กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 









 

 

 

เอื้อไอยเรศ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    Rhynchostylis  retusa  (L.)  Blume

ชื่อวงศ์    ORCHIDACEAE

ชื่อสามัญ   -

ชื่อทางการค้า   -

ชื่อพื้นเมือง  -ไอยเรศ  เอื้องไอยเรศ  เอื้องพวงหางรอก  เอื้องหางฮอก

 
 
 
กล้วยไม้อิงอาศัย  ลำต้นเรียว สูง 20-40 ซม.  ลำต้นเจริญทางปลายยอด มักจะเอน ห้อยลงเล็กน้อย รากยาว ออกดอกเป็นพวงคล้ายหางกระรอก  

                        รูปทรง (เรือนยอด)  -

                        ใบ    รูปขอบขนาน ปลายใบเว้า ขนาด 1.5 - 5 ซม.  ใบผอมยาว แผ่นใบ ไม่หนามาก แต่เหนียว   

                        ดอก   ออกดอกตามข้อเป็นพวงห้อยลง ยาว 30 - 50 ซม. ดอกย่อยเรียงแน่น   ดอกบานเต็มที่กว้าง 1.2 - 1.5 ซม.  ดอกช่อในเรียงเป็นระเบียบคล้าย พวงมาลัย  

                                       สี   กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาว มีประสีม่วงอมแดง กลีบปากมีแต้มสี ชมพูเข้ม มีเดือยสีขาวอมม่วงอ่อน  

                                       กลิ่น   มีกลิ่นหอมเย็นคล้ายช้างกระ

                                       ออกดอก   ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม  ออกดอกเพียงปีละ 1 ครั้ง แต่จะออกดอกพร้อมกันครั้งละหลาย ๆ ช่อ

                        ผล  -

                                       ผลแก่  -


    
อินเดีย  ศรีลังกา  พม่า  จีนตอนใต้  อินโดจีน  มาเลเซีย และไทย พบที่ เชียงใหม่  แม่ฮ่องสอน  ตาก  พิษณุโลก  นครพนม  บุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครราชสีมา ชลบุรี  จันทบุรี  กาญจนบุรี  ระนอง  สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช  กระบี่  ตรัง  สงขลา  และสตูล 

  การขยายพันธุ์และการผลิตกล้า   ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เมื่อเจริญเป็นลำต้นแล้ว ก็นำไป ปลูกในกระถางเดี่ยวหรือกระถางหมู่ จนกระทั่งโตเต็มที่แล้วก็แยกไปปลูกในกระถาง หรือกระเช้าไม้สัก ต่อไป  ขยายพันธุ์โดยการตัดแยกหน่อ คือให้มีรากที่เจริญแข็งแรงและยาวพอสมควรติดอยู่อย่างน้อย 2-3 รากขึ้นไป มีใบ 2-3 ึคู่ มีรากยาวประมาณ 3-5 มิลลิเมตร จากนั้นใช้มีดหรือกรรไกรคม ๆ ตัดยอด กล้วยไม้ที่มีหน่อที่เกิดขึ้นใหม่ติดอยู่ ระยะประมาณ 1-1 1/2 นิ้ว เพื่อประโยชน์ในการเสียบลงเครื่อง ปลูกจะได้ติดแน่น จากนั้นใช้ปูนแดงทาที่บาดแผลเพื่อป้องกันโรคเข้าทางแผล   

  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก   -

                        ดิน  -

                        ความชื้น    ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 60-80 เปอร์เซ็นต์ การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศที่ดี ในวัสดุปลูก หรือลมที่พัดผ่านอ่อน ๆ รอบต้นและรากกล้วยไม้

                        แสง   -แสงแดด 50-60 เปอร์เซ็นต์  อุณหภูมิ 25-35 องศาเซลเซียส  

  การปลูกดูแลบำรุงรักษา    -

                       การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก   กระถางดินเผาทรงเตี้ย กระเช้าไม้สัก 

                        วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม    เครื่องปลูกที่นิยมกันในขณะนี้ ได้แก่ ถ่านผสมอิฐหรือกระถางแตก  ตอนบนคลุมด้วยออสมันด้า หรือกระเข้าสีดา เพื่อช่วยเก็บความชื้น หรือจะปลูกด้วยถ่านหรือเศษไม้สักตัดเป็นท่อน ๆ อย่างเดียวก็ได้

  โรคและแมลง   มีโรคแมลงและศัตรูธรรมชาติเหมือนกับโรคแมลงและศัตรูธรรมชาติของช้างกระ

  อัตราการเจริญเติบโต   มีอัตราการเจริญเติบโตเหมือนกับอัตราการเจริญเติบโตของช้างกระ

 

                       การเก็บรักษา   มีการเก็บรักษาเหมือนกับการเก็บรักษาของช้างกระ

                       การแปรรูป  -

                       การตลาด  -

                       การบริโภค  -

                       การนำเข้า -

                       การส่งออก  ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ เช่น ในทวีปยุโรป 



                     
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้ 
-

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านนิเวศน์  -  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร -


     ถ้าอยากให้ดอกดูสวยมาก ๆ ต้องช่วยจัดระเบียบช่อให้ โดยให้ช่อดอกยื่นออกไปทิศ ทางเดียวกัน อาจทำได้โดยให้กล้วยไม้ได้รับแสงแดดด้านหนึ่งมากว่าด้านหนึ่ง ช่อดอกก็จะยื่นดอกไป ด้านที่มีแสงมากกว่า ออกดอกช่วงฤดูร้อนตะวันส่องตรงศีรษะจะผูกไว้ทางทิศใดก็ได้ หรือใช้ลวดไป ขัดช่อดอกและใบง้างให้ดอกยื่นออกมาในทิศทางเดียวกัน พอช่อดอกยาวหน่อยอาจใช้ลวดฟิวส์โยงตัด ไปในทิศทางที่ต้องการได้