผลัดใบ  เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลเทา 
(4)

                        รูปทรง (เรือนยอด)  เป็นพุ่มกลมทึบ  เขียวสดอยู่เสมอ  (4)

                        ใบ   เดี่ยว  เรียงสลับ  ใบอ่อนสีแดง-ส้ม  ใบยาวคล้ายใบอโศก ใบรูปไข่แกมรูปหอก  บางทีรูปขอบขนาน ขนาด 3-6x10-20 ซม.  แผ่นใบหนา เกลี้ยงทั้งสองด้าน ปลายใบสอบเรียว  ขอบใบเรียบ  ฐานใบบนหรือเบี้ยว  ใบแห้งสีน้ำตาลแดง  (4)

                        ดอก  เป็นดอกเดี่ยว หรือช่อสั้นๆ  ออกที่ซอกใบ  ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น  ต้นเพศเมียเรียกว่า "กระเบา"  ต้นตัวผู้เรียกว่า "แก้วกาหลง"  เกสรเพศผู้หอมมากคล้ายจันทร์กระพ้อ  กลีบเลี้ยงกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ  (4)

                                       สี  ดอกเพศผู้สีชมพู-ม่วงแดงอ่อนๆ  (4)

                                       กลิ่น  ดอกเพศผู้จะมีกลิ่นหอมมาก  (4)

                                       ออกดอก  ช่วงเดือนพฤษภาคม

                        ผล  เป็นผลสด  รูปทรงกลมขนาดใหญ่  เส้นผ่าศูนย์กลาง 6-10 ซม.  เปลือกหนาแข็ง  ผิวเรียบมีขน หรือเกล็ดสีน้ำตาลแดงคลุม  ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก  รูปค่อนข้างกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม.  (4)

                                       ผลแก่  ช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม

   
     ขึ้นตามป่าดงดิบใกล้ริมน้ำ  พบในภาคใต้  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่สูงจากระดับน้ำทะเล 50-200 เมตร

  การขยายพันธุ์และการผลิตกล้า  เพาะเมล็ด

  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก 

                        ดิน  

                        ความชื้น     มาก

                        แสง   ปานกลาง - มาก

  การปลูกดูแลบำรุงรักษา    

                       การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก   

                        วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม     

  โรคและแมลง    

  อัตราการเจริญเติบโต   -

 

                       การเก็บรักษา   -

                       การแปรรูป  -

                       การตลาด  ผล กิโลกรัมละ 18 บาท  ราก กิโลกรัมละ 12 บาท
                                             
ข้อมูลจากคุณถวัลย์  สุวรรณเตมีย์ ร้านเจ้ากรมเป๋อ  เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2546

                       การบริโภค  -

                       การนำเข้า -

                       การส่งออก  -



                     
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้ 
 เนื้อไม้สีน้ำตาลแดง  เมื่อทิ้งไว้นานจะเปลี่ยนเป็น สีน้ำตาลเทาใช้ก่อสร้างได้  ทำไม้กระดาน  ไม้ฟืน 

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านนิเวศน์  ให้ร่มเงา  ให้ความร่มรื่น  เป็นแนวกันลม  ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุลย์  ฯลฯ

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์  ยอดอ่อนของกระเบามีสีแดง-ส้ม  เมื่อผลิใบใหม่ จะเห็นได้ชัดเจนดูสวยงาม  พุ่มใบเขียวตลอดปี  เป็นไม้ให้ร่ม  และดอกกระเบาใหญ่เพศผู้ (กาหลง)  มีกลิ่นหอมมาก  เหมาะสมต่อการปลูกเป็นไม้ประดับและสร้างบรรยากาศในสวนหรือที่อยู่อาศัย

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ  เนื้อหุ้มเมล็ด  ของผลแก่จัดมีรสชาติคล้ายเผือกต้ม  ใช้รับประทานเป็นของหวานกับน้ำกะทิ

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร ตำรับยาไทย ใช้น้ำมันที่บีบจากเมล็ด  รักษาโรคเรื้อนและ โรคผิวหนังอื่นๆ  มีรายงานวิจัยว่า  น้ำมันที่บีบจากเมล็ดไม่ใช้ความร้อน  มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคเรื้อนและวัณโรคได้ดี  น้ำมันในเมล็ด  ใช้ดัดแปลงทางเคมีเป็นยารับประทานหรือยาฉีด  หรือยาทาภายนอก  บำบัดโรคเรื้อน  มะเร็ง  คุทราดและโรคผิวหนัง  ผื่นคัน  ที่มีตัวได้ทุกชนิด  เพราะมีรสเมาสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี  ใช้เป็นน้ำมันใส่ผมรักษาโรคบนศรีษะได้ด้วย

อ้างอิง  (1), (4)