กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 









 

 

 

รองเท้านารีฝาหอย

 

ชื่อวิทยาศาสตร์   Paphiopedilum  bellatulum  

ชื่อวงศ์  Cypripedioideae

ชื่อสามัญ   

ชื่อทางการค้า   -

ชื่อพื้นเมือง  รองเท้านารีฝาหอย


   ใบรูปขอบขนานแกมรูปรี มีลายคล้ายหินอ่อนใต้ใบสีม่วง ดอกเดี่ยว ก้านดอกสั้นกว่า ใบ  ดอกกว้าง 5 ซม. กลีบเลี้ยงบนรูปไข่กลับแกมรูปรี กลีบดอกรูปไข่กลับแกมรูปรี ยาวและกว้างกว่า กลีบเลี้ยงบน กลีบซ้อนทับกับกลีบปากเป็นถุง ขอบกลีบด้านบนม้วนเข้าด้านใน ทั้งกลีบเลี้ยงกลีบดอก และกลีบปากสีขาวครีมจนถึงสีครีม แต่ละกลีบมีขนกำมะหยี่ปกคลุมทั้งสองด้าน และมีจุดสีม่วงเข้ม กระจายทั่วกลีบ 

                        รูปทรง (เรือนยอด)  -

                        ใบ   สีเขียวสด  กว้างประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 12 ซม. มีลายเป็นร่าง แห ท้องใบเป็นจุดสีม่วงประปราย           

                        ดอก   ดอกมีกลีบนอก 2 กลีบ เป็นกลีบนอกบน 1 กลีบ กลีบนอกล่าง 1 กลีบ เป็นเช่นนี้ก็เพราะกลีบล่างเชื่อมกันเป็นกลีบเดียว แต่ถ้ามองด้านหลัง จะเห็นสันแบ่งเป็น 2 กลีบ กลีบใน มี 3 กลีบ เป็นกลีบในบน 2 กลีบ ส่วนกลีบในล่าง เรียกว่า ปากมีรูปเป็นกระเปาะ มีรูปร่างคล้าย หัวรองเท้าของสตรี เส้าเกสร มีเกสรตัวผู้ 2 ชุด ส่วนยอดเกสรตัวเมีย มีแผ่นยื่นออกมา ผิวไม่เรียบ เป็นรอยบุ๋ม เว้าเข้าไป ยอดเกสรตัวเมีย มองไม่เห็น เพราะหัวรองเท้าของปากโค้งมาปิดไว้ และรูปฟอร์มของ ดอกมีลักษณะแตกต่างกันไปตามลักษณะของพันธุ์ 

                                       สี  -

                                       กลิ่น  -

                                       ออกดอก  ช่วงเดือน เมษายน - สิงหาคม

                        ผล  -

                                       ผลแก่  -

   
     พม่า ,  จีน ,  ลาว และไทย พบที่เชียงใหม่ ตราด และพังงา 

  การขยายพันธุ์และการผลิตกล้า    ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด และโดยการแบ่งแยกส่วนต่าง ๆ ของลำต้นไปปลูก การขยายพันธุ์แบบแบ่งแยกนี้ได้ปริมาณน้อย แต่คุณลักษณะของลำต้นไม่เปลี่ยนแปลง ต้นเดิมมีดอกสี และรูปร่างเป็นอย่างไร ต้นที่แยกออกมาก็จะเป็นอย่างนั้น 

  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก 

                        ดิน  -

                        ความชื้น   ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 60-80 เปอร์เซ็นต์ การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศที่ดี ในวัสดุปลูก หรือลมที่พัดผ่านอ่อน ๆ รอบต้นและรากกล้วยไม้ 

                        แสง   แสงแดด 50-60 เปอร์เซ็นต์  อุณหภูมิ 25-35 องศาเซลเซียส  

  การปลูกดูแลบำรุงรักษา   

                       การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก   กระถางดินเผาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว และเป็น กระถางที่ระบายน้ำได้ดี ถ้าระบายน้ำไม่ดีทำให้เครื่องปลูกแฉะ ทำให้กล้วยไม้ตายได้ ก่อนปลูกใช้อิฐ มอญทุบเป็นก้อนเล็ก ๆ ใส่ลงไป 1 ใน 3 ของความลึกของกระถาง

                        วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม     โดยปลูกลงไปในดินผสมของใบก้ามปู หรือใบทอง- หลางผสมขี้วัว ไม่เกิน 1 ใน 5 ส่วน คลุกให้เข้ากัน แล้วหมักไว้ไม่ต่ำกว่า 2 เดือน เมื่อเห็นว่าเตรื่องปลูก ผุแล้วจึงนำมาปลูกได้ ก่อนปลูกควรผสมทรายหยาบลงไป 1 ใน 9 ส่วนของปุ๋ยหมัก และใช้ปูนขาวผสม ลงไปเล็กน้อย  แล้ววางต้นกล้วยไม้ลงไป หยิบเครื่องปลูกใส่ลงไประหว่างราก จนกระทั่งผิวหน้าของ เครื่องปลูกสูงขึ้นมาถึงโคนต้น  ตบกระถางเบา ๆ เพื่อให้เครื่องปลูกแน่น  และใช้อิฐมอญทุกเป็นก้อน เล็ก ๆ โรยทับหน้า เพื่อป้องกันเครื่องปลูกกระจุยกระจายเมื่อเวลารดน้ำ  

  โรคและแมลง    มีโรคแมลงและศัตรูธรรมชาติเหมือนกับโรคแมลงและศัตรูธรรมชาติของช้างกระ

  อัตราการเจริญเติบโต   มีอัตราการเจริญเติบโตเหมือนกับอัตราการเจริญเติบโตของรองเท้านารีดอยตุง 

 

                       การเก็บรักษา   มีการเก็บรักษาเหมือนกับการเก็บรักษาของรองเท้านารีดอยตุง

                       การแปรรูป  -

                       การตลาด  -

                       การบริโภค  -

                       การนำเข้า -

                       การส่งออก   ส่งออกไปจำหน่ายตามตลาดขายส่ง เช่น สวนจตุจักร  , ตลาดขายปลีก เช่น ร้าน ดอกไม้ทั่วไป ผู้รับจัดดอกไม้ในโรงแรม  และตลาดต่างประเทศ เช่น บริษัทที่ส่งออกดอกกล้วยไม้ ซึ่งมี ไม่ต่ำกว่า 40 บริษัท



                     
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้ 
 -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านนิเวศน์  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ  -

                      การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร -


     กล้วยไม้สกุลนี้เหมาะกับการปลูกประดับกระถางมากกว่าการตัดดอกมาใช้งาน  ปัจจุบันนี้ พบน้อยมากและอาจจะสูญพันธ์ในแหล่งธรรมชาติและข้อเสนอแนะ  การรดน้ำต้องรดด้านหลังของดอก จะช่วยป้องกันดอกเน่าได้บ้าง